Farming Double Squeeze : ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพง ภัยแล้งซ้ำ EP.1 : El Niño 2026-2027 ร้อน แล้ง เสี่ยงรุนแรงกว่าอดีต
El Niño ในโลกที่ร้อนขึ้นกำลังเปลี่ยนจากภัยธรรมชาติระยะสั้น สู่แรงกดดันเชิงโครงสร้างที่ซ้ำเติมความเปราะบางของภาคเกษตรไทยในระยะยาว

El Niño รอบใหม่ก่อตัวเร็ว เสี่ยงรุนแรง และอาจทำให้ปี 2027 ร้อนเป็นประวัติการณ์
National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ประกาศในเดือน มิ.ย. 2026 ว่า ภาวะ El Niño ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว และมีโอกาสถึง 63% จะพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก ขณะที่ภาวะโลกร้อนเปรียบเสมือนปัจจัยเร่งที่อาจทำให้ผลกระทบจาก El Niño ระลอกนี้รุนแรงและยืดเยื้อกว่ารอบปกติ ทั้งในมิติอุณหภูมิโลกที่มีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ย การเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในบางภูมิภาค ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และบางส่วนของเอเชียใต้ มีความเสี่ยงเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น
ไทยมีศักยภาพรับมือ El Niño ช่วงต้นฤดูเพาะปลูกปี 2026 แต่ปลายปีความเสี่ยงภัยแล้งจะชัดขึ้น
ระดับน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำหลักโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูก ปี 2026 ได้ แต่ปริมาณฝนสะสมที่มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงครึ่งหลังของปี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาคเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานในภาคเหนือฝั่งตะวันออก ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางฝั่งตะวันออก ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนล่าง ทั้งนี้หาก El Niño พัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก ความเสี่ยงต่อภาคเกษตรไทยอาจยกระดับจาก “แรงกดดันเฉพาะพื้นที่” ไปสู่ “ผลกระทบเป็นวงกว้าง” ในปี 2027
รายได้เกษตรกรไทยเสี่ยงหดตัวต่อเนื่อง หาก El Niño 2026–2027 พัฒนาสู่ระดับรุนแรงมาก
SCB EIC ประเมินว่า หาก El Niño ระลอกนี้พัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก (Very strong El Niño) รายได้เกษตรกรไทย มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องในปี 2026–2027 ที่ -5% และ -2% ตามลำดับ โดยผลกระทบจาก El Niño จะเริ่มชัดเจนตั้งแต่ ช่วงปลายปี 2026 ผ่านปริมาณและคุณภาพผลผลิตที่ลดลง จากภาวะฝนน้อย ฝนทิ้งช่วง และภัยแล้งในบางพื้นที่
กลุ่มสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ ข้าวเปลือก อ้อย มันสำปะหลัง และอาหารทะเล เนื่องจาก มีความอ่อนไหวต่อภาวะฝนน้อย อุณหภูมิสูง และคุณภาพน้ำที่ผันผวน ไม่เพียงเท่านี้ ความเสี่ยงดังกล่าวมีแนวโน้มส่งผ่านไปยังอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น โรงสี ผู้ส่งออกข้าว โรงงานแป้งมัน อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โรงงานน้ำตาล ธุรกิจเอทานอล รวมถึงโรงงานอาหารทะเลแปรรูป ผ่านแรงกดดันด้านปริมาณวัตถุดิบลดลง คุณภาพวัตถุดิบ ไม่สม่ำเสมอ และต้นทุนจัดหาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น
แม้ราคาสินค้าเกษตรบางกลุ่มอาจปรับเพิ่มขึ้นตามอุปทานที่ลดลงและช่วยพยุงรายได้เกษตรกรได้บางส่วน แต่แรงพยุง ด้านราคาคาดว่าจะชดเชยผลกระทบจากปริมาณและคุณภาพผลผลิตที่ลดลงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น อีกทั้ง เกษตรกรไทย ยังต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง ทั้งราคาปุ๋ย เชื้อเพลิง อาหารสัตว์ และต้นทุนการบริหารจัดการน้ำ
การรับมือ El Niño ต้องยกระดับจากการเยียวยา ไปสู่การบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า แบบบูรณาการ
El Niño 2026–2027 เป็นสัญญาณเตือนว่า ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศกำลังกลายเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างของ ภาคเกษตรและเศรษฐกิจไทย การรับมือจึงไม่ควรจำกัดอยู่ที่การเยียวยาหลังเกิดความเสียหาย แต่ต้องครอบคลุมตั้งแต่ การบริหารจัดการน้ำ การวางแผนเพาะปลูก การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การบริหารจัดการแหล่งวัตถุดิบ และการพัฒนา ระบบเตือนภัยเชิงพื้นที่ โดยภาครัฐ ภาคการเงิน เกษตรกร และธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน ควรร่วมกันพัฒนาแผนรับมือดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเสียหายต่อภาคเกษตร และสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทยต่อความผันผวนของสภาพอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต