SHARE
SCB EIC BRIEF
11 พฤษภาคม 2026

ไม่ล้ม ไม่ฟื้น ไม่เดินหน้า : โจทย์ Zombie Firms และการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจไทย

เศรษฐกิจไทยกำลังทำให้ธุรกิจจำนวนมาก “อยู่รอดแต่ไม่เติบโต” หรือไม่ และควรออกแบบการเปลี่ยนผ่านอย่างไรให้เศรษฐกิจเดินหน้าระยะยาว?

ในช่วงหลายปีมานี้ ผู้ประกอบการ SMEs ไทยไม่ได้เผชิญแค่โจทย์เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่ำ แต่กำลังต้องทำธุรกิจในโลกที่กติกาเดิมใช้ไม่ได้เหมือนเดิม การแข่งขันรุนแรงขึ้น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นสภาพแวดล้อมใหม่ของการทำธุรกิจ

ในบริบทเช่นนี้ “การอยู่รอดทางธุรกิจ” อาจไม่ได้หมายความว่า “ปลอดภัยหรือแข็งแรง” แม้ผู้ประกอบการจะสามารถประคองกิจการผ่านวิกฤตโควิด-19 มาได้ ยังเปิดดำเนินการและจ้างงานได้อยู่ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ SMEs จำนวนมากไม่สามารถกลับมาแข็งแรง หรือสร้างการเติบโตใหม่ได้จริง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาวะ “ศึกนอกซ้อนศึกใน” เมื่อแรงกดดันจากโลกภายนอกทับซ้อนกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของภาคธุรกิจไทยเอง หากผลกระทบเริ่มขยายวง SMEs อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ แต่อาจกลายเป็นจุดสะสมความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจไทยได้

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า SMEs จะประคองตัวอย่างไรให้รอดได้ แต่คือ ระบบเศรษฐกิจไทยกำลังจะพาธุรกิจจำนวนมากไปสู่ “การอยู่ต่อ แต่ไม่ไปไหน” หรือไม่? และ “ควรออกแบบการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจอย่างไรจึงจะช่วยให้เศรษฐกิจเคลื่อนไปข้างหน้าได้ในระยะยาว”

1. SMEs เป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย แต่สร้างพลังเศรษฐกิจได้ไม่มาก

SMEs คือฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจไทยในมิติ “จำนวน” และ “การจ้างงาน” แต่ไม่ใช่มิติพลังเศรษฐกิจ ในเชิง “รายได้” และ “มูลค่าเพิ่ม” ขณะนี้ SMEs คิดเป็นเกือบ 98% ของจำนวนกิจการทั้งหมด และจ้างงานมากกว่า 70% ของแรงงานไทย แต่กลับสร้างรายได้แค่ราว 18% ของรายได้ธุรกิจ ขณะที่รายได้กว่า 80% กระจุกอยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีจำนวนเพียง 2% ช่องว่างนี้กำลังสะท้อนความจริงของเศรษฐกิจไทยที่ว่า SMEs จำนวนมากกำลังแบกรับระบบเศรษฐกิจ แต่กลับไม่มีพลังขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจได้มากนัก

ในด้านมูลค่าเพิ่ม SMEs ไทยสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจราว 35% น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่ง SMEs สร้างมูลค่าเพิ่มได้เกินครึ่งของ GDP ความแตกต่างนี้สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ทำให้ SMEs ไทยจำนวนมากยังติดอยู่ในธุรกิจมูลค่าเพิ่มต่ำ ต้นทุนสูง และแข่งขันด้วยราคาเป็นหลัก

ศูนย์วิจัยกรุงไทย (2569) ศึกษางบการเงิน SMEs ไทยย้อนหลังนับสิบปี ยืนยันภาพชัดเจนว่า ความสามารถในการทำกำไรของ SMEs ไทยถดถอยลงอย่างต่อเนื่องแทบทุกกลุ่ม แม้พ้นช่วงโควิดไปแล้ว ปัญหาหลักของ SMEs คือ “หนี้สูง สภาพคล่องตึงตัว และอัตรากำไรลดลง” โดย SMEs กลุ่มอ่อนแอมีภาระหนี้สูงกว่ากลุ่มแข็งแรงหลายเท่า และมี Margin ต่ำกว่ามาก โครงสร้างภาคธุรกิจไทยแบบนี้ทำให้ SMEs กลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่รับแรงกระแทกก่อนในทุกวิกฤต และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวจำกัด

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ผลประกอบการของ SMEs รายบริษัท แต่คือการที่ธุรกิจจำนวนมากติดกับดัก “ไม่ล้ม ไม่ฟื้น ไม่เดินหน้า” แม้ภาวะนี้จะไม่ทำให้เกิดวิกฤตฉับพลัน แต่กำลังกลายเป็น “ความเปราะบางเชิงระบบ” เพราะทรัพยากร ทั้งแรงงาน เงินทุน และเวลา ใช้ไปกับธุรกิจที่ไม่สามารถยกระดับผลิตภาพหรือสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ได้เต็มที่ ภาพนี้คือจุดตั้งต้นสำคัญของคำถามเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยว่า เรากำลังเผชิญโจทย์ SMEs อ่อนแอ หรือ ติดกับดัก “บริษัทผีดิบ” ที่กำลังขยายตัวแบบเงียบ ๆ ในระบบเศรษฐกิจไทย

2. Zombie Firms : ธุรกิจยังอยู่ได้ แต่ใช้ทรัพยากรจากอนาคต

บริษัทผีดิบ (Zombie Firms) หมายถึง ธุรกิจที่ยังเปิดดำเนินการได้ ยังสามารถชำระดอกเบี้ยได้ แต่ไม่สามารถลดเงินต้นหรือสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน ธุรกิจเหล่านี้จึง “ยังอยู่ได้” แต่แทบไม่สร้างผลิตภาพหรือมูลค่าเพิ่มใหม่ให้ระบบเศรษฐกิจ ข้อมูลจากหลายงานศึกษาสะท้อน 3 ข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับ Zombie SMEs ในไทย คือ

1) Zombie SMEs มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (Scale) ในปี 2565 สัดส่วนบริษัทผีดิบของธุรกิจขนาดย่อมและขนาดย่อยสูงถึง 18.5% และ 7.7% ตามลำดับ ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่มีสัดส่วนบริษัทผีดิบไม่ถึง 5% (ณฐพงษ์, 2563) ใกล้เคียงกับผลศึกษาของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ปี 2568 ที่พบว่า Zombie SMEs มีสัดส่วนสูงในช่วง 8-15% ของจำนวนธุรกิจแต่ละขนาดทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการ อสังหาฯ ก่อสร้าง ที่พักแรม การค้า และภาคการผลิต (สสว., 2568) และหากรวม “ธุรกิจเสี่ยงจะเป็นซอมบี้” สัดส่วนกลุ่มนี้สูงกว่าหนึ่งในสามของภาคธุรกิจ (ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี, 2567) สำหรับ “ศึกนอกซ้อนศึกใน” ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ คาดว่าสัดส่วนบริษัทผีดิบ SMEs และกลุ่มเสี่ยงจะยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

2) Zombie SMEs ไม่ใช่แค่แข่งขันไม่ได้ แต่ติดกับดักภายในด้วย (Capability trap) Zombie SMEs ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะเท่าทุนหรือขาดทุนเล็กน้อยต่อเนื่อง กว่าครึ่งรายได้ลดลงเกิน 10% ต่อปี ขณะที่มีส่วนน้อยที่รายได้เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าธุรกิจกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในตลาดที่แข่งขันรุนแรงเสมอไป แต่เผชิญข้อจำกัดภายในธุรกิจเองด้วย ทั้งโครงสร้างต้นทุน ภาระหนี้ การบริหารจัดการ และการเข้าถึงทรัพยากร ดังนั้น ปัญหาของ Zombie Firms อาจไม่ใช่แค่ “ขายไม่ได้” แต่คือ “เปลี่ยนไม่ได้” พอรู้ว่าจะต้องปรับตัว แต่ไม่รู้จะเปลี่ยนไม่ให้เสี่ยงเกินไปอย่างไร

3) ระบบเอื้อให้ Zombie SMEs “อยู่ต่อ” มากกว่า “เปลี่ยนผ่าน” (System bias) หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทผีดิบยังคงอยู่ในระบบเศรษฐกิจ คือท่าทีของเจ้าหนี้ ทั้งเจ้าหนี้คนใกล้ชิดและสถาบันการเงินที่ช่วย “ประคอง” เพราะการปิดกิจการยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน และการปรับโครงสร้างมีต้นทุนสูง ผลลัพธ์คือธุรกิจกลุ่มนี้ยังใช้แรงงาน เงินทุน และทรัพยากรต่อ แต่ไม่สามารถสร้างผลิตภาพใหม่หรือรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เต็มที่

ในเศรษฐกิจที่แข็งแรง ธุรกิจที่ไม่ตอบโจทย์โลกใหม่ควรค่อย ๆ ลดบทบาท เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจและโมเดลใหม่เข้ามาแทนที่ แต่สำหรับเศรษฐกิจไทย ธุรกิจ SMEs จำนวนมากไม่ล้มและไม่เปลี่ยน เศรษฐกิจยังเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่เคลื่อนไปข้างหน้า ซึ่งภาวะนี้กำลังกลายเป็นข้อจำกัดเชิงระบบต่อการเติบโตในระยะยาว

3. Reinvent Thailand : จากการประคองให้อยู่ สู่การออกแบบเพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจ

Reinvent Thailand คือแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงินไทย ที่ริเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวและเปลี่ยนผ่านได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็วขึ้น แก่นของแพลตฟอร์มนี้คือการช่วย SMEs ไม่ใช่แค่สภาพคล่องระยะสั้น แต่ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจในระยะยาว เช่น โครงการ “พี่ช่วยน้อง” ในรูปแบบ Supply Chain Financing มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ หรือการสนับสนุนให้ธุรกิจปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว โดยครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีบทบาทต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ในภาพใหญ่ Reinvent Thailand ไม่ได้มุ่ง “จะช่วยให้ธุรกิจทุกรายอยู่รอดอย่างไร” แต่ตั้งโจทย์ที่สำคัญกว่า คือ “จะออกแบบระบบอย่างไรให้การเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจเกิดขึ้นจริง โดยไม่ผลักความเสี่ยงทั้งหมดไปที่ธุรกิจ” ซึ่งหมายถึงการออกแบบเงื่อนไขและทางเลือกให้ธุรกิจสามารถปรับ เปลี่ยนบทบาท หรือก้าวไปสู่โมเดลใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์ แทนการประคองให้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมต่อไป แม้จะไม่สามารถสร้างศักยภาพหรือการเติบโตใหม่ได้แล้วก็ตาม

3.1 นโยบาย : “ช่วยแบบทั่วไป” สู่ “ช่วยถ้าเปลี่ยน”

ในอดีตนโยบายช่วยเหลือภาคธุรกิจมักเน้นการประคองสภาพคล่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดกิจการและการว่างงานในระยะสั้น แต่ในบริบทที่การแข่งขันรุนแรงและโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว การช่วยแบบเดิมเพียงอย่างเดียวอาจยิ่งตอกย้ำภาวะ “ไม่ล้ม แต่ไม่เปลี่ยน”

ภายใต้กรอบ Reinvent Thailand การช่วยเหลือจะเปลี่ยนจาก “ช่วยให้อยู่” ไปสู่ “ช่วยถ้าเปลี่ยน” ได้อย่างชัดเจน เช่น การสนับสนุนที่ผูกกับการเพิ่มผลิตภาพ การปรับกระบวนการผลิต การใช้เทคโนโลยีที่ลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง หรือการยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของข้อมูล การยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะสามารถอยู่ต่อในรูปแบบเดิมได้ ไม่ใช่ความล้มเหลวของนโยบาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรทรัพยากร เพื่อให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

3.2 ระบบการเงิน : “เจ้าหนี้” สู่ “พันธมิตรในช่วงเปลี่ยนผ่าน”

ในระบบที่ธุรกิจจำนวนมากติดกับดักซอมบี้ บทบาทของสถาบันการเงินไม่ควรจำกัดอยู่แค่การประคองหนี้ หรือการตัดสินว่าใครควรไปหรือควรอยู่ แต่ควรทำหน้าที่เป็น “พันธมิตรในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Partner in transition)” นั่นหมายถึงการช่วยแยกเส้นทางของ SMEs อย่างเป็นระบบ เช่น ธุรกิจที่ยังมีศักยภาพ แต่ต้องการเวลาและการปรับโครงสร้าง, ธุรกิจที่พร้อมเปลี่ยนโมเดล หรือขยับไปสู่ตลาดใหม่, ธุรกิจที่อาจเหมาะกับการควบรวม เปลี่ยนบทบาท หรือออกจากรูปแบบเดิมและเริ่มต้นใหม่

เมื่อการ “ออกจากรูปแบบเดิม” ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ธุรกิจสามารถออกแบบได้ แรงจูงใจในการยื้อธุรกิจที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม จะค่อย ๆ ลดลง และเปิดทางให้ทรัพยากรไหลไปสู่กิจกรรมที่มีผลิตภาพสูงกว่าได้

3.3 SMEs : “โตเชิงขนาด” สู่ “ความแข็งแรงเชิงคุณภาพ”

สำหรับ SMEs การเปลี่ยนผ่านในโลกปัจจุบันอาจไม่ได้วัดที่การเติบโตเชิงขนาดเสมอไป แต่หมายถึงการเล็กลง แต่แข็งแรงขึ้น การออกจากการแข่งขันด้านราคา การขยับสู่ตลาดเฉพาะบริการมูลค่าเพิ่ม หรือการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าใหม่ อาจไม่ทำให้ธุรกิจ “ใหญ่ขึ้น” ในทันที แต่ช่วยเพิ่มความสามารถในการอยู่รอด และปรับตัวได้ดีขึ้นในระยะยาว แม้การเปลี่ยนจะมีต้นทุน แต่ต้นทุนของการไม่เปลี่ยน กำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกที่การแข่งขันเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว

Reinvent Thailand ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่คือกรอบคิดที่ช่วยให้ทุกภาคส่วนขยับจากการ “ประคองสถานะเดิม” ไปสู่การ “ออกแบบการเปลี่ยนผ่านอย่างมีทิศทาง” เพราะในท้ายที่สุดเศรษฐกิจที่แข็งแรง ไม่ใช่เศรษฐกิจที่ไม่มีใครล้ม แต่คือเศรษฐกิจที่ เปิดพื้นที่ให้การเปลี่ยนเกิดขึ้นได้จริง และทำให้ทุกการเปลี่ยนมีความหมาย

จากสถานการณ์ศึกนอกซ้อนศึกในของภาคธุรกิจไทยขณะนี้ ไม่ใช่คำถามว่าใครจะอยู่รอด แต่คือระบบเศรษฐกิจเอื้อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ Zombie Firms ที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นอาการ แต่สาเหตุคือระบบที่ทำให้ธุรกิจเปลี่ยนไม่ได้ แพลตฟอร์ม Reinvent Thailand กำลังมุ่งออกแบบการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจให้เกิดขึ้นได้จริงมากขึ้น เพื่อเอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจไทย และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ในระยะยาว

เผยแพร่ในเว็บไซต์ Workpointtoday และเพจ TODAY Bizview เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2026

อ้างอิง :

ณฐพงศ์ ตันติจิรานนท์ (2563) “Uneven recovery เศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ธุรกิจฟื้นไม่เท่ากัน”, SCB EIC Brief, 17 พฤศจิกายน 2566 https://www.scbeic.com/th/detail/product/thai-business-171123

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (2567) “ttb analytics ชี้ผู้ประกอบการไทยยังเปราะบาง เสี่ยงกลายเป็น “Zombie Firm” กว่า 35%” 13 ธันวาคม 2567 https://www.ttbbank.com/th/newsroom/detail/ttba-zombie-firm-dec-2024

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (2568) “รายงานเจาะพฤติกรรมธุรกิจผีดิบของผู้ประกอบการ SME” ภายใต้การศึกษาโครงการศึกษาปัญหาและความต้องการ MSME เร่งด่วน” 5 ตุลาคม 2568 https://www.smeone.info/posts/view/5434

The Standard (2569) “เปิดสถิติย้อนหลัง 15 ปี พบความสามารถทำกำไร SME ไทย ‘ถดถอย’ ทุกกลุ่มธุรกิจ Krungthai COMPASS ชี้ไทยต้องการ ‘ผ่าตัดใหญ่’, 3 กุมภาพันธ์ 2569  https://thestandard.co/thai-sme-profit-decline-reform/

ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
ยอมรับ