การระบาดของ ASF อาจทำให้ราคาสุกรแพง อยู่กับเราไปอีกสองปี
ราคาสุกรมีชีวิตที่เกษตรกรได้รับในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 38 ปี ...

ราคาสุกรมีชีวิตที่เกษตรกรได้รับในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 38 ปี แต่อย่างไรก็ดี ระดับราคาได้เริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.พ. ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า ราคาสุกรในไทยได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วจริงหรือ? และราคาสุกรแพงจะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน?
ราคาสุกรมีชีวิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในเดือนม.ค. ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever: ASF) จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่า ราคาสุกรมีชีวิตที่เกษตรกรได้รับในเดือนม.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29.8% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 100.5 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ราคาสุกรที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการระบาดของโรค ASF ในฟาร์มเลี้ยงสุกร ซึ่งเป็นโรคระบาดรุนแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสและปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ส่งผลให้สุกรที่ติดเชื้อมีอัตราการตายระหว่าง 30% - 100% ซึ่งโรคระบาดดังกล่าวมีส่วนทำให้ผลผลิตสุกรในเดือนม.ค. ปรับตัวลดลง จนไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว และส่งผลให้ราคาสุกรในเดือนม.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้การระบาดของ ASF ในต่างประเทศ ทำให้ผลผลิตสุกรปรับตัวลดลงและราคาสุกรปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสองปี โดยการระบาดของ ASF ในทวีปเอเชีย เริ่มต้นขึ้นในเดือนส.ค. 2018 โดยพบครั้งแรกในประเทศจีน ก่อนจะกระจายไปสู่ 16 ประเทศในเอเชีย ซึ่งจากบทเรียนการระบาดของ ASF ในจีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ พบว่า หลัง ASF ระบาด ผลผลิตสุกรจะปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก และต้องใช้เวลามากกว่าสองปีก่อนที่ระดับผลผลิตจะฟื้นกลับไปอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการระบาด (รูปที่ 1) ตัวอย่างเช่น ในกรณีของจีน ซึ่งภาครัฐยืนยันว่ามีการระบาดของ ASF ครั้งแรกในเดือนส.ค. 2018 พบว่า ปริมาณผลผลิตสุกรในปี 2019 ปรับตัวลดลง 21.3%YOY และปรับลดลงต่อเนื่องอีก 14.6%YOY ในปี 2020 ก่อนที่จะกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 34.4%YOY ในปีที่ผ่านมา หรือในกรณีของเวียดนาม ซึ่งภาครัฐยืนยันว่ามีการระบาดของ ASF ครั้งแรกในเดือนก.พ. 2019 โดยพบว่า ปริมาณผลผลิตสุกรในปี 2019 ปรับตัวลดลง 30.3%YOY ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.3%YOY ในปี 2020 โดยอัตราการเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ผลผลิตสุกรในเวียดนามจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ระดับผลผลิตก็ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาดของ ASF ค่อนข้างมาก ซึ่งผลผลิตสุกรที่ปรับตัวลดลงดังกล่าวมีส่วนทำให้ราคาสุกรในจีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 2 ปี ตัวอย่างเช่น ราคาสุกรในจีนในปี 2019 และ 2020 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 77.0%YOY และ 55.1%YOY ตามลำดับ หรือ ราคาสุกรในเวียดนามในปี 2019 และ 2020 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.4%YOY และ 61.7%YOY ตามลำดับ
บทเรียนจากการระบาดของ ASF ในต่างประเทศข้างต้น สะท้อนว่า ราคาสุกรในไทยอาจจะยังไม่ผ่านจุดสูงสุดและคนไทยอาจจะต้องอยู่กับราคาสุกรแพงไปอีกสองปี ทั้งนี้ราคาสุกรที่ปรับตัวลดลง 7.7%MOM ในเดือนก.พ. อาจเป็นการย่อตัวลงในระยะสั้น ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากมาตรการตรวจสต็อกของภาครัฐ ที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายเนื้อสุกรในสต็อกออกสู่ตลาด แต่อย่างไรก็ตาม ราคายังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจาก EIC คาดว่า ผลผลิตสุกรในไทยในปี 2022 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง 20.0%YOY ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 (รูปที่ 1) โดยปริมาณผลผลิตสุกรในปีนี้จะลดลงมากหรือน้อยกว่าที่คาดการณ์เพียงใด ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและระยะเวลาของการระบาดของ ASF เป็นหลัก ซึ่งจากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ณ วันที่ 17 ก.พ. 2022 พบว่ามีการระบาดของโรค ASF แล้วในพื้นที่ 20 จังหวัดของประเทศไทย ซึ่งผลผลิตสุกรที่ลดลงท่ามกลางความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและราคาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ที่ทรงตัวในระดับสูง ทำให้ EIC คาดว่า ราคาสุกรมีชีวิตที่เกษตรกรได้รับในปี 2022 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.0%YOY โดยจากบทเรียนการระบาดของ ASF ในต่างประเทศ ก็มีโอกาสสูงที่ราคาสุกรในไทยจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2023 จากผลผลิตสุกรที่อาจจะยังไม่กลับไปอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อน ASF ระบาด ทั้งนี้สิ่งที่ไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญในระยะยาว คือ มาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต โดยต้องมุ่งไปสู่การยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการฟาร์มสุกรให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ซึ่งนอกจากจะเป็นการปรับตัวไปสู่ระบบการเลี้ยงสุกรที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืนแล้ว ยังตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคในเรื่อง Food safety ได้อีกด้วย
รูปที่ 1 : ASF มีส่วนทำให้ผลผลิตสุกรปรับตัวลดลงและมีส่วนทำให้ราคาสุกรปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสองปี ในกรณีของไทย EIC คาดว่าราคาสุกรมีชีวิตในปี 2022 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 25.0%YOY และมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอีกในปี 2023
หมายเหตุ : ยังไม่มีข้อมูลปริมาณผลผลิตสุกรของเวียดนามในปี 2021
ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ USDA, CEIC และ CPF (ประมาณการ ณ ก.พ. 2022)
_______________
เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์มองข้ามชอต วันที่ 14 มีนาคม 2022