เศรษฐกิจโลก
ในช่วงที่เหลือของปี 2569 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงนโยบายปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
1. สถานการณ์เศรษฐกิจโลก
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงในเดือน ก.ค. และมีแนวโน้มยืดเยื้อในช่วงครึ่งหลังของปี หลังการเจรจาเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยุติลง ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังคงกดดันการค้าโลก และอาจมีมาตรการเพิ่มเติมต่อประเทศคู่ค้าสำคัญ แม้หลายประเทศอยู่ระหว่างการเจรจา
SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2569 ที่ 2.5% โดยเศรษฐกิจหลักยังได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI แต่ในช่วงครึ่งหลังของปีมีความเสี่ยงชะลอตัวจากความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ
1.1 เศรษฐกิจสหรัฐฯ
SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 2.2% ในปี 2569 และ 2.1% ในปี 2570 โดยยังได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพ อย่างไรก็ดี ต้นทุนพลังงานและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าอาจกดดันความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ
1.2 เศรษฐกิจยูโรโซน
SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจยูโรโซนปี 2569 ที่ 0.8% และคาดว่าจะขยายตัวเป็น 1.1% ในปี 2570 อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตจากภาคการผลิตที่ซบเซา ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปียังต้องติดตามความเสี่ยงจากมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกดดันการค้าโลกต่อเนื่อง
1.3 เศรษฐกิจจีน
SCB EIC คงคาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2569 และ 2570 ที่ 4.5% และ 4.4% ตามลำดับ การเติบโตในไตรมาส 2 ชะลอลง สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ เศรษฐกิจยังต้องพึ่งพาภาคการผลิตและการส่งออกเป็นหลัก
1.4 เศรษฐกิจญี่ปุ่น
SCB EIC คงคาดการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่นปี 2569 ที่ 0.6% ก่อนเร่งขึ้นเป็น 1.1% ในปี 2570 โดยมีแรงหนุนจากการขยายตัวของค่าจ้างและการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
2. อัตราเงินเฟ้อโลก
อัตราเงินเฟ้อของโลกในปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อโลกยังคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565
สำหรับปี 2570 อัตราเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มทยอยลดลง หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น
3. ทิศทางนโยบายการเงินของโลก
ภาวะการเงินโลกมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางหลักบางแห่งอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปี เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50–3.75% ตามคาด เนื่องจากเงินเฟ้อเริ่มชะลอลงและตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง โดย Fed จะสามารถคงดอกเบี้ยในระดับดังกล่าวได้ หากเงินเฟ้อไม่กลับมาเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB)มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.25% ในการประชุมครั้งล่าสุด โดยย้ำว่าจะพิจารณานโยบายเป็นรายครั้งตามข้อมูลเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาพลังงาน ผลกระทบต่อเนื่องของเงินเฟ้อ และแนวโน้มเศรษฐกิจ
- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1% ตลอดปี สะท้อนว่าภาวะการเงินโลกอาจยังตึงตัว โดยเฉพาะหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางผลักดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อให้เร่งขึ้นอีกครั้ง
4. บทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลก
4.1 บทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกเดือนกรกฎาคมปี 2569
4.2 รวมบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลก