เศรษฐกิจไทย
SCB EIC คาด GDP ไทยปี 2569-2570 โตที่ 2.2% และ 2.1% ตามลำดับ มีแรงส่งจากการลงทุนเอกชนและการส่งออกกลุ่มดิจิทัล แต่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและพึ่งพานำเข้าสูง
1. ภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
SCB EIC วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ผ่านตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อัตราเงินเฟ้อของไทย และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย
1.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทย (GDP ประเทศไทย)
SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2.2% ในปี 2569 และ 2.1% ในปี 2570 โดยมีแรงหนุนสำคัญจากกระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก ซึ่งช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยจะมีทิศทางขยายตัวดีขึ้น แต่การฟื้นตัวยังมีลักษณะ K-shaped ชัดเจนในหลายมิติ เนื่องจากการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกยังพึ่งพาการนำเข้าในระดับสูง และส่งผ่านประโยชน์สู่เศรษฐกิจภายในประเทศได้จำกัด ส่งผลให้รายได้และการจ้างงานกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก ขณะที่ครัวเรือนและ SMEs จำนวนมากยังคงเผชิญความเปราะบางจากปัญหารายได้ หนี้สิน และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ
มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ที่ดำเนินต่อเนื่อง แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มและการจ้างงานภายในประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานรูปแบบใหม่
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และภาวะ Super El Niño ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน รายได้ และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนและ SMEs ที่ยังมีความเปราะบางอยู่แล้ว
1.2 อัตราเงินเฟ้อของไทย
SCB EIC ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.9% จากเดิมที่คาดไว้ 1.7% โดยยังได้รับอิทธิพลหลักจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะราคาพลังงานและราคาอาหารสด อย่างไรก็ดี คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะค่อย ๆ ชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี 2569 ส่วนในปี 2570 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับลดลงเป็น 1%
1.3 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย
SCB EIC คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ไปจนถึงสิ้นปี 2570 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ และการฟื้นตัวยังไม่กระจายทั่วถึง
แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ แต่ภาวะการเงินโดยรวมยังค่อนข้างตึงตัว สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับสูงขึ้นตามทิศทางตลาดการเงินโลก ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้กู้รายย่อยและ SMEs ยังคงเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ
ในระยะข้างหน้า มาตรการปรับโครงสร้างหนี้และการสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับ SMEs รวมถึงการเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลิตภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเสริมความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย