SHARE

เศรษฐกิจโลก

เศรษฐกิจโลกมีแรงส่งจากลงทุน AI ต่อเนื่อง แม้เผชิญความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และการเงินตึงตัว SCB EIC คาดเศรษฐกิจโลกโต 2.5% ในปี 2569 และ 2.6% ในปี 2570

1. สถานการณ์เศรษฐกิจโลก

SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวที่ 2.5% ในปี 2569 และ 2.6% ในปี 2570 แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากการลงทุนด้าน AI การค้าในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์จากกระแส AI ไม่ได้กระจายตัวอย่างทั่วถึง โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในบางประเทศ เช่น สหรัฐฯ ที่นำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจมากขึ้นจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แม้เริ่มมีผลกระทบต่อการจ้างงานบางส่วน ขณะที่จีนเร่งประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตและการส่งออก แต่ก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดแรงงานในระยะสั้น ส่วนประเทศกำลังพัฒนายังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำ AI มาใช้ และยังตามหลังประเทศหลักค่อนข้างมาก

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้การส่งออกพลังงานจากตะวันออกกลางทำได้อย่างจำกัด และทำให้ราคาพลังงานโลกมีแนวโน้มสูงกว่าที่เคยคาดไว้

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ อาจทยอยใช้มาตรการทางการค้าเพิ่มเติมเพื่อดันอัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยกลับไปใกล้ระดับที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า โดยให้ความสำคัญกับประเด็นการเกินดุลการค้า ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน และการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า ปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มแรงกดดันต่อการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง
Global-economy-2027.png

2. อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของโลก

ภาวะการเงินโลกยังคงตึงตัว เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศเศรษฐกิจหลักปรับสูงขึ้น จากความต้องการเงินทุนจำนวนมากของทั้งภาคธุรกิจที่เร่งลงทุนด้าน AI และภาครัฐที่ยังขาดดุลงบประมาณในระดับสูง อีกทั้ง นักลงทุนยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความมั่นคงทางการคลังของหลายประเทศ

SCB EIC ประเมินว่าความเสี่ยงสำคัญในระยะข้างหน้าอาจไม่ใช่การกลับมาของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบใหม่ แต่เป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานมากกว่า

ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสำคัญทั่วโลกมีแนวโน้มดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยบางประเทศอาจยังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อการควบคุมเงินเฟ้อ แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลงในระยะต่อไปก็ตาม

โดยประเมินแนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลัก ดังนี้

·      ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขึ้นดอกเบี้ยสู่ 3.75-4.00% เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 จากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียด ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ดี ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ

·      ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps สู่ 2.5% เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยยังคงย้ำแนวทางดำเนินนโยบายการเงินขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

·      ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งสู่ 1.25% เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2569 เพื่อรับมือเงินเฟ้อสูง และเยนอ่อนค่า เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดการเงิน โดยคาดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงข้างหน้าจะถี่ขึ้น

3. บทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลก

3.1 Outlook ไตรมาส 3/2026
3.2 รวมบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลก

ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
ยอมรับ