เศรษฐกิจโลก
เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน นโยบายการเงินและการคลังของหลายประเทศเริ่มเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น
SCB EIC ได้วิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของโลก
1. การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก
SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 2.5% จาก 2.9% ในปี 2568 โดยได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดต่อเนื่อง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่มีความคืบหน้า ขณะที่สหรัฐฯ ขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลให้การขนส่งพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียยังทำได้จำกัด และทำให้ราคาพลังงานโลกมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง
1.1 เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง โดย SCB EIC ประเมินว่าจะเติบโตที่ 2.1% ตามการจ้างงานภาคเอกชนที่อ่อนแรงลง ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกดดันให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง และบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
1.2 เศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง โดย SCB EIC ประเมินว่าจะเติบโตที่ 1.1% จากแรงกดดันของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ผลกระทบคาดว่าจะจำกัดกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565
1.3 เศรษฐกิจจีนในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 4.4% ตามการประเมินของ SCB EIC แม้เศรษฐกิจจะเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 1 จากแรงหนุนของการเร่งลงทุนภาครัฐและการส่งออก แต่คาดว่าจะชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางและการบริโภคภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ
1.4 เศรษฐกิจญี่ปุ่นในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 0.6% ตามการประเมินของ SCB EIC โดยยังได้รับแรงหนุนจากการบริโภคและการลงทุน อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้าคาดว่าจะชะลอลงจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านการขาดแคลนวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียม
2. อัตราเงินเฟ้อของโลก
เงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอีกครั้ง แต่คาดว่าจะยังไม่รุนแรงเท่าช่วงสงครามยูเครนในปี 2565 โดย IMF ประเมิน ณ เดือนเมษายน 2569 ว่าเงินเฟ้อโลกจะอยู่ที่ 4.4%
สำหรับสหรัฐฯ เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และอาจทรงตัวสูงกว่าเป้าหมาย 2% ต่อเนื่อง ส่งผลให้ Fed มีข้อจำกัดมากขึ้นในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ขณะที่ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้นจะกดดันการบริโภคภาคเอกชน ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่อ่อนแอและตลาดแรงงานที่ชะลอตัว
ด้านเงินเฟ้อยูโรโซนในปี 2569 ภายใต้กรณีฐาน คาดว่าจะอยู่ที่ 2.6% สูงกว่าปีก่อนที่ 2.1% และสูงกว่าเป้าหมายของ ECB ที่ 2%
3. ทิศทางนโยบายการเงินของโลก
นโยบายการเงินและการคลังทั่วโลกเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น จากราคาพลังงานที่เร่งตัวและเงินเฟ้อที่กลับมาสูงขึ้น โดย
- Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย 0.25% ในช่วงปลายปี 2569 ตามภาวะตลาดแรงงานที่ชะลอตัวต่อเนื่อง
- ECB มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% ตลอดปี ท่ามกลางเศรษฐกิจยูโรโซนที่ยังเปราะบาง แม้เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น
- BOJ คาดว่าจะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.25% ภายในปีนี้ แต่จังหวะการปรับขึ้นยังมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ในขณะเดียวกัน นโยบายการคลังของหลายประเทศมีข้อจำกัดมากขึ้นจากภาระการใช้จ่ายเพื่ออุดหนุนราคาพลังงาน ท่ามกลางหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับเพิ่มขึ้นทั่วโลก