เศรษฐกิจไทย
SCB EIC คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.4% ท่ามกลางความเสี่ยงตะวันออกกลาง ขณะที่นโยบายการคลังจะมีบทบาทมากขึ้นในการพยุงเศรษฐกิจ
1. ภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
SCB EIC ได้วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ผ่านตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อัตราเงินเฟ้อของไทย และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย
1.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทย (GDP ประเทศไทย)
SCB EIC ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทย 2569 ขยายตัว 1.4% ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่นโยบายการคลังมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย
ความขัดแย้งในสงครามตะวันออกกลางเริ่มกระทบเศรษฐกิจไทยชัดขึ้น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว, ภาคส่งออกบางส่วน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและผู้ประกอบการ, ตลาดแรงงาน และต้นทุนธุรกิจที่ยังเปราะบาง รัฐบาลจึงเร่งออกมาตรการลดค่าครองชีพ พยุงผู้ประกอบการ และใช้กรอบนโยบาย “4T” เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและยกระดับเศรษฐกิจระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงเครดิตเรตติงลดลงหลัง Moody’s คงอันดับไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองดีขึ้นเป็น Stable แต่ยังต้องติดตามมุมมองของบริษัทจัดอันดับเครดิตอื่นในครึ่งหลังของปีอย่างใกล้ชิด
1.2 อัตราเงินเฟ้อของไทย
SCB EIC ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จะอยู่ที่ 3.2% ปรับเพิ่มขึ้นเกินกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่านแรงกดดันด้านพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์เป็นหลัก ก่อนทยอยส่งผ่านไปยังสินค้ากลุ่มที่เผชิญปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน บรรจุภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป
สำหรับเงินเฟ้อเดือนมีนาคมยังหดตัวที่ -0.08% แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานในตลาดโลก เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากมาตรการพยุงราคาน้ำมันในประเทศ รวมถึงปัจจัยด้านการจัดเก็บข้อมูลที่ยังไม่ครอบคลุมช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลปรับขึ้นราคาน้ำมันในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อมีแนวโน้มกลับมาเร่งตัวเป็นบวกในไตรมาส 2 หลังรัฐบาลทยอยลดการอุดหนุนราคาน้ำมันลง
1.3 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 6:0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย. 2569 โดย SCB EIC ประเมินว่า ในระยะข้างหน้า กนง. น่าจะรอประเมินความชัดเจนของสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางก่อน และมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ต่อไปอีก 1–2 ไตรมาส อย่างไรก็ดี หลังจากนั้น กนง. อาจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบระหว่างความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากสงคราม กับความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงเกินกรอบเป้าหมายเป็นเวลานาน
2. รัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลใหม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบ พร้อมเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ครอบคลุมการลดค่าครองชีพ ลดต้นทุนผู้ประกอบการ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การอุดหนุนราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่ม และโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หรือ “คนละครึ่งพลัส” ควบคู่กับการปรับแผนจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 เพื่อลดความเสี่ยงล่าช้า
รัฐบาลยังสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นผ่านกรอบนโยบาย “4T” โดยเน้นการใช้งบประมาณแบบมุ่งเป้าในระยะสั้น และการลงทุนระยะยาวเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ เช่น เศรษฐกิจสีเขียว รัฐบาลดิจิทัล การปรับกฎเกณฑ์ล้าสมัย การพัฒนาทักษะ และความร่วมมือรัฐ-เอกชน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 30% หนุน GDP เติบโตสูงกว่า 3% และอาจขยายเพดานหนี้สาธารณะหรือออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติม เพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลาง
3. บทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทย
3.1 บทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยเดือนเมษายนปี 2569
3.2 บทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569
3.3 บทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยเดือนกุมภาพันธ์ปี 2569