<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><atom:link href="https://www.scbeic.com/th/rss/product/1541787773432" rel="self" type="application/rss+xml"/><title>EIC RSS Outlook:U.S. Economy</title><link>https://www.scbeic.com/th/home</link><description>RSS For Outlook:U.S. Economy</description><copyright>Copyright 2015 The Siam Commercial Bank Public Company Limited. All rights reserved.</copyright><language>th</language><pubDate>Mon, 06 Apr 2026 00:36:59 +0700</pubDate><ttl>7</ttl>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7443</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7443</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7443">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส&nbsp; 1/2021&nbsp;<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7434"><strong><span style="text-decoration: underline;">คลิกอ่านฉบับเต็ม</span>&nbsp;</strong></a></span></p>
<p><strong>&nbsp;</strong></p>
<p><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4 ปี 2020 ฟื้นตัวในอัตราที่ชะลอลง</strong> ที่ 4.0%QOQ SAAR1 หรือหดตัว -2.5%YOY หลังจากกลับมาขยายตัว 33.1%QOQ SAAR ในไตรมาสที่ 3 (ทั้งปีหดตัว -3.5%YOY) โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่เร่งตัวขึ้นส่งผลให้หลายรัฐต้องกลับมาบังคับใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดอีกครั้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020 โดยเฉพาะการจำกัดการเดินทางและการห้ามนั่งรับประทานในร้านอาหาร ซึ่งทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคขยายตัวชะลอลงเหลือ 2.5%QOQ SAAR (โดยอุตสาหกรรมร้านอาหารและโรงแรมกลับมาหดตัว -1.2%QOQ SAAR) จากที่ขยายตัวถึง 40.7%QOQ SAAR ในไตรมาสที่ 3 อย่างไรก็ดี การแจกจ่ายวัคซีนเริ่มส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงตั้งแต่ต้นปี 2021 นอกจากนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวน้อยลงในเดือนธันวาคมยังสะท้อนให้เห็นว่า ภาคการผลิตได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมระลอกใหม่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับมาตรการในระลอกแรก <br /><br /><strong>EIC คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 4.2% ในปี 2021 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่</strong> โดยนอกจากมาตรการ 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่ออกมาในเดือนธันวาคม 2020 ที่เป็นการต่ออายุสวัสดิการต่าง ๆ ไปจนถึงอย่างน้อยมีนาคม 2021 แล้ว ประธานาธิบดีไบเดน ยังได้เสนอมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมอีกถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งที่รัฐจอร์เจียเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้พรรคได้เสียงข้างมากทั้งสองสภา จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการออกนโยบายเพิ่มเติม ทั้งนี้ EIC คาดว่า พรรคเดโมแครตจะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมได้ที่ราว 1.5-1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในไตรมาส 1 ปี 2021 ซึ่งหากพรรคเดโมแครตเลือกใช้กระบวนการ Budget Reconciliation แทนการโหวตแบบปกติที่ต้องการเสียงสนับสนุนจากรีพับลิกันบางส่วนในวุฒิสภา (อ่านเพิ่มเติมใน Box : แนวโน้มการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ของสหรัฐฯ และนัยต่อเศรษฐกิจและภาวะการเงิน หน้าที่ 15) ก็อาจทำให้สามารถออกมาตรการขนาด 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้ แต่หากใช้การโหวตแบบปกติ จะทำให้มาตรการอาจมีขนาดเล็กลงกว่าที่เสนอไป<br /><br /><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2021 ยังจะได้รับแรงสนับสนุนจากอีกสองปัจจัยได้แก่ 1) รอยแผลเป็นทางเศรษฐกิจที่มีน้อยกว่าที่คาด</strong> สะท้อนได้จากภาวะการจ้างงานที่ฟื้นตัวกลับมาแล้วกว่า 2 ใน 3 ของงานที่หายไป รวมทั้งจำนวนการปิดกิจการของภาคธุรกิจที่ยังคงลดลงต่อเนื่องในไตรมาส 4 ปี 2020 และ<strong> 2) การฉีดวัคซีนอย่างแพร่หลาย</strong> โดยสหรัฐฯ เริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 และได้เร่งอัตราการฉีดขึ้นถึง 1.3 ล้านโดสต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ได้ราวไตรมาสที่ 2 ปี 2021 โดยทั้งสองปัจจัยนี้จะส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคกลับมาขยายตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ความเสี่ยงด้านต่ำ ได้แก่ การกลายพันธุ์ของไวรัสขนาดของมาตรการที่น้อยกว่าคาด และความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์<br /><br /><strong>EIC คาดว่า Fed จะยังดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง</strong> โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในกรอบ 0-0.25% ไปจนถึงอย่างน้อยปี 2024 รวมทั้งยังคงอัตราการเข้าซื้อสินทรัพย์ทางการเงิน (QE) ไว้ในปี 2021 โดย Fed ได้เน้นย้ำในการประชุม FOMC ล่าสุด (มกราคม) ว่าจะยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายต่อไปจนกว่าอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ ณ ระดับเป้าหมาย <br /><br /><br /><span style="font-size: 14pt;"><strong><br />นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2021 แข็งค่าจากต้นปีที 1.2%YTD เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณฟื้นตัวจากความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกรวมทั้งนโยบายการเงินของ Fed ที่ยังมีแนวโน้มผ่อนคลายต่อเนื่อง ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับปัจจุบัน ทั้งนี้ EIC มองว่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2021 จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30-31<br /><br />การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2020 ขยายตัว 9.8%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (107.5%YOY) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (20.4%YOY) อาหารทะเลกระป๋อง (23.0%YOY) และผลิตภัณฑ์ยาง (10.5%YOY) ขณะที่สินค้าส่งออกที่หดตัวได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม <br />(-17.3%YOY) และอัญมณีและเครื่องประดับ (-18.7%YOY)<br /><br />การลงทุนทางตรงจากสหรัฐฯ มายังไทยใน 9 เดือนแรกของปี 2020 ขยายตัว 54.5% โดยอุตสาหกรรมที่เม็ดเงินลงทุนเพิ่มได้แก่ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และการซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการเงินและประกัน นอกจากนี้ ใน ปี 2020 มีผู้ประกอบการจากสหรัฐฯ ยื่นขอการส่งเสริมจาก BOI อยู่ 31 โครงการคิดเป็นมูลค่า 24,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100%YOY<br /><br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/y4/ra/fwr1y4rahv/Infographic_US.jpg" alt="Infographic_US.jpg" width="2480" height="3508" /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>วัคซีนและแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ จะเป็นปัจจัยหลักของการฟื้นตัวในปี 2021</description>
					<enclosure length="6632" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/ub/ee/fwr1ubeezu/iStock-524055319.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 14:56:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7255</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7255</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7255">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 4/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7249"><strong><span style="text-decoration: underline;">คลิกอ่านฉบับเต็ม</span>&nbsp;</strong></a></span></p>
<p><strong>&nbsp;</strong></p>
<p><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ : วัคซีนจะเป็นปัจจัยหลักของการฟื้นตัวในปี 2021<br /></strong><br /><strong>EIC คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2020 จะหดตัวที่ -3.6%</strong> โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2020 ขยายตัว 33.1%QOQ SAAR<sup>1</sup> แต่หดตัว -2.9%YOY จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาหลังจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีปัจจัยหลักมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น 40.7% QOQ SAAR<sup>1</sup> ในขณะที่อัตราการว่างงานในเดือนตุลาคมลดลงมาอยู่ที่ 6.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 7.9% อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มปรับตัวลงจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง และภาครัฐยังไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ได้ทันภายในปีนี้ <br /><br /><strong>EIC คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะโต 3.5% ในปี 2021 จากสามปัจจัย</strong> ได้แก่ 1) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ที่คาดว่าจะมีออกมาในช่วงต้นปี 2021 หลังจากที่ไบเดนเข้ารับตำแหน่ง 2) การมีวัคซีนใช้อย่างแพร่หลาย โดยคาดว่าสหรัฐฯ จะเป็นในหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกที่จะมีวัคซีนใช้ได้อย่างแพร่หลายในปี 2021 ซึ่งจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง และ 3) รอยแผลเป็นเศรษฐกิจที่น้อยกว่าที่คาด จากอัตราการว่างงานที่ลดลงอย่างรวดเร็ว และอัตราการล้มละลายที่ยังเริ่มปรับลดลง ทำให้ความกังวลที่รอยแผลเป็นทางเศรษฐกิจอาจมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาวลดลงกว่าที่ประเมินไว้เดิม<br /><br /><strong>ไบเดนชนะการเลือกตั้งแต่เสียงข้างมากในวุฒิสภามีโอกาสถูกครองโดยพรรคตรงข้าม</strong> โดยแม้พรรค Democrat ของไบเดนจะรักษาเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่พรรค Republican มีจำนวนสมาชิกในวุฒิสภามากกว่าอยู่ 50 ต่อ 48 ที่นั่ง และจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้หากชนะการเลือกตั้งพิเศษในรัฐจอร์เจียวันที่ 5 มกราคม 2021 อย่างน้อย 1 ใน 2 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้นโยบายของไบเดนและพรรค Democrat ดำเนินได้อย่างลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะสามารถทำได้เพียงประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นปี 2021 ส่วนการขึ้นอัตราภาษีก็คาดว่าจะทำได้ยากกว่ากรณีที่ Democrat ได้เสียงข้างมากทั้ง 2 สภาเช่นกัน<br /><br /><strong>EIC คาดนโยบายการเงินสหรัฐฯ จะยังคงผ่อนคลายต่อไป</strong> โดยคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงสิ้นปี 2024 เป็นอย่างน้อย แต่โอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีน้อย อย่างไรก็ดี หากแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวแย่ลงต่อเนื่อง EIC มองว่านโยบายที่ Fed สามารถดำเนินเพิ่มเติมได้คือ การปรับสัดส่วนปริมาณการซื้อสินทรัพย์ โดยอาจหันไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวมากขึ้น <br /><br /><sup>1</sup> การเติบโตเทียบกับไตรมาสก่อน แบบปรับฤดูกาล และคิดเป็นอัตราการเติบโตรายปี (quarter-on-quarter, seasonally adjusted and annualized rate)<br /><br /><span style="font-size: 14pt;"><strong><br />นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2020 อ่อนค่าลง -4.7%YTD จากเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณฟื้นตัว และการพัฒนาวัคซีนที่มีโอกาสสำเร็จสูง อีกทั้ง Fed ยังมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง ทั้งนี้ EIC มองว่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2021 จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.5-30.5<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ใน 10 เดือนแรกของปี 2020 ขยายตัว 8.3%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (161.9%) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (22.9%YOY) และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (23.7%YOY) ขณะที่สินค้าส่งออกที่หดตัวได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม (-18.6%YOY) และอัญมณีและเครื่องประดับ (-35.8%YOY)<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากสหรัฐฯ มายังไทยในครึ่งแรกของปี 2020 ขยายตัว 43.6% โดยอุตสาหกรรมที่เม็ดเงินลงทุนเพิ่มได้แก่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และการซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ และธุรกิจการเงินและประกัน นอกจากนี้ ใน 9 เดือนแรกของปี 2020 มีผู้ประกอบการจากสหรัฐฯ ยื่นขอการส่งเสริมจาก BOI อยู่ 31 โครงการคิดเป็นมูลค่า 2,981 ล้านบาท ลดลง -2.6%YOY<br /><br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/tn/s8/ftt8tns8s4/9.jpg" alt="9.jpg" width="2488" height="3579" /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>วัคซีนจะเป็นปัจจัยหลักของการฟื้นตัวในปี 2021</description>
					<enclosure length="6632" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/pn/b2/ftt8pnb2hc/iStock-524055319.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 09 Dec 2020 15:42:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7095</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7095</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7095">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 3/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7046"><strong><span style="text-decoration: underline;">คลิกอ่านฉบับเต็ม</span>&nbsp;</strong></a></span></p>
<p><strong>&nbsp;</strong></p>
<p><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ: Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า<br /></strong><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อไป แต่ในอัตราที่ชะลอลง (Stalling Recovery)</strong></span> เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 2 ปี 2020 หดตัว -31.7%QOQ SAAR1 หรือหดตัว -9.1%YOY โดยจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในสหรัฐฯ ยังคงปรับสูงขึ้น ซึ่ง ณ เดือนสิงหาคมจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ มียอดสะสมมากกว่า 5 ล้านราย ทำให้หลายรัฐต้องชะลอการผ่อนคลายหรือกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้ง ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยถึงแม้ว่าดัชนี Composite PMI จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 54.6 ในเดือนสิงหาคมแต่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน เช่นเดียวกับจำนวนการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงเช่นกัน โดยในเดือนสิงหาคมมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านตำแหน่งทำให้อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 8.4% ทั้งนี้ EIC มองว่าแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะทำให้อัตราการว่างงาน ณ สิ้นปีนี้อยู่ที่ราว 7.3% และ Real GDP ของปี 2020 จะหดตัวลง -5.5% หากสหรัฐฯ สามารถควบคุมการระบาดได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสามารถทยอยฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 และกลับมาขยายตัวได้ในปี 2021<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>โจ ไบเดน มีคะแนนความนิยมนำ โดนัลด์ ทรัมป์ ค่อนข้างมาก จากโพลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ</strong></span> โดย ไบเดน มีคะแนนความนิยมนำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่มาก EIC คาดว่าหาก โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งแนวโน้มการดำเนินนโยบายจะส่งผลให้สหรัฐฯ ขาดดุลทางการคลังสูงขึ้น แต่ความตึงเครียดของการค้าระหว่างประเทศน่าจะลดน้อยลง (อ่านเพิ่มเติมที่ BOX : สำรวจทิศทางนโยบายของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 : ทรัมป์ vs ไบเดน)<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>ความเสี่ยงด้านหน้าผานโยบายการคลัง (fiscal cliff) และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี</strong></span> หลังจากที่มาตรการเงินสนับสนุนชุดเก่าหมดอายุไปเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยที่ทางพรรค Democrat และพรรค Republican ไม่สามารถตกลงมาตรการชุดใหม่ได้ ล่าสุดประธานาธิบดี ทรัมป์ จึงได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหาร (executive order) เพื่อให้เงินสนับสนุนแก่ผู้ว่างงานจำนวน 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์ โดยแบ่งเป็น 300 ดอลลาร์สหรัฐจากทางรัฐบาลกลางและอีก 100 ดอลลาร์สหรัฐจากรัฐท้องถิ่น อย่างไรก็ดี หลายรัฐยังมีปัญหาด้านการเงินซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินสนับสนุน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์ได้และด้วยงบ 44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ทางประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้จัดสรรแก่มาตรการนี้นั้น EIC คาดว่างบประมาณก้อนนี้จะสามารถใช้เบิกจ่ายเงินสนับสนุนได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น <br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>EIC คาด Fed จะคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง หลังมีการทบทวนกรอบนโยบาย (framework review)</strong></span> โดย Fed ได้หันมาใช้กรอบนโยบายแบบ average inflation target ซึ่งดูที่ค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อแทนที่การตั้งเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ต่อปี โดยกรอบเป้าหมายใหม่นี้จะทำให้ Fed สามารถคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายได้ต่อเนื่อง เพื่อทำให้เงินเฟ้อสามารถปรับสูงกว่า 2% ชดเชยเงินเฟ้อช่วงที่ผ่านมาที่ต่ำกว่า 2% นอกจากนี้ EIC คาด Fed จะใช้การชี้นำทิศทางนโยบายแบบอิงผลลัพธ์ (Outcome-based forward guidance) ซึ่งเป็นการสื่อสารต่อตลาดว่า Fed จะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าดัชนีทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราเงินเฟ้อและอัตราว่างงาน จะอยู่ ณ ระดับเป้าหมาย <br /><br /><br /><span style="font-size: 14pt;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2020 อ่อนค่าลง -4.5%YTD หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ Fed ได้ออกมาตรการทางการเงินในปริมาณมากทั้งนี้ EIC มองว่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2020 จะอยู่ในกรอบ 30.5-31.5 บาท<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ใน 7 เดือนแรกของปี 2020 ขยายตัว 4.5%YOY โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัวได้คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ(+29%) อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และ ไดโอต (273.2%) ขณะที่สินค้าที่หดตัว ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (-20.1%) และอัญมณีและเครื่องประดับ (-27.3%) สำหรับแนวโน้มการส่งออกไปสหรัฐฯ คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในสหรัฐฯ และหาก โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งใน<br />วันที่ 3 พฤศจิกายน จะส่งผลดีต่อการส่งออกของประเทศไทย จากแนวโน้มความผันผวนทางการค้าที่ลดลง<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากสหรัฐฯ มายังไทยในครึ่งแรกของปี 2020 ขยายตัว 43.6% โดยอุตสาหกรรมที่เม็ดเงินลงทุนเพิ่มนั้นได้แก่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและการซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ และธุรกิจการเงินและประกัน สำหรับปี 2020 ทั้งปีนั้นคาดว่าเงินลงทุนจากสหรัฐฯจะลดลงจากปีที่แล้วจากสถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลก<br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/jq/f9/fro4jqf96m/TH_Outlook_Q3_2020_Final_9.jpg" alt="TH_Outlook_Q3_2020_Final_9.jpg" width="2514" height="3616" /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสที่สอง แต่ยังมีความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อและ fiscal cliff</description>
					<enclosure length="6632" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/eq/ix/fro4eqixb2/iStock-524055319.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 30 Sep 2020 16:59:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ การฟื้นตัวเศรษฐกิจต้องใช้เวลา จากปัญหาตลาดแรงงานอ่อนแอ</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6885</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6885</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6885">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 2/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6862"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;<br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/2r/6p/fof62r6phh/iStock-1156722488.jpg" alt="iStock-1156722488.jpg" width="2309" height="1299" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 1 ปี 2020 หดตัว 4.8%QOQ SAAR1</strong> หรือขยายตัว 0.3%YOY เนื่องจาก COVID-19 ได้สร้างความกังวลให้แก่ผู้บริโภค ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนหดตัว 7.6%QOQ SAAR และไวรัสส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างน้อยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากเกือบทุกรัฐออกมาตรการให้พลเมืองอยู่ที่บ้าน (Stay-at-home order) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 รุนแรงกว่าไตรมาสแรก ซึ่งสะท้อนจากเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจในเดือนเมษายน ดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสะสม 9 สัปดาห์นับตั้งแต่ 21 มีนาคมมีจำนวนทั้งหมด 38.6 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าช่วงวิกฤติการเงินปี 2008<br /><br /><strong>คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีเป็นต้นไป</strong> เนื่องจากสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งบางรัฐได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการบางส่วนแล้ว อย่างไรก็ดี แต่ละภาคส่วนอาจมีความเร็วในการฟื้นตัวไม่เท่ากัน โดยภาคอุตสาหกรรมมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคบริการ เนื่องจากภาคบริการนอกจากมีผลกระทบรุนแรงกว่าแล้วยังมีปัจจัยกดดันจากผู้บริโภคที่ยังไม่คลายความกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดมากนัก ในช่วงแรก นอกจากนี้ ตลาดแรงงานที่อ่อนแอเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยกดดันของการฟื้นตัวเศรษฐกิจในระยะต่อไป ด้วยอัตราการว่างงานล่าสุดในเดือนเมษายนสูงถึง 14.7% เทียบจากสิ้นปี 2019 อยู่ที่ 3.7% ทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจ หากเทียบกับปีก่อนหน้าจะคล้ายกับรูปตัว U (U-shape recovery) ทั้งนี้ EIC คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2020 จะหดตัวที่ 6.5%<br /><br /><strong>รัฐบาลออกนโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 15% ของ GDP</strong> เพื่อช่วยประคับประคองภาคครัวเรือนและธุรกิจจากผลกระทบไวรัส เช่น ภาคครัวเรือนจะได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์จากประกันการว่างงาน เพื่อบรรเทาภาระใช้จ่ายและชดเชยรายได้ ส่วนภาคธุรกิจจะได้รับเงินช่วยเหลือในรูปของเงินกู้และอื่น ๆ นอกจากนี้ รัฐบาลจะช่วยค้ำประกันสินเชื่อภาคธุรกิจบางส่วน (Loan guarantees) ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 19% ของ GDP อย่างไรก็ดี มาตรการการคลังไม่สามารถป้องกันภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ในสหรัฐฯ ได้ เพียงแต่ช่วยบรรเทาผลกระทบบางส่วนและมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป<br /><br /><strong>EIC คาด Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.25% ในปี 2020</strong> เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี Fed ได้ออกมาตรการทางการเงินชุดใหญ่เพื่อเสริมสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นกับตลาดการเงิน โดยโอกาสที่ Fed จะใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบนั้น EIC ประเมินว่ามีโอกาสค่อนข้างต่ำเพราะอัตราดอกเบี้ยติดลบอาจสะท้อนมุมมองเชิงลบของ Fed ซึ่งอาจทำให้ตลาดการเงินเกิดความกังวลเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี หากผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดเงินรุนแรงยืดเยื้อกว่าที่ประเมิน Fed สามารถเข้าซื้อสินทรัพย์ทางการเงิน (QE) อย่างต่อเนื่อง และใช้นโยบายการเงินอื่น ๆ ประกอบเพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบและเจาะจงช่วยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เช่น โครงการซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น (CPFF) และโครงการปล่อยกู้แก่สถาบันการเงินเพื่อไปซื้อสินทรัพย์จากกองทุนตลาดเงิน (MMLF) เป็นต้น </p>
<p><br /><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; เงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2020 แข็งค่า 3.4%YTD เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ทำให้มีความต้องการถือสกุลเงินปลอดภัยมากขึ้น ทั้งนี้ EIC มองว่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2020 จะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 31.2-32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ใน 4 เดือนแรกของปี 2020 ขยายตัว 4.6%YOY โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เสื้อผ้า (-14.2%YOY) เครื่องซักผ้า (-74.4%YOY) และแผงวงจรไฟฟ้า (-27.2%YOY) ขณะเดียวกันสินค้าบางประเภทมีการส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นในการทำงานจากที่บ้าน ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ (+56.6%YOY) <br />และเครื่องปรับอากาศ (+69.7%YOY) เป็นต้น สำหรับแนวโน้มการส่งออกไปสหรัฐฯ คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี จากการฟื้นตัวอุปสงค์ภายในของสหรัฐฯ<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากสหรัฐฯ มายังไทยในปี 2019 ขยายตัว 7.7% โดยเม็ดเงินลงทุนที่สำคัญอยู่ในธุรกิจการผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจการผลิตเคมีภัณฑ์ และธุรกิจขายส่งและการขายปลีก สำหรับปี 2020 คาดว่าเงินลงทุนจากสหรัฐฯ จะลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลก<br /><br /><br /><br /><strong><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/8q/i9/fof68qi9we/Outlook_Q2_2020_1.jpg" alt="Outlook_Q2_2020_1.jpg" width="2514" height="3578" /></strong></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เศรษฐกิจสหรัฐฯ การฟื้นตัวเศรษฐกิจต้องใช้เวลาจากปัญหาตลาดแรงงานอ่อนแอ</description>
					<enclosure length="7854" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/2r/5y/fof62r5yzt/iStock-1156722488.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 08 Jun 2020 15:11:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตชะลอลง แต่พื้นฐานเศรษฐกิจยัง แข็งแกร่งจากการบริโภคภาคครัวเรือน</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6570</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6570</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6570">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6548"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;<br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/6r/ez/fjx06rezcq/iStock-1156722488.jpg" alt="iStock-1156722488.jpg" width="2309" height="1299" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 3 ปี 2019 ขยายตัว 2.1% QOQ SAAR</strong>1</span> หรือ 2.1%YOY ชะลอลงจากสองไตรมาสก่อนหน้าจากการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวติดต่อกันสองไตรมาส ซึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังมีพื้นฐานแข็งแกร่งจากตลาดแรงงาน ในอีกด้านการลงทุนภาคเอกชนอาจฟื้นตัวได้ไม่มากแม้มีปัจจัยบวกมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าที่ลดลง แต่ปัจจัยลบจากกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงตั้งแต่ต้นปี 2019 พร้อมกับอานิสงค์มาตรการกระตุ้นทางภาษีตั้งแต่ปี 2017 ที่หมดไปจะส่งผลให้แนวโน้มการลงทุนฟื้นตัวช้าในระยะต่อไป ทั้งนี้อีไอซีมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2019 จะเติบโตที่ 2.3%<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>ในปี 2020 การบริโภคครัวเรือนยังเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ</strong></span> สะท้อนจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังอยู่ในระดับสูง สอดคล้องกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความมั่งคั่งให้แก่ครัวเรือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะขยับเข้าใกล้ระดับ 2% และค่าจ้างแรงงานในปี 2019 เติบโตเฉลี่ยที่ 3.5%YOY อนึ่ง การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมเริ่มเติบโตชะลอลงตั้งแต่ต้นปี 2019 ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังการจ้างงานในภาคบริการที่มีความเกี่ยวเนื่องกับภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก เช่น ธุรกิจคลังสินค้าและการขนส่ง อย่างไรก็ดี การจ้างงานส่งสัญญาณฟื้นตัวในเดือนพฤศจิกายนและอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องที่ 3.5% ในเดือนพฤศจิกายน อีไอซีมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2020 จะเติบโตที่ 1.7%<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>อีไอซีประเมินว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2020 จากภาวะการเงินสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลายขึ้น</strong></span> การลดดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ทั้ง 3 ครั้งในปี 2019 ค่อนข้างมีประสิทธิภาพและสามารถส่งผ่านไปยังระบบเศรษฐกิจ ทำให้ภาวะการเงินผ่อนคลายขึ้นและภาคอสังหาฯ ฟื้นตัวต่อเนื่อง ประกอบกับ dot plot ในเดือนธันวาคมที่คณะกรรมการ FOMC ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงให้คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยคงที่ในปี 2020 นอกจากนี้ Fed ยังประเมินอัตราเงินเฟ้อในปี 2020 ที่ 1.9% เข้าใกล้กับเป้าหมายที่ 2% ในปี 2020 ในขณะที่ Fed ยังเฝ้าระวังการขาดสภาพคล่องในตลาดเงินด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรระยะสั้น<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>จับตาเหตุการณ์ความไม่แน่นอนในปี 2020 ที่มีนัยต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ</strong></span> ได้แก่ 1) การเจรจาข้อตกลงการค้าระยะที่สองระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หลังผ่านการลงนามข้อตกลงระยะแรกในเดือนมกราคม 2020 ซึ่งการเจรจาหลังจากนี้เน้นในประเด็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของจีนในทางปฏิบัติ และ 2) กระบวนการถอดถอน (impeachment) นายโดนัลด์ ทรัมป์จากตำแหน่งประธานาธิบดี อีไอซีมองว่ากระบวนการดังกล่าวแม้จะผ่านมติในสภาผู้แทนราษฎร แต่มีโอกาสสูงที่จะไม่ผ่านมติในวุฒิสภาเนื่องจากพรรครีพับริกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาและต้องใช้เสียงถึงสองในสามของวุฒิสภา อย่างไรก็ตาม กระบวนการสืบสวนที่ยืดเยื้ออาจกระทบต่อนโยบายและความนิยมของทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนปี 2020 ได้</p>
<p><br /><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; เงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 15 มกราคม 2020 แข็งค่าขึ้น 0.95%YTD เนื่องจากสถานการณ์สงครามการค้ามีท่าทีที่ผ่อนคลายลงและเศรษฐกิจโลกมีโอกาสฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อย และอีไอซีมองว่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2020 จะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 29.5-30.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ไม่รวมการส่งออกอาวุธและยุทธปัจจัยใน 11 เดือนแรกของปี 2019 ขยายตัว 4.1%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ (248.5%YOY) ยางยานพาหนะ (26.3%YOY) เป็นต้น สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2020 หากการค้าโลกฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อนหน้า อาจทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าในหมวดที่ถูกตัด GSP ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนปี 2020 อาจทำให้ไทยสูญเสียความได้เปรียบในการส่งออกไปสหรัฐฯ โดยเฉพาะหมวดอาหาร เม็ดพลาสติกและเครื่องประดับ<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากสหรัฐฯ มายังไทย 3 ไตรมาสแรกของปี 2019 ขยายตัว 6.4%YOY โดยธุรกิจมีเม็ดเงินลงทุนมากขึ้น ได้แก่ ธุรกิจขายส่งและการขายปลีก(63.5%YOY) ขณะเดียวกันบริษัท แบ็กเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีทางการแพทย์ มีความสนใจลงทุนเพิ่มเติมใพื้นที่ EECเพื่อเป็นฐานการผลิตสำหรับอาเซียน<br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/iw/v6/fjwwiwv608/Outlook_Q1_2020_US.jpg" alt="Outlook_Q1_2020_US.jpg" width="2514" height="3578" /><br /><strong><br /></strong></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวผ่านจุดสูงสุดเตรียมรับผลกระทบจากสงครามการค้า</description>
					<enclosure length="7854" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/6l/zb/fjx06lzb06/iStock-1156722488.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 21 Jan 2020 13:07:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ </title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6346</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6346</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6346">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 4/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6339"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;<br /></strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;">เศรษฐกิจสหรัฐฯ: Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า</span><br /></strong><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 2 ปี 2019 ขยายตัว 2% QOQ SAAR<sup>1</sup></strong></span> หรือ 2.3%YOY โดยขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 3.1%QOQ SAAR ซึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าที่ทำให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยหดตัว 4.8%YOY นอกจากนี้ การค้าโลกที่ชะลอลง ทำให้การส่งออกสินค้าหดตัว 2.1%YOY ทั้งนี้สำหรับแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี อีไอซีมองว่าผลของสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นในช่วงไตรมาส 2-3 จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในครึ่งหลังมีแนวโน้มชะลอลงกว่าครึ่งแรกของปี โดยอีไอซีประเมินว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งปี 2019จะขยายตัว 2.3%<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>พื้นฐานเศรษฐกิจยังไม่ส่งสัญญาณภาวะถดถอยชัดเจน แต่มีความเสี่ยงที่กระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น</strong></span> ตลาดการเงินเริ่มกังวลต่อภาวะถดถอยของสหรัฐฯ สะท้อนจากโอกาสการเกิดภาวะถดถอยในอีก 12 เดือนข้างหน้าสูงขึ้นเป็น 37.9%<sup>2</sup> ซึ่งสูงเทียบเท่าก่อนเกิดวิกฤติการเงินปี 2008 แม้ว่าการบริโภคภาคครัวเรือนซึ่งมีขนาดถึง 68% ของ GDP ยังขยายตัว และจะยังเป็นปัจจัยที่ช่วยประคองเศรษฐกิจไม่ให้เกิดภาวะถดถอยได้ แต่การจ้างงานเริ่มขยายตัวลดลงและหากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ราคาสินทรัพย์ปรับลดลงอย่างรุนแรง อาจส่งผลต่อความมั่งคั่งของผู้บริโภคและเพิ่มความเสี่ยงของการบริโภคภาคครัวเรือนได้ ทั้งนี้อีไอซีประเมินว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2020 จะขยายตัวชะลอลงที่ 1.7%<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>Fed กังวลถึงความเสี่ยงสงครามการค้าที่ส่งผลมายังภาคการผลิตสหรัฐฯ เพิ่มโอกาสผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม</strong></span> ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อภาคการผลิตและการส่งออกของสหรัฐฯ สะท้อนจากดัชนี PMI ภาคการผลิตเพื่อการส่งออกของเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 43.3 ต่ำกว่าเกณฑ์ 50 นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อ PCE ต่ำกว่ากรอบของ Fed ที่ 2% มาตั้งแต่ต้นปี 2019 แม้ว่าผลของภาษีนำเข้าจะทำให้ราคาสินค้าบางส่วนแพงขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่ส่งผลต่อการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทันทีและเงินเฟ้อจะเร่งขึ้นอย่างช้า ๆ อีไอซีมองว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งหมด 3 ครั้งในปี 2019 และอีก 1 ครั้งในปี 2020<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>จับตาเหตุการณ์ในช่วงที่เหลือของปี 2019 และปี 2020 ที่มีนัยต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ 1) การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 1.56 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong></span><br />ในวันที่ 15 ธันวาคม ซึ่งมีสินค้าผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ เช่น โทรศัพท์ โน้ตบุ๊ค เป็นต้น ทำให้ราคาสินค้าดังกล่าวแพงขึ้นและอาจส่งผลต่อการบริโภคของครัวเรือนได้ และ 2) กระบวนการถอดถอนนายโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2020 <br /><br /><span style="color: #4b2885; font-size: 14pt;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย<br /><br /></strong></span>&bull; เงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2019 แข็งค่าขึ้น 3.2%YTD เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอลงในปี 2020 ทำให้เงินลงทุนเคลื่อนย้ายไหลกลับสู่สินทรัพย์ปลอดภัยโดยเฉพาะเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และอีไอซีมองว่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2019 จะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 30.3-30.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ไม่รวมการส่งออกอาวุธและยุทธปัจจัย ในช่วง 8 เดือนแรกของปีขยายตัว 14.9%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางยานพาหนะ ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์ อาหารทะเลกระป๋องและอาหารแปรรูป เป็นต้น สำหรับแนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือ ไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าบางชนิดไปสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าจีนได้ ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ไดโอด) เป็นต้น<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากสหรัฐฯ มายังไทยครึ่งแรกของปี 2019 ขยายตัว 7.0%YOYเนื่องจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงทำให้ธุรกิจสหรัฐฯ หลายรายตัดสินใจขยายฐานการผลิตออกจากจีนเพื่อเลี่ยงผลของมาตรการภาษี ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ประโยชน์ดังกล่าว เช่น บริษัท BFGoodrich ผู้ผลิตยางรถยนต์สัญชาติอเมริกัน เตรียมขยายฐานการผลิตเพื่อจัดจำหน่ายในไทยและส่งออกไปยังตลาดใกล้เคียง พร้อมกับผลิตเพื่อป้อนโรงงานรถยนต์ชั้นนำภายในประเทศ<br /><br />1 อัตราการเติบโตเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แบบปรับฤดูกาล และคิดเป็นอัตราการเติบโตรายปี (quarter-on-quarter, seasonally adjusted and annualized rate)<br />2 ข้อมูลจาก Fed New York เดือนสิงหาคม 2019 โดยวัดจากผลต่างของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีกับ 3 เดือน ซึ่งรวมถึงผลของการเกิด Inverted yield curve ด้วย<br /><br /><img id="__mce_tmp" /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/9u/61/fgp99u61a4/Outlook_Q4_2019_US.jpg" alt="Outlook_Q4_2019_US.jpg" width="2494" height="3579" /><br /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>พื้นฐานเศรษฐกิจยังไม่ส่งสัญญาณภาวะถดถอย แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น</description>
					<enclosure length="6632" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/6e/go/fgp96egoep/iStock-524055319.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 08 Oct 2019 13:33:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวผ่านจุดสูงสุด  เตรียมรับผลกระทบจากสงครามการค้า</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/5082</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/5082</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5082">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5655"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาสที่ 3 ปี 2018 ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย</strong> โดยเศรษฐกิจขยายตัวราว 3.0%YOY หรือ 3.4%QOQ SAAR1 นำโดยการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวถึง 2.9%YOY ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตั้งแต่ปี 2014 ด้วยแรงสนับสนุนจากมาตรการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอัตราการว่างงานที่ต่ำ<br />ส่วนการลงทุนภาคเอกชนก็เติบโตต่อเนื่องที่ 6.1%YOY ในขณะที่การส่งออกสินค้าขยายตัว 4.4%YOY ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ต้องเร่งส่งออกก่อนถูกจีนเก็บ<br />ภาษีนำเข้า ส่วนการนำเข้าสินค้าขยายตัว 6.5%YOY จากการเร่งนำเข้าสินค้าจีนเพื่อเก็บเป็นสินค้าคงคลังก่อนที่สหรัฐฯ จะเก็บสินค้าภาษีนำเข้าจีน ซึ่งในปี 2017 สหรัฐฯ มีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากจีนราว 21% ของการนำเข้าสินค้าทั้งหมด ทั้งนี้ อีไอซีประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2018 ขยายตัวอยู่ที่ 2.9%YOY<br /><br /><strong>ในปี 2019 เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ชะลอลงที่ 2.5%YOY</strong> เนื่องจากผลบวกจากมาตรการกระตุ้นทางการคลังเริ่มลดลง ในขณะที่<br />การส่งผ่านนโยบายการเงินเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูง เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์<br />และรถยนต์ อย่างไรก็ดี โอกาสที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2019 ยังมีค่อนข้างต่ำ เพราะแรงสนับสนุนจากตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งโดยอัตราการว่างงาน<br />ในเดือนพฤศจิกายน 2018 ทรงตัวที่ 3.7% กดดันให้ค่าจ้างแรงงานขยายตัวถึง 3.2%YOY สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งมีส่วนทำให้การบริโภคภายในประเทศ<br />ยังคงเป็นปัจจัยหลักของการเติบโตในปี 2019 ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (PCE) ที่อยู่ใกล้เป้าหมาย 2% ในเดือนพฤศจิกายนที่ 1.8% ประกอบกับตลาดแรงงาน<br />ที่แข็งแกร่ง ทำให้ Fed ประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต (dot plot) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปี 2019 และ 1 ครั้งในปี 2020<br /> <br /><strong>ผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่ผ่านมาทำให้เกิดการคานอำนาจของสองสภาและ ประธานาธิบดีแต่ไม่ส่งผลต่อนโยบายการค้า สงครามการค้า สหรัฐฯ-จีนมีแนวโน้มดำเนินต่อเนื่อง</strong> สภาคองเกรสมีแนวโน้มที่สองพรรคหลัก ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันจะถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน ทำให้ร่างกฎหมายใหม่ๆ <br />ในบางประเด็นผ่านสภาได้ยากขึ้น อาจมีความเสี่ยงที่สภาคองเกรสจะไม่สามารถตกลงร่างงบประมาณปี 2019 และจับตาการขยายเพดานหนี้สาธารณะ (debt ceiling) <br />ที่อาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า government shutdown หรือการปิดทำการชั่วคราวของหน่วยงานรัฐฯ ได้บ่อยครั้ง แต่จะไม่ส่งผลต่อนโยบายสำคัญๆ ที่ทั้งสองพรรคมีความเห็นร่วมกัน เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็อาจใช้อำนาจพิเศษของประธานาธิบดีโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้ากับจีน ดังนั้นหากจีนและสหรัฐฯ ยังไม่สามารถเจรจายุติข้อพิพาทการค้าได้ภายใน 90 วัน สหรัฐฯ อาจขึ้นภาษีนำเข้าจาก 10% เป็น 25% กับสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ในช่วงเดือนมีนาคม 2019<br /><br /><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย<br /></strong>&bull; มีแนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลง ขณะที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed นักลงทุนได้&nbsp;คาดการณ์ไปแล้วส่วนใหญ่ ทำให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีทิศทางอ่อนค่า ทั้งนี้ อีไอซีมองว่าเงินบาทในปี 2019 จะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ</p>
<p><br />&bull; สงครามการค้าส่งผลลบต่อการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะการส่งออกอุปกรณ์กึ่งตัวนำ (แผงโซลาร์) รวมถึงเครื่องซักผ้าและส่วนประกอบโดยมูลค่าส่งออกสินค้าในหมวดดังกล่าวจากไทยไปสหรัฐฯ ใน 11 เดือนแรกลดลง -71.7%YOY และ -55.5%YOY ตามลำดับ อย่างไรก็ดี การส่งออกไปสหรัฐฯ ในภาพรวมขยายตัว 5.8%YOY อีไอซีมองว่าการส่งออกไปสหรัฐฯ ในปี 2019 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ดีแม้จะชะลอลง รวมทั้งไทยยังได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ จากจีนมายังไทยในบางหมวด อาทิ ยางล้อ เป็นต้น<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากสหรัฐฯ มายังไทยใน 9 เดือนแรกของปี 2018 ขยายตัว 28.1%YOY ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิต โดยมีผู้ผลิตจากสหรัฐฯบางรายเริ่มพิจารณาย้ายฐานการผลิตบางส่วนมายังไทยเพื่อกระจายความเสี่ยงจากสงครามการค้า เช่น Harley Davidson ผู้ผลิตจักรยานยนต์สัญชาติอเมริกัน เป็นต้น<br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/qm/1b/f8deqm1b82/Infographic_US_Q12019.jpg" alt="Infographic_US_Q12019.jpg" width="200" height="278" /><br /><strong><br /><br /><br /></strong></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวผ่านจุดสูงสุดเตรียมรับผลกระทบจากสงครามการค้า</description>
					<enclosure length="8543" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/ae/tw/f8deaetwsp/GettyImages-626196754-%28s%29.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 09 Jan 2019 14:16:00 +0700</pubDate>
				</item></channel></rss>