ส่องแนวโน้มภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างปี 2027 ปรับตัวอย่างไรให้รอด?
มูลค่าการก่อสร้างภาครัฐในปี 2027 มีแนวโน้มหดตัว สำหรับการก่อสร้างภาคเอกชนมีแนวโน้มทรงตัว ด้านอุตฯ วัสดุก่อสร้างอุปสงค์การใช้งานมีแนวโน้มหดตัว
แนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างปี 2027
มูลค่าการก่อสร้างภาครัฐในปี 2027 มีแนวโน้มหดตัว -5%YOY ลงมาอยู่ที่ 927,000 ล้านบาท โดยเผชิญแรงกดดันจากกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2027 ตามวงเงินงบลงทุนที่ลดลง 13% จากปีงบประมาณ 2026 โดยข้อจำกัดทางการคลังส่งผลให้การลงทุนภาครัฐเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่รัฐบาลอาจใช้แนวทางอื่น ๆ เดินหน้าโครงการ เช่น PPP, การระดมทุนผ่าน TFFIF เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างกลุ่มที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านวิศวกรรม การเงิน และประสบการณ์ทำงานร่วมกับภาครัฐ
สำหรับมูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชนในปี 2027 มีแนวโน้มทรงตัวที่ 598,000 ล้านบาท โดยการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องตามภาวะตลาดที่อยู่อาศัย รวมถึงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์กลุ่มอาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าที่หดตัวเช่นกัน ขณะที่การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มขยายตัวตามมูลค่าการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนที่ขยายตัวมากขึ้น และโอกาสจากการก่อสร้างที่มาจากการลงทุน FDI ใหม่ ๆ อย่าง Data center แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจไทยที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำ ปัญหาด้านขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และความไม่แน่นอนของทิศทางการลงทุนก่อสร้างโรงงานของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังรอความชัดเจนของผลกระทบนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และสงครามตะวันออกกลาง
ภาคก่อสร้างยังต้องรับมือปัจจัยท้าทายในปี 2027 ได้แก่ 1) สงครามตะวันออกกลางเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนก่อสร้าง 2) ข้อจำกัดทางการคลังส่งผลให้การลงทุนภาครัฐเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น และ 3) ความเข้มงวดด้านความปลอดภัย แต่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างแข่งขันด้านคุณภาพ ส่งผลดีต่อภาคก่อสร้างตามมา ขณะที่ในระยะปานกลาง ยังมีโอกาสในตลาดอาคารประหยัดพลังงาน การปรับปรุงอาคารเก่าให้ผ่านเกณฑ์ BEC และเกณฑ์การรับรองอาคารเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ นอกจากนี้ การลงทุน Data center จะหนุนให้เกิดการทยอยลงทุน และก่อสร้างในพื้นที่ต่าง ๆ
SCB EIC มองว่า ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างควรปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทาย และคว้าโอกาสใหม่ ดังนี้
· เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ : ขยายการรับงานใหม่ ๆ (เช่น การปรับปรุงอาคารประหยัดพลังงาน Data center), พัฒนาศักยภาพ และร่วมมือกับพันธมิตร
· ให้ความสำคัญกับกระแสเงินสด และการบริหาร Backlog : ปรับสัดส่วนในการเข้าประมูลงานก่อสร้างภาครัฐ และภาคเอกชนอย่างเหมาะสม, ร่วมลงทุน PPP, ระมัดระวังการเข้าประมูลแบบแข่งขันด้านราคา รวมถึงดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และส่งมอบงานตามสัญญา
· ควบคุมต้นทุนก่อสร้าง : เป็นพันธมิตรกับผู้ค้า และผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างอย่างหลากหลาย, ทำสัญญาสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า รวมถึงสร้างความร่วมมือกับผู้ว่าจ้างอย่างใกล้ชิด
· ยกระดับความปลอดภัยอย่างเข้มงวด : เป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างต่างชาติที่มีความน่าเชื่อถือ, ลงทุนนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ และพัฒนาบุคลากร ภายใต้การบังคับใช้มาตรการสมุดพกผู้รับเหมา แบล็กลิสต์ (Blacklist) และมาตรฐานวัสดุก่อสร้าง
· ลงทุนนำเทคโนโลยีมาใช้ : เป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างต่างชาติ ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานฝีมือ
แนวโน้มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างปี 2027
สำหรับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง อุปสงค์การใช้งานปี 2027 มีแนวโน้มหดตัวตามภาคการก่อสร้าง ทั้งในโครงการภาครัฐ และการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตจะยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างในปี 2027 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง ตามต้นทุนราคาวัตถุดิบ และราคาพลังงาน รวมถึงสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าในอดีต นอกจากนี้ ยังต้องจับตาสินค้าต่างประเทศที่จะถูกนำเข้ามาตีตลาดในประเทศ โดยเฉพาะเหล็กและกระเบื้อง เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนการผลิตในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีข้อจำกัดในการกำหนดราคาจำหน่ายเพื่อให้แข่งขันได้
มาตรการ CBAM จะเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มของการส่งออกสินค้าเหล็ก กดดันให้ผู้ผลิตเหล็กไทยต้องเร่งลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อลดภาระภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้น รวมถึงจำเป็นต้องมีการวัดและรายงานค่า Embedded emission ที่ได้มาตรฐานสากล โดยเป็นความท้าทายที่สำคัญของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึง SMEs
SCB EIC มองว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างต้องปรับตัว และเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนต่าง ๆ ดังนี้
· ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแหล่งวัตถุดิบ ต้นทุน และสต็อกสินค้า เพื่อรักษาอัตรากำไรไว้ได้ท่ามกลางความยืดเยื้อของสงครามตะวันออกกลาง ควบคุมมาตรฐานการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เป็นพันธมิตรกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผู้รับเหมารายใหญ่ เพื่อทำสัญญาสั่งซื้อล่วงหน้า ยกระดับบทบาทเป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร รวมถึงลดการปล่อย CO2 ในกระบวนการผลิต
· ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง ควรติดตามสถานการณ์ และแนวโน้มอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เช่น ทิศทางราคาสินค้า ต้นทุนการขนส่ง จัดจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการท่ามกลางการแข่งขันของกลุ่มผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง ทั้ง Modern trade ร้านค้าในชุมชน รวมถึงนายหน้าค้าวัสดุก่อสร้างจากต่างชาติ รวมถึงนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น Software และ AI