SHARE
FLASH
09 พฤศจิกายน 2016

โลกตะลึง Trump คว้าชัย จุดจบของยุคโลกาภิวัตน์?

ผลการนับคะแนนในคืนวันเลือกตั้งที่ 8 พ.ย. (ตามเวลาสหรัฐฯ) เผยว่า Donald Trump จากพรรค รีพับลิกันเป็นฝ่ายชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ โดยผลการนับคะแนนระดับรัฐที่ทยอยออกมาในคืนวันเลือกตั้ง โดยเฉพาะจากรัฐที่เป็น swing state ที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ของตลาด รวมถึงหลายฝ่ายยังมองว่า Donald Trump เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อตลาดการเงินในทางลบอย่างรุนแรง ทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และตลาดใหญ่ในเอเชีย

ผู้เขียน: ดร.ชุติมา ตันตะราวงศา

 

GettyImages-547529828_Trump.jpg

 

 

Event.png

885_20100622103059.gif

  • ผลการนับคะแนนในคืนวันเลือกตั้งที่ 8 พ.ย. (ตามเวลาสหรัฐฯ) เผยว่า Donald Trump จากพรรค รีพับลิกันเป็นฝ่ายชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ โดยผลการนับคะแนนระดับรัฐที่ทยอยออกมาในคืนวันเลือกตั้ง โดยเฉพาะจากรัฐที่เป็น swing state ที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ของตลาด รวมถึงหลายฝ่ายยังมองว่า Donald Trump เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อตลาดการเงินในทางลบอย่างรุนแรง ทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และตลาดใหญ่ในเอเชีย
Analysis.png

884_20100622103051.gif

  • สำหรับการเลือกตั้งสภาคองเกรสเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ คือ พรรครีพับลิกันชนะเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรแต่มีจำนวนสมาชิกน้อยลงจากเดิมเป็น 239 ในสมาชิกสภาทั้งหมด 435 คน (ลดลงจากเดิมที่ 246 คน) แต่สำหรับวุฒิสภาที่มีการชิงชัยเพียง 1 ใน 3 ของเก้าอี้ทั้งหมดในการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคเดโมแครตได้เสียงเพิ่มเป็น 48 ในจำนวนวุฒิสภาทั้งหมด 100 คน

    (Update 10 พ.ย. ตามเวลาไทย: หลังจากที่ Donald Trump ได้กล่าวสุนทรพจน์ตอบรับชัยชนะการเลือกตั้งซึ่งกล่าวถึงการลงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงการหาเสียง อีกทั้งยังกล่าวย้ำถึงนโยบายเพิ่มการใช้จ่ายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ในวันที่ 9 พ.ย. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น โดยดัชนีดาวโจนส์ขึ้น 1.4% และ S&P 500 ขึ้น 1.1% ถึงแม้ว่าตลาดซื้อขายล่วงหน้าของดัชนีทั้งสองจะร่วงอย่างรุนแรงเมื่อคืนก่อนหน้า อีกทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขยับแข็งค่าขึ้นหลังจากอ่อนลงเช่นกัน ทั้งนี้ อีไอซีมองว่ายังมีความไม่แน่นอนสูงในนโยบายของ Trump ในระยะข้างหน้า ความผันผวนในตลาดเงินน่าจะคงมีอยู่และจะเคลื่อนไหวตามท่าทีเชิงนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ว่าจะกลับลำจากนโยบายเดิมที่เคยหาเสียงไว้หรือไม่)

     

ประเด็น* Comments
ตลาดหุ้น
S&PFuture index (-2.72%)
Nikkei (-6.02%)
FTSE 100 Future index (-2.98%)
SET (+0.12%)
10-yearUS Treasuries yield (-0.28%)

 

  • ผลการเลือกตั้งที่อยู่เหนือความคาดหมายทำให้ตลาดมีการปรับฐาน (correction) และความไม่แน่นอนที่จะคงอยู่ในระยะต่อไปทำให้นักลงทุนอยู่ในสภาวะ riskoff ดังนั้น จึงไม่เป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น

  • นักลงทุนออกไปซื้อสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างพันธบัตรรัฐบาลทำให้ราคาสูงขึ้นและผลตอบแทน(yield) มีทิศทางต่ำลง

ค่าเงิน

USDIndex (-0.74%)
JPY/USD (+1.71%)
EUR/USD (+1.00%)
THB/USD (+0.06%)
MYR/USD (-0.79%)
IDR/USD (-0.72%)

 

  • ระดับการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุน (riskappetite) ที่ลดลงอย่างฉับพลันทำให้เงินไหลออกจากสหรัฐฯไปสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven) ได้แก่เยน ยูโร และ ฟรังก์สวิสทำให้ค่าเงินเหล่านี้แข็งค่าขึ้นและมีแนวโน้มจะแข็งค่าต่อไป

  • ค่าเงินประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯตาม risk-off sentimentโดยค่าเงินบาทไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมีการลงทุนในไทยระดับต่ำอยู่แล้ว
การดำเนินนโยบายการเงิน
  • Fed มีแนวโน้มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ออกไปจากความผันผวนที่เกิดขึ้นและต้องคอยจับตาความเสี่ยงจากนโยบายด้านการค้าและ immigration ของ Trump ซึ่งหากนำมาใช้อาจกระทบต่อตลาดแรงงานและเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐฯที่มีแรงส่งที่ดีมาโดยตลอด

  • ECB และ BOJ จะคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและอาจจะต้องผ่อนคลายเพิ่มเติมเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นประกอบกับค่าเงินทั้งคู่ที่กลับมาแข็งค่าอีกครั้ง

  • ธปท. น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% เพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศโดยไม่มีแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยจากการไหลออกของเงินทุนมากนัก

* การเปลี่ยนแปลง 9 ชม.หลังรัฐแรกปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 6 pm EST

  • ผลการเลือกตั้งที่เหนือความคาดหมายทำให้ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลลบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม และทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกในระยะสั้นคล้ายกับในกรณีของ Brexit เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากนโยบายสุดโต่งที่ Trump ใช้ในการหาเสียงเป็นไปในทิศทางที่ต่อต้านความเชื่อเดิม (anti-establishment) อย่างการตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนและเม็กซิโก หรือการเนรเทศแรงงานผิดกฏหมายกว่า 11 ล้านคนออกนอกสหรัฐฯ ซึ่งหากนโยบายดังกล่าวมีการนำมาใช้จริงอาจจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวได้

  • อย่างไรก็ดี นโยบายส่วนใหญ่อย่างการลดภาษีรายได้จะต้องได้รับการเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีพรรครีพับลิกันเป็นเสียงส่วนใหญ่แต่ก็มีความขัดแย้งภายในพรรคสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยจากอดีตที่ผ่านมาสภาคองเกรสที่เป็นรีพับลิกันค่อนข้างให้ความสำคัญต่อการลดการขาดดุลการคลัง และสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่างจากนโยบายของ Trump ดังนั้น ความน่ากังวลจึงอยู่ที่สิ่งที่ประธานาธิบดีมีอำนาจสั่งการโดยไม่ผ่านสภาคองเกรส อาทิ สามารถตั้งกำแพงภาษีระยะสั้น นโยบายความสัมพันธ์ทางการทูตและทหาร เป็นต้น (อ่านนโยบายของ Trump เพิ่มเติมที่ Outlook 3Q2016: https://www.scbeic.com/th/detail/product/2814)
Implication.png

886_20100622103105.gif

  • สำหรับไทย อีไอซีมองผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมาจากด้านการค้า หากเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยอย่างสหรัฐฯ และจีนมีการชะลอตัว การส่งออกไทยที่ฟื้นตัวในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาก็อาจจะสูญเสียแรงส่งไป การค้าโลกโดยรวมอาจจะหดตัวหากนโยบายการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงจนเป็นสงครามการค้า นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยอาจจะได้รับผลกระทบจากตลาดการเงินโลกที่จะผันผวนรุนแรงขึ้นจากความไม่แน่นอนของนโยบาย Trump อีกด้วย ในปี 2017 ยังคงมีอีกหลายเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่ต้องจับตามอง ทั้งกรณี Brexit รวมถึงการเลือกตั้งในฝรั่งเศสและเยอรมนี ซึ่งล้วนแล้วแต่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

 

ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
ยอมรับ