<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><atom:link href="https://www.scbeic.com/th/rss/product/1657179413590" rel="self" type="application/rss+xml"/><title>EIC RSS Future perspective</title><link>https://www.scbeic.com/th/home</link><description>RSS For Future perspective</description><copyright>Copyright 2015 The Siam Commercial Bank Public Company Limited. All rights reserved.</copyright><language>th</language><pubDate>Mon, 06 Apr 2026 00:40:25 +0700</pubDate><ttl>9</ttl>
				<item>
					<title>ตลาดคาร์บอนเครดิตไทยกับความท้าทายสำคัญที่มองข้ามไม่ได้</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8920</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/8920</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8920">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>ตลาดคาร์บอนเครดิตในไทย</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">ตลาดคาร์บอนเครดิตในไทยกำลังเป็นที่จับตามอง แม้ว่าบริษัทต่าง ๆ จะมุ่งดำเนินการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ก็ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบางส่วนที่ไม่สามารถลดได้อยู่ คาร์บอนเครดิตจึงเป็นกลไกสำคัญในการมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net zero <br /><br />ภายใต้กระแสที่มาแรงของตลาดคาร์บอนเครดิตไทย ซึ่งเป็นตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) ยังมีความเสี่ยงของตลาดที่ต้องเผชิญในหลายประการ ก่อนที่ผู้ลงทุนจะทำการซื้อ/ขายคาร์บอนเครดิต โดยมีความเสี่ยงทั้งทางด้านอุปสงค์ อุปทาน ราคา และช่องทางในการซื้อ/ขาย เป็นต้น</p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>ความท้าทายของตลาดคาร์บอนเครดิตไทย</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">ความเสี่ยงทางด้าน Demand จากความไม่แน่นอน อันเนื่องมาจากคาร์บอนเครดิตที่มีลักษณะเป็นภาคสมัครใจไม่ใช่ทางเลือกแรกที่ผู้ซื้อใช้ และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มุ่งเน้นในด้านการทำโครงการลดการปล่อยคาร์บอนก่อน <br /><br />ความเสี่ยงทางด้าน Supply อันเนื่องมาจากตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยเป็นไปในลักษณะที่เหมาะกับผู้ลงทุนรายใหญ่มากกว่าผู้ลงทุนรายย่อย และยังมีความไม่แน่นอน ความไม่สม่ำเสมอของปริมาณการซื้อขาย ประกอบกับตลาดยังอยู่ในช่วงการพัฒนา จึงทำให้การซื้อขายเป็นไปในลักษณะผู้ซื้อ และผู้ขายตกลงกันเอง <br /><br />ความเสี่ยงทางด้านราคา เนื่องจากตลาดยังอยู่ในช่วงการพัฒนาไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจน เช่น และตลาดคาร์บอนไทยยังไม่มีระบบในการรักษาเสถียรภาพของ Demand และ Supply ดังนั้น ความผันผวนด้านราคา หรือโอกาสที่ราคาคาร์บอนจะตกต่ำจึงมีความเป็นไปได้<br /><br />ผู้มีความสนใจในการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ควรศึกษาข้อมูลประกอบการลงทุนด้านคาร์บอนเครดิตด้วยวิธีต่าง ๆ และเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น พร้อมกับมองหาทางเลือกอื่นเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Net zero ที่ยั่งยืนต่อไป&nbsp;<br /><br /><iframe style="border: 1px solid #CCC; border-width: 1px; margin-bottom: 5px; max-width: 100%;" src="https://www.slideshare.net/slideshow/embed_code/key/pyvoZ2E44t5p5?startSlide=1" width="670" height="715" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen" data-mce-fragment="1"></iframe></p>
<br /><br /><br />
<table style="height: 53px;" width="230">
<tbody>
<tr>
<td><a style="background-color: #ffffff; outline-style: initial; text-decoration-line: underline; font-family: Tahoma, Geneva, sans-serif; font-size: 17px;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/8920/gkcxdef249/SCB-EIC_Future-Perspective_Carbon-credit_20230404.pdf" target="_blank" rel="noopener"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/wh/bb/gjpqwhbbcb/Button-01-%281%29.jpg" alt="Button-01-(1).jpg" width="230" height="59" /></a></td>
</tr>
<tr>
<td><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/carbon-040423" target="_blank" rel="noopener"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/5d/gs/gk7m5dgsho/engver.jpg" alt="engver.jpg" width="230" height="59" /></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ตลาดคาร์บอนไทยยังไม่มีระบบในการรักษาเสถียรภาพของ Demand และ Supply ดังนั้น ความผันผวนด้านราคา หรือโอกาสที่ราคาคาร์บอนจะตกต่ำจึงมีความเป็นไปได้</description>
					<enclosure length="4370" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/80/ce/gjpw80ceis/credit_carbon_s.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 04 Apr 2023 10:01:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>กรีนไฮโดรเจน (Green Hydrogen) กุญแจสำคัญของหนทางสู่ Net Zero</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7998</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7998</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7998">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong style="color: #614090;"><a href="https://social-plugins.line.me/lineit/share?url=https://www.scbeic.com/th/detail/product/7998?utm_source=shareline" target="_blank" rel="noopener"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/6o/qw/g5bj6oqwn4/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29-%281%29.JPG" alt="LINE_sharebutton[1]-(1)-(1).JPG" width="150" height="60" /></a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong style="color: #614090;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8027"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/00/ai/g6hh00ai3r/engver.jpg" alt="engver.jpg" width="230" height="59" /></a><br /><br /></strong><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/jz/74/g5bljz74ew/Screen-Shot-2564-12-20-at-11.15.27.png" alt="Screen-Shot-2564-12-20-at-11.15.27.png" width="780" height="531" /><br /><br /><br /><br /></p>
<ul>
<li><span style="color: #4f2a81;"><strong>ไฮโดรเจนที่ผลิตโดยพลังงานสะอาด หรือ กรีนไฮโดรเจน เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในการช่วยให้โลกบรรลุเป้าหมาย net zero ได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (hard-to-abate sectors)</strong> </span>ปัจจุบันไฮโดรเจนที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเหล่านี้ หากอุตสาหกรรมสามารถนำไฮโดรเจนที่ผลิตโดยไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ก็จะส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรมลดลงอย่างมาก<br /><br /></li>
<li><span style="color: #000000;"><span style="color: #4f2a81;"><strong>แรงขับเคลื่อนที่สำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนคือ การลงทุนของประเทศต่าง ๆ</strong> </span>ปัจจุบันมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและใช้ไฮโดรเจนมากกว่า 200 โครงการที่ประกาศแล้วทั่วโลก โดยยุโรปเป็นผู้นำในด้านจำนวนโครงการไฮโดรเจนที่ประกาศเปิดตัวและครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าของไฮโดรเจนรวมทั้งกลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไฮโดรเจนแบบบูรณาการโดยเน้นการใช้ในสหภาพยุโรปและประเทศใกล้เคียง<br /><br /></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><span style="color: #4f2a81;"><strong>ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้กรีนไฮโดรเจนมีแนวโน้มแข่งขันได้ในตลาดพลังงานคือต้นทุนการผลิตที่ลดลงโดยแนวโน้มราคาพลังงานสะอาดและราคาเทคโนโลยีอิเล็กโทรไลเซอร์ บวกกับ 2 ปัจจัยด้าน capacity factor และต้นทุนทางการเงิน (cost of capital)</strong> </span>จะช่วยให้ราคากรีนไฮโดรเจนลดลงจากราว 2.5&ndash;5.5 ยูโรต่อกิโลกรัม เป็นราว 0.67&ndash;0.84 ยูโรต่อกิโลกรัมภายในปี 2050<br /><br /></span></li>
<li><span style="color: #4f2a81;"><strong>อย่างไรก็ตาม กรีนไฮโดรเจน ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญด้านต้นทุนการผลิตที่ยังสูง การพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการกักเก็บและการขนส่ง และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จะเข้ามารองรับการเติบโตของการใช้ไฮโดรเจน ซึ่งรวมถึงความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อใช้ผลิตกรีนไฮโดรเจนด้วย<br /><br /></strong></span></li>
<li><span style="color: #4f2a81;"><strong>ประเทศไทยควรให้ความสำคัญในแง่ของการศึกษาและพัฒนาอุตสาหกรรมไฮโดรเจน ถึงแม้ว่าปัจจุบันการเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมไฮโดรเจนยังไม่เหมาะสมกับบริบทและความพร้อมของประเทศ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผน Energy Transition ให้เป็นไปอย่างบูรณาการและเพื่อถอดบทเรียนของการพัฒนาคลีนเทคในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบาย ด้านเทคโนโลยี เพื่อเป็นการสร้างโอกาศทางธุรกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว</strong></span><span style="color: #000000;"><br /><br /></span><span style="color: #000000;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/7998/g5bmdr0rps/EIC-Note_Green-Hydrogen_20211220.pdf"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/6o/r0/g5bj6or0i6/Button-01-%281%29.jpg" alt="Button-01-(1).jpg" width="230" height="59" /></a><br /></span></li>
</ul>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ไฮโดรเจนที่ผลิตโดยพลังงานสะอาด หรือ กรีนไฮโดรเจน เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในการช่วยให้โลกบรรลุเป้าหมาย net zero ได้ ...</description>
					<enclosure length="44133" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/ju/6v/g5blju6vzz/Screen-Shot-2564-12-20-at-11.15.27.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 20 Dec 2021 09:52:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>Advanced Biofuel บทบาทสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคขนส่ง</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7989</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7989</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7989">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong style="color: #614090;"><a href="https://social-plugins.line.me/lineit/share?url=https://www.scbeic.com/th/detail/product/7989?utm_source=shareline" target="_blank" rel="noopener"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/dq/j4/g576dqj45f/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29-%281%29.JPG" alt="LINE_sharebutton[1]-(1)-(1).JPG" width="150" height="60" /><br /><br /></a></strong></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8066"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/w5/p4/g6hgw5p4lj/engver.jpg" alt="engver.jpg" width="230" height="59" /></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><br /><br /><br /></p>
<div><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/75/3q/g578753q5n/Screen-Shot-2564-12-16-at-12.07.12.png" alt="Screen-Shot-2564-12-16-at-12.07.12.png" width="728" height="482" /><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>Advanced Biofuel คือ คำตอบต่อข้อกังขาเรื่องความยั่งยืน</strong></span></div>
<div><br /><strong>เชื้อเพลิงชีวภาพแบบก้าวหน้าผลิตจากวัตถุดิบที่ไม่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตอาหารโดยตรง และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งวงจรชีวิต</strong> (life-cycle greenhouse gas emissions) ซึ่งถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มความยั่งยืนของการผลิตและใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ที่จากเดิม เชื้อเพลิงชีวภาพผลิตจากพืชอาหาร ทำให้เกิดข้อกังขาเรื่องความมั่นคงทางอาหารและการใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการเพาะปลูก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศหลายด้าน<br /><br />ในปัจจุบัน มีการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพแบบก้าวหน้า <strong>อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สอง</strong> <strong>(second-generation biofuel)</strong> ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ไม่สามารถนำไปประกอบอาหารสำหรับมนุษย์ได้และวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรที่มีลิกโนเซลลูโลส (lignocellulosic biomass) เป็นองค์ประกอบ และ<strong>เชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สาม (third-generation biofuel)</strong> ที่ผลิตจากพืชพลังงานรูปแบบใหม่อย่าง algae<br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>บทบาทสำคัญของเชื้อเพลิงชีวภาพในช่วง energy transition</strong></span></div>
<div><br />เนื่องจากเชื้อเพลิงชีวภาพมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับน้ำมันฟอสซิล ทำให้สามารถนำมาผสมใช้ในเครื่องยนต์และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วได้เลย ทำให้เชื้อเพลิงชีวภาพแบบก้าวหน้าจึงเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด (energy transition) โดยเฉพาะใน<strong>กลุ่มยานพาหนะขนาดใหญ่ (heavy-duty vehicles)</strong> อย่างรถบรรทุกและเครื่องบิน ที่มีข้อจำกัดในการพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย net-zero emissions<br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>อุปสรรคด้านความสามารถในการแข่งขัน</strong></span><br />ทว่าเทคโนโลยีเชื้อเพลิงชีวภาพแบบก้าวหน้ายังอยู่ในระดับเริ่มต้นและยังไม่มี technological breakthrough ส่งผลให้เชื้อเพลิงชีวภาพแบบก้าวหน้ายังคงเผชิญความท้าทายในการพัฒนาคุณสมบัติ drop-in ซึ่งคือการทำให้มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับน้ำมันฟอสซิล และความท้าทายด้านราคาที่อยู่ในระดับสูง <strong>ทำให้ยังไม่สามารถแข่งขันกับเชื้อเพลิงอื่นได้ ดังนั้น การลงทุนเพื่อค้นคว้าพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจึงจำเป็นอย่างมาก</strong><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>โอกาสในการต่อยอดอุตสาหกรรมในประเทศไทย</strong></span><br />ไทยสามารถใช้<strong>ข้อได้เปรียบทางด้านจำนวนและความหลากหลายของวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร</strong>ที่มีศักยภาพในการนำมาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพแบบก้าวหน้า ด้วยการพัฒนา<strong>ต่อยอดองค์ความรู้จากอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีอยู่แล้ว</strong> รวมทั้ง สามารถใช้โอกาสนี้ ในการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัสดุเหลือทิ้งและรวมเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy)<br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>Sustainable Aviation Fuel (SAF) โอกาสที่ไทยควรคว้าไว้</strong></span><br />กลุ่มเอกชนทั่วโลก<strong>มีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการบินเป็นอย่างมาก</strong> และได้ประกาศเป้าหมายใช้ SAF ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น และจะลดสัดส่วนของน้ำมันอากาศยานจากฟอสซิลลง ส่งผลให้เกิดอุปสงค์และตลาดอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และเมื่อมีเที่ยวบินเข้า-ออกประเทศไทยของสายการบินที่ตั้งเป้าหมายใช้ SAF จะทำให้เกิด<strong>ความต้องการใช้ SAF ในไทย</strong>เช่นกัน<br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>ความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือ กุญแจสำคัญ</strong></span><br />เชื้อเพลิงชีวภาพแบบก้าวหน้าจะยั่งยืนได้นั้น ต้องสนับสนุน ecosystem ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภาครัฐต้องคำนึงถึงการพัฒนาทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ภาคการจัดหาวัตถุดิบ ภาคการเกษตร ภาคการผลิตเชื้อเพลิง ภาคการขนส่ง ภาคการผลิตยานยนต์ และภาคการกำจัดของเสีย ไปจนถึงผู้บริโภค<br /><br />นโยบายสนับสนุนควรกำหนดอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากศักยภาพและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีในประเทศ ควรมีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงได้ ตลอดจนสร้างกลไกตลาดที่ส่งเสริมการแข่งขัน <strong>รวมถึงการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่จูงใจให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ทุกกลุ่มพัฒนาไปพร้อม ๆ กันอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</strong></div>
<br /><br />
<div>&nbsp;<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/7989/g57b2m0xng/EIC-Note_EIC_Advanced_biofuel_20211216.pdf" target="_blank" rel="noopener"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/dq/j9/g576dqj9a7/Button-01-%281%29.jpg" alt="Button-01-(1).jpg" width="230" height="59" /></a></div>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เชื้อเพลิงชีวภาพแบบก้าวหน้า (advanced biofuel) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการมุ่งสู่เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มยานพาหนะขนาดใหญ่ ...</description>
					<enclosure length="39404" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/eo/v0/g576eov0fb/Screen-Shot-2564-12-16-at-11.02.25.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 16 Dec 2021 11:04:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>ความจำเป็นและแนวทางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทยสู่เป้าหมาย NET ZERO</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7968</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7968</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7968">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong style="color: #614090;"><a href="https://social-plugins.line.me/lineit/share?url=https://www.scbeic.com/th/detail/product/7968?utm_source=shareline"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/pc/mu/g4rmpcmuh8/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29-%281%29.JPG" alt="LINE_sharebutton[1]-(1)-(1).JPG" width="150" height="60" /></a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong style="color: #614090;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8058"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/n2/eu/g6hgn2eu2m/engver.jpg" alt="engver.jpg" width="230" height="59" /></a><br /><br /></strong><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/5i/w2/g4ro5iw2jg/Screen-Shot-2564-12-02-at-09.26.14.png" alt="Screen-Shot-2564-12-02-at-09.26.14.png" width="780" height="524" /><br /><br /></p>
<ul>
<li><span style="color: #000000;"><strong>ภาคการผลิตไฟฟ้าเป็นต้นกำเนิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ คิดเป็นราว 30% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก</strong> การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไฟฟ้าไปสู่การใช้พลังงานที่สะอาดขึ้น จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะผลักดันให้โลกมุ่งสู่เป้าหมาย net zero เพื่อลดผลกระทบจาก climate change โดยอาศัยกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด และคลีนเทคที่ต้นทุนปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง</span><br /><br /></li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลไม่ใช่การลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำอีกต่อไป เนื่องจากโครงการต้องเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายรวมถึงกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม</strong>และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มข้นขึ้น จนอาจนำไปสู่การเป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนไปแล้วไม่ได้ใช้งาน (stranded asset)<br /><br /></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>อุตสาหกรรมไฟฟ้าไทยไม่อาจหลีกเลี่ยง Energy Transition ได้เช่นกัน เนื่องจากมีแรงผลักดันเพื่อทำตามเป้าหมายในระดับประเทศที่ไทยได้ประกาศไว้ ณ COP26 ว่าจะเป็น net zero</strong> ภายในปี 2065 รวมถึงแรงผลักดันของภาคเอกชนที่ต้องการทำตามเป้า net zero ในระดับองค์กรของตนเอง อีกทั้ง เผชิญแรงกดดันจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าที่มีแนวโน้มที่จะเข้มข้นขึ้น<br /><br /></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>ภายในทศวรรษหน้า ไทยต้องเพิ่มการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดขึ้นอย่างมาก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในกรณีที่ประเทศคู่ค้าใช้นโยบายปรับคาร์บอน</strong> ซึ่งจะรวมผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าไปเป็นต้นทุนสินค้า โดยหากสินค้าไทยถูกปรับคาร์บอนน้อยกว่าคู่แข่งจากการที่ไฟฟ้าของไทยมีสัดส่วนพลังงานที่สะอาดสูงกว่า ย่อมเป็นแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ในตลาดของประเทศคู่ค้า<br /><br /></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>การที่ไทยมีความมั่นคงในด้านกำลังการผลิตไฟฟ้าสูง จะช่วยให้ประเทศสามารถให้ความสำคัญกับการลงทุนและปรับนโยบายเพื่อรองรับ energy transition</strong> ได้ โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและการเร่งลงทุนในสมาร์ตกริด รวมถึงการปรับนโยบายที่ไม่ยืดหยุ่นจากการมีสัญญาผูกพันระยะยาว และเร่งปรับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับด้าน 1) การจัดหาไฟฟ้าเพื่อลด grid emission factor (ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลังงานไฟฟ้า) 2) การสร้างกลไกตลาดเพื่อส่งผ่านต้นทุนอย่างโปร่งใส และ 3) การสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด<br /><br /></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>การออกแบบนโยบาย สร้างกลไกตลาด และนำคลีนเทคมาใช้อย่างเต็มศักยภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและประเทศไทยเพื่อไปสู่เป้าหมาย Net Zero</strong> ตามที่ได้ประกาศไว้ต่อประชาคมโลก ซึ่งไม่เพียงมีผลดีด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศอีกด้วย<br /><br /></span><span style="color: #000000;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/7968/g4rqpbu5fm/EIC-Note_EIC-Climate_Net-Zero-Power_TH_20211202.pdf"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/pc/n0/g4rmpcn0hq/Button-01-%281%29.jpg" alt="Button-01-(1).jpg" width="230" height="59" /></a><br /></span></li>
</ul>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ภาคการผลิตไฟฟ้าเป็นต้นกำเนิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ คิดเป็นราว 30% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ...</description>
					<enclosure length="36512" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/5b/gp/g4ro5bgp5g/Screen-Shot-2564-12-02-at-09.26.14.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 02 Dec 2021 08:46:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>วิกฤติพลังงานสัญญาณเตือนความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในช่วง ENERGY TRANSITION</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7961</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7961</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7961">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <strong style="color: #614090;"><a href="https://social-plugins.line.me/lineit/share?url=https://www.scbeic.com/th/detail/product/7961?utm_source=shareline"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/54/je/g4oe54je1k/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29-%281%29.JPG" alt="LINE_sharebutton[1]-(1)-(1).JPG" width="150" height="60" /></a><br /><br /></strong><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/7d/vh/g4oj7dvhl5/Screen-Shot-2564-11-29-at-13.11.19.png" alt="Screen-Shot-2564-11-29-at-13.11.19.png" width="780" height="515" /><br /><br /><br />
<ul>
<li><span style="color: #000000;"><strong>เดือนตุลาคมที่ผ่านมาถือเป็น perfect storm ของตลาดพลังงานโลก เห็นได้จากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหลายปี (multi-year high)</strong> และการขาดแคลนพลังงานในบางตลาด โดยเฉพาะยุโรปและจีน โดยวิกฤติพลังงานในครั้งนี้เกิดจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และความต้องการใช้ LNG ที่เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้ต่ำกว่าคาดการณ์ ในด้านอุปทานการหยุดชะงักที่เกิดจากการระบาดของ COVID-19 สภาพอากาศ และความขัดแย้งระหว่างประเทศล้วนมีส่วนทำให้สต็อกของเชื้อเพลิง (inventory) ลดลง และราคาปรับขึ้นมาก<br /><br /></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>วิกฤติพลังงานครั้งนี้ ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด (energy transition)</strong> ถึงแม้ว่าการลงทุนในพลังงานสะอาดจะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่เติบโตขึ้น นอกจากนี้ การชะลอการลงทุนในการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลในขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติที่เป็นพลังงานทางผ่านไปสู่พลังงานสะอาด หรือ transition fuel (เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดกว่าถ่านหิน) เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ตลาดพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลมีแนวโน้มที่จะผันผวนมากขึ้นในอนาคต<br /><br /></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><strong>ไทยควรเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน</strong> เพื่อลดความเสี่ยงทั้งด้านอุปทานและด้านราคา ทั้งนี้ควรให้ความสำคัญกับการลงทุนในกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลด grid emission (ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลังงานไฟฟ้า) ควบคู่ไปกับการลงทุนในระบบส่งจำหน่ายและจัดการไฟฟ้าและสนับสนุนมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกภาคส่วน<br /><br /></span><span style="color: #000000;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/7961/g4oflwc9e8/EIC-Note-Climate_Energy-Crisis_20211129.pdf"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/54/jj/g4oe54jj99/Button-01-%281%29.jpg" alt="Button-01-(1).jpg" width="230" height="59" /></a><br /></span></li>
</ul>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เดือนตุลาคมที่ผ่านมาถือเป็น perfect storm ของตลาดพลังงานโลก เห็นได้จากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นสูงสุด ...</description>
					<enclosure length="38318" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/7n/w3/g4oj7nw30y/Screen-Shot-2564-11-29-at-13.11.19.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 29 Nov 2021 10:13:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>อีไอซี แนะ ยกระดับภาคเกษตรไทย ด้วย Agritech</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6616</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6616</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6616">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/9a/xm/fkk39axm4x/1.jpg" alt="1.jpg" width="1253" height="836" /><br /><br /><br /></p>
<ul>
<li>ปัจจุบันกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี ได้มีการนำ Agritech&nbsp;เข้ามาช่วยทำการเกษตรกันอย่างแพร่หลาย เช่น หุ่นยนต์ตรวจหาและจำแนกขนาดผลผลิต เครื่องจักรกลเพื่อเก็บข้อมูลการเพาะปลูก สำรวจพื้นที่ กำจัดศัตรูพืช เก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยเหล่านี้ ล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และลดต้นทุนในการทำการเกษตรลงได้<br /><br /></li>
<li>อีไอซีมองว่า การทำการเกษตรแบบดั้งเดิมมีแนวโน้มที่จะถูก Disrupt จาก Agritech ส่งผลให้ไทยต้องปรับตัว ทั้งนี้ปัจจุบันแม้ว่าจะไทยเริ่มมีการนำ Agritech มาช่วยทำการเกษตรบ้างแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโดรนที่ใช้ในการเกษตร หรือแม้แต่ Indoor farming แต่ก็ยังไม่แพร่หลายมากเท่าที่ควร โดยในกลุ่มเกษตรกรรายย่อยนั้น พบว่าส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อมด้านเงินทุน รวมถึงครอบครองที่ดินขนาดเล็ก ซึ่งทำให้ขาดความคุ้มค่าในการลงทุน จึงจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนและช่วยเหลือจากภาครัฐ ทั้งในเรื่องการจัดหาแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนาให้ต้นทุนต่ำลง รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการรวมแปลงการเกษตร<br /><br /></li>
<li>ในส่วนของการส่งออกนั้น ไทยอาจใช้โอกาสจากการเป็นฐานการผลิตและส่งออกเครื่องจักรกลทางการเกษตรและส่วนประกอบ ต่อยอดไปสู่การผลิตและส่งออก Agritech ต่อไป เช่น ระบบ Automation สำหรับรถแทรกเตอร์และรถเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยผลิตและส่งออกเป็นหลักอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีตลาดส่งออกรองรับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกส่วนประกอบรถแทรกเตอร์ที่สำคัญของไทย ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้มีการนำระบบ Automation มาติดตั้งกับเครื่องจักรกลทางการเกษตรแล้ว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000;"><br /><a href="http://bit.ly/2SCuxVN"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/78/bd/fkk378bd1p/Button-01.jpg" alt="Button-01.jpg" width="230" height="59" /></a><br /></span></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ปัจจุบันกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี ได้มีการนำ Agritech เข้ามาช่วยทำการเกษตรกันอย่างแพร่หลาย เช่น หุ่นยนต์ตรวจหา</description>
					<enclosure length="7002" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/b6/id/fkk3b6idsj/1.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 11:40:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>รถยนต์ไฟฟ้า...เปลี่ยนความท้าทายในธุรกิจน้ำมันให้กลายเป็นโอกาส</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6243</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6243</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6243">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/dx/yl/ffi4dxyl7i/note_EV.jpg" alt="note_EV.jpg" width="780" height="402" /><br /><br /><br /></p>
<ul>
<li><span style="color: #4f2a81;"><strong>การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกอาจส่งผลให้ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงชะลอตัวใน 10 ปีข้างหน้า จึงเป็นความท้าทายต่อธุรกิจน้ำมัน <br /><br /></strong></span></li>
<li><span style="color: #4f2a81;"><strong>เทรนด์ของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ได้ปรับกลยุทธ์มาลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับพลังงานไฟฟ้าตลอด value chain มากขึ้น<br /><br /></strong></span></li>
<li><span style="color: #4f2a81;"><strong>โอกาสการลงทุนของผู้ประกอบการไทยทั้งในธุรกิจน้ำมันและธุรกิจอื่น ๆ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าครองตลาดมากขึ้น เช่น การลงทุนในสถานีชาร์จไฟฟ้า ธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ ธุรกิจที่นำแบตเตอรี่มาใช้ใหม่ (reuse) และการลงทุนใน startup ที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศ เป็นต้น</strong></span></li>
</ul>
<p><br /><span style="font-size: 11pt; color: #4f2a81;"><strong>จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว</strong></span><br /><br />ปัจจุบันมีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้า ราว 5 ล้านคันทั่วโลก แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนเพียง 0.4% เมื่อเทียบกับจำนวนรถยนต์ทั้งหมด และมีสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าราว 2.5% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด แต่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วถึง 61%ต่อปี (ในช่วงปี 2012-2018) จากปี 2012 ที่มียอดขายเพียง 1 แสนคัน เพิ่มเป็น 2 ล้านคันในปี 2018 ซึ่งปัจจุบันจีน และสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงที่สุด 2 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 55% และ 18% ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดทั่วโลกตามลำดับ ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นแรงผลักดันต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ ราคาแบตเตอรี่ที่ถูกลง สมรรถนะและราคาของรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถแข่งขันได้กับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหรือที่เรียกว่ารถยนต์สันดาปภายใน (Internal Combusion Engine: ICE) นโยบายส่งเสริมของภาครัฐ กระแสรักษ์โลกที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้าและระยะเวลาในการชาร์จไฟ เป็นต้น ซึ่งหลายหน่วยงาน เช่น Bloomberg New Energy Finance (BNEF), BP, OPEC, ExxonMobil, International Energy Agency (IEA) ได้คาดการณ์การเติบโตของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกใน 20 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มขยายตัวสูงอยู่ในช่วงระหว่าง 17%-26%ต่อปี โดยอาจมีรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งบนท้องถนนทั่วโลก 150-550 ล้านคันภายในปี 2040 คิดเป็นสัดส่วนระหว่าง 31%-55% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด<br /><br /><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/6243/ffi4hd52mu/Note_TH_EV_Oil_Impact_20190821.pdf">คลิกเพื่ออ่านข้อมูลฉบับเต็มในรูปแบบ PDF</a></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกอาจส่งผลให้ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงชะลอตัวใน 10 ปีข้างหน้า จึงเป็นความท้าทายต่อธุรกิจน้ำมัน</description>
					<enclosure length="6458" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/cu/aw/ffi4cuawih/note_EV.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Fri, 30 Aug 2019 10:38:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>Cultured meat กับการปฏิวัติวิถีการผลิตเนื้อ</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/5892</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/5892</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5892">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/8l/2h/fb6l8l2h3y/iStock-621271582.jpg" alt="iStock-621271582.jpg" width="1383" height="759" /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong><br />&ldquo;อีไอซี ประเมินว่า เทคโนโลยีการเลี้ยงเนื้อในห้องแล็บหรือ Cultured meat จะแก้ปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพของการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันเพื่อรองรับความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยในระยะสั้นจะมีการบริโภคเพียงเฉพาะกลุ่ม แต่ในระยะยาวอาจมีการบริโภคมากขึ้นหากมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงหรือดีกว่าเนื้อทั่วไป และราคาลดลงมากพอที่จะแข่งขันกับเนื้อทั่วไปได้&rdquo;</strong><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff; text-decoration: underline;"><br /></span></span></strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/5892/fb6lenk9nq/EIC-Article_Cultured-Meat_20190306.pdf">อ่านต่อเพิ่มเติมในฉบับเต็มได้ที่นี่</a></span></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>“อีไอซี ประเมินว่า เทคโนโลยีการเลี้ยงเนื้อในห้องแล็บหรือ Cultured meat จะแก้ปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพของการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันเพื่อรองรับความต้องการ</description>
					<enclosure length="6626" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/89/0d/fb6l890dgb/iStock-621271582.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 11 Apr 2019 09:01:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing)  กับจุดเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานในอนาคต </title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/5731</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/5731</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5731">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/wt/pg/f8zgwtpgec/3d_printing.jpg" alt="3d_printing.jpg" width="200" height="113" /><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing)&nbsp; หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Additive Manufacturing มีรากมาจากคำว่า &lsquo;Add&rsquo; ซึ่งหมายถึงการขึ้นรูปชิ้นงานโดยการเติมเนื้อวัสดุทีละชั้น จนได้ออกมาเป็นวัตถุที่ต้องการ กระบวนการผลิตลักษณะนี้แตกต่างจากการผลิตแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Subtractive Manufacturing ซึ่งเป็นการสกัดเนื้อวัสดุออกจนได้เป็นรูปร่างของวัตถุที่ต้องการด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การตัด การแกะสลัก การกลึง การเจาะ หรือ เจียระไน เป็นต้น </strong></span><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>ถึงแม้ เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ 3D Printing จะมีมานานเกิน 30 ปี แต่การใช้งานในระยะแรกยังอยู่แค่ในวงจำกัด แต่เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาการใช้งานของเทคโนโลยีชนิดนี้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนับเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มาแรงอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีชนิดนี้ สามารถสร้างวัสดุอุปกรณ์ตั้งแต่ชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่มหึมา อาทิเช่น รถยนต์ หรือบ้านทั้งหลังที่พร้อมเข้าอยู่จริง ภายในระยะเวลาเพียง 24-48 ชั่วโมง สร้างปะการังเทียมเพื่อช่วยซ่อมแซมและรักษาระบบนิเวศในทะเล หรือแม้กระทั่งสร้างอวัยวะเทียมต่าง ๆ เช่น หลอดเลือด ใบหู กะโหลกและกระเพาะปัสสาวะ และในไม่ช้า 3D Printing จะมีบทบาทมากขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายอุตสาหกรรม ไม่เพียงแต่ภาคการผลิตแต่รวมไปถึง การสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจ (Business model) ให้ต่างไปจากเดิม สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคทุกคนอย่างแน่นอน สิ่งที่น่าสนใจคือคำถามที่ว่า เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ จะส่งผลกระทบทางตรงและทางอ้อมอย่างไร และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการผลิต ควรปรับตัวรับมือกับการพัฒนาและการนำมาใช้ในวงกว้าง (mass adoption) ของเทคโนโลยี ชนิดนี้อย่างไร</strong></span></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing)  หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Additive Manufacturing มีรากมาจากคำว่า ‘Add’ </description>
					<enclosure length="4660" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/vz/5w/f8zgvz5wpg/3d_printing.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 29 Jan 2019 14:44:00 +0700</pubDate>
				</item></channel></rss>