<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><atom:link href="https://www.scbeic.com/th/rss/product/1541787749479" rel="self" type="application/rss+xml"/><title>EIC RSS Outlook:Eurozone Economy</title><link>https://www.scbeic.com/th/home</link><description>RSS For Outlook:Eurozone Economy</description><copyright>Copyright 2015 The Siam Commercial Bank Public Company Limited. All rights reserved.</copyright><language>th</language><pubDate>Sat, 11 Apr 2026 15:29:06 +0700</pubDate><ttl>7</ttl>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจยูโรโซน</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7445</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7445</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7445">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2021&nbsp;<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7434"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;<br /><br /></strong></span></a></p>
<p><strong><br />เศรษฐกิจยูโรโซนหดตัวลงอีกครั้งหลังมีการระบาดระลอกที่สองของ COVID-19</strong> โดยในไตรมาส 4 ปี 2020 หดตัวลง -0.7%QOQ SA (หรือ -5.1%YOY) หลังขยายตัวถึง 12.4%QOQ SA ในไตรมาส 3 (ทั้งปีหดตัว -6.8%YOY) โดยการหดตัวมาจากมาตรการปิดเมืองที่เข้มงวดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ดี มาตรการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นในรอบนี้ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวน้อยกว่าการปิดเมืองรอบก่อน เนื่องจากกิจกรรมภาคการผลิตส่วนมากยังดำเนินการได้อยู่ สะท้อนจากดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพฤศจิกายนที่หดตัวลงเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ประเทศหลัก ๆ ในกลุ่มยูโรโซนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวแตกต่างกัน โดยประเทศที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นน้อยกว่าและประกาศใช้มาตรการปิดเมืองช้ากว่า (เช่น เยอรมนีและสเปน) พบว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ยังคงขยายตัว นอกจากนี้ เยอรมนียังได้รับผลกระทบน้อยกว่าเนื่องจากมีสัดส่วนภาคการผลิตที่ใหญ่กว่าประเทศอื่น<br /><br /><strong>EIC คาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2021 จะขยายตัว 4.3%YOY</strong> โดยจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงสูง การระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และมาตรการเข้มงวดที่ยังคงอยู่จะเป็นแรงกดดันหลักต่อการฟื้นตัวในไตรมาส 1 อย่างไรก็ดี การฉีดวัคซีนที่ได้เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2020 จะมีแนวโน้มส่งผลให้ประเทศยุโรปสามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมได้บางส่วนตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากไตรมาส 2 เป็นต้นไป ทั้งนี้ข้อจำกัดด้านการผลิตและลำเลียงวัคซีน รวมทั้งการอนุมัติวัคซีนมีผลให้อัตราการฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศยูโรโซนเป็นไปอย่างล่าช้า และกิจกรรมภาคบริการจะยังคงไม่ฟื้นตัวเต็มที่จนกว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ซึ่งอาจใช้เวลาถึงไตรมาส 3/2021 เป็นอย่างน้อย นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2021 จะได้รับแรงสนับสนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การส่งออกไปยังประเทศเศรษฐกิจหลักที่มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่า ได้แก่ จีน และสหรัฐฯ 2) อัตราการว่างงานที่ยังทรงตัวจากมาตรการพักงานชั่วคราวที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน 3) การบรรลุข้อตกลงการค้าหลัง Brexit ทำให้การค้าและการลงทุนสามารถดำเนินต่อไปได้<br /><br /><strong>การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2021 จะได้รับแรงสนับสนุนจากแผนฟื้นฟู</strong> ล่าสุดแผน Next Generation EU มูลค่า 7.5 แสนล้านยูโรได้รับการผ่านข้อตกลงชั่วคราวจากสภายุโรปไปแล้วกว่า 6.7 แสนล้านยูโร ซึ่งแบ่งเป็นเงินให้เปล่า 3.1 แสนล้านยูโร และเงินกู้จำนวน 3.6 แสนล้านยูโร ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2021 โดยแผนนี้นอกจากจะช่วยลดภาระทางการคลังในการออกมาตรการช่วยเหลือครัวเรือนและภาคธุรกิจเพิ่มเติมของประเทศที่ประสบปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงแล้วนั้น ยังจะมุ่งเน้นสนับสนุนการลงทุนเชิงโครงสร้างเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวต่อไปด้วย อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายใน เช่น อิตาลีที่มีข้อขัดแย้งจากการบริหารนโยบายฟื้นฟู (แม้ว่าล่าสุดความขัดแย้งจะลดลงจากการตั้งรัฐบาลใหม่นำโดยมาริโอ ดรากี อดีตผู้ว่าการ ECB ที่จะมีความประนีประนอมมากขึ้น) รวมทั้งเนเธอร์แลนด์และเยอรมนีที่จะมีการเลือกตั้งรอบใหม่ในปีนี้ (ในเดือนมีนาคมและเดือนกันยายน 2021 ตามลำดับ) อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องและขนาดของมาตรการในประเทศดังกล่าว<br /><br /><strong>EIC คาดว่า ECB จะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่องตามสภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้า ๆ</strong> โดยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา ECB ได้ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อสินทรัพย์ของมาตรการ Pandemic Emergency Purchase Program (PEPP) เป็น 1.85 ล้านล้านยูโร ซึ่งจะมีผลไปถึงมีนาคม 2022 นอกจากนี้ ECB ยังมีแนวโน้มเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมดอกเบี้ยระยะยาว <br /><br /><br /><span style="font-size: 14pt;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />เงินยูโร ณ วันที่ 1 มีนาคม 2021 อ่อนค่าลง 1.4%YTD เทียบกับดอลลาร์สหรัฐตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอลงในไตรมาสแรก ในระยะต่อไปคาดว่าเงินยูโรจะมีแนวโน้มแข็งค่าเล็กน้อยตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสสองและเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ทรงตัว<br /><br />การส่งออกไทยไปยูโรโซนในปี 2020 โดยรวมหดตัว -11.2%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-4.9%) อัญมณีและเครื่องประดับ (-25.6%) และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-30.4%) ขณะที่สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ (18%) และผลิตภัณฑ์ยาง (5.6%)<br /><br />การลงทุนทางตรงจากยูโรโซน มายังไทยใน 9 เดือนแรกของปี 2020 ขยายตัว 8.9% นอกจากนี้ในปี 2020 ประเทศกลุ่มยูโรโซน มีการยื่นขอการส่งเสริมจาก BOI 146 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 25,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3%YOY โดยธุรกิจที่มีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มได้แก่ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและการซ่อมยานยนต์ ธุรกิจการเงินและการประกันภัย <br />และธุรกิจเคมีภัณฑ์<br /><br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/wo/da/fwr2wodao7/06.jpg" alt="06.jpg" width="2480" height="3508" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>การฟื้นตัวชะลอลงจากการระบาดระลอกใหม่และการฉีดวัคซีนที่ล่าช้า</description>
					<enclosure length="3489" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/r3/ni/fwr2r3niag/TH_Outlook_Q3_2020_Final_14.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 15:30:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจยูโรโซน</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7256</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7256</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7256">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 4/2020&nbsp;<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7249"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม</strong><br /><br /></a></span></p>
<p><strong>EIC คาดเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2020 หดตัว -7.3%</strong> โดยเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 2020 ขยายตัว 12.5%QOQ SA แต่หดตัว -4.3%YOY สะท้อนถึงการฟื้นตัวหลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งทำให้รัฐบาลของหลายประเทศเริ่มกลับมาใช้มาตรการปิดเมืองที่เข้มงวดขึ้นอีก ส่งผลให้แนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ชะลอลง สะท้อนจากดัชนี PMI เดือนพฤศจิกายนที่ลดลงมาสู่ระดับ 45.3 จาก 50.0 ในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ดี คาดผลกระทบของการระบาดรอบสองจะไม่รุนแรงเท่ารอบแรก เนื่องจากมาตรการปิดเมืองที่กลับมาใช้ยังไม่เข้มงวดเท่ากับช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน โดยภาคการผลิต โรงเรียนและร้านค้าบางประเภทยังคงสามารถเปิดทำการได้ <br /><br /><strong>EIC คาดว่าในปี 2021 เศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัว 4.5%</strong> โดยจะได้รับปัจจัยหนุนจากนโยบายการเงินที่ยังคงผ่อนคลาย โอกาสที่จะมีวัคซีนใช้ในปี 2021 และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยประเทศในทวีปยุโรปจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มประเทศที่จะมีวัคซีนใช้เป็นลำดับแรก ๆ ซึ่งจะส่งผลให้ยุโรปผ่อนคลายหรือเลิกใช้มาตรการปิดเมืองได้เร็ว นอกจากนี้ หลายประเทศในยุโรปได้ทำการต่ออายุมาตรการสนับสนุนรายได้ (income support) แล้ว พร้อมทั้งได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจยุโรป ได้แก่ การระบาดรอบสองที่รุนแรงและนานกว่าคาด และการไม่สามารถบรรลุข้อตกลง Brexit <br /><br /><strong>คาดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ในปี 2021 จะต่างออกไป</strong> โดยในปี 2020 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเยียวยาภาคธุรกิจและแรงงานที่รายได้ลดลง อย่างไรก็ดี ในปี 2021 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่จะเพิ่มน้ำหนักไปที่การลงทุนเชิงโครงสร้างมากขึ้น ซึ่งเงินช่วยเหลือและเงินกู้จากแผนฟื้นฟูจะเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักให้กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศ นอกจากนี้ กฎการคลัง Growth and Stability Pact ของยูโรโซนจะถูกพักชั่วคราวในปี 2021 ซึ่งเดิมทีกฎเกณฑ์ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อควบคุมการขาดดุลการคลังและการก่อหนี้สาธารณะ จึงจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่<br /><br /><strong>คาด ECB จะประกาศซื้อสินทรัพย์เพิ่มในการประชุมเดือนธันวาคม</strong> โดยถึงแม้ว่าที่ประชุม ECB จะมีมติให้คงนโยบายการเงินไว้ตามเดิมในการประชุมเมื่อเดือนตุลาคม แต่จากคำแถลงของ Christine Lagarde ประธาน ECB ที่ได้กล่าวว่าทาง ECB กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการปรับเครื่องมือนโยบายการเงิน EIC จึงคาดว่าในการประชุมของ ECB ครั้งต่อไปในเดือนธันวาคม ECB จะเพิ่มวงเงินในการซื้อสินทรัพย์ของมาตรการ PEPP อีกประมาณ 4-5แสนล้านยูโร (จากเดิมที่มีเพดานในการซื้ออยู่ 1.35 ล้านล้านยูโร) และจะเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมผ่านโครงการ Asset Purchase Programme (APP) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ ECB จะปรับเงื่อนไข Targeted Longer-term Refinancing Operations (TLTRO III) เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดใน TLTRO อยู่ที่ -1% <br /><br /><br /><span style="font-size: 11pt;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; เงินยูโร ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2020 แข็งค่าขึ้น 6.4%YTD เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปี 2020 เงินยูโรมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปยูโรโซนใน 10 เดือนแรกของปี 2020 หดตัว -12.6%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-8.1%) แผงวงจรไฟฟ้า(-20.4%) และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-34.5%) ขณะที่สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ (36.2%) และ อาหารสัตว์เลี้ยง (10.1%)<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากยูโรโซน มายังไทยในครึ่งแรกของปี 2020 หดตัว -9.9% นอกจากนี้ใน 9 เดือนแรกของปี 2020 ประเทศกลุ่มยูโรโซน มีการยื่นขอการส่งเสริมจาก BOI 115 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 22,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.7% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี 2019 โดยเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศในยูโรโซน ที่มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด ที่ 17,514 ล้านบาท เป็นรองเพียงญี่ปุ่นและจีน<br /><br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/xc/o8/ftt8xco8w8/10.jpg" alt="10.jpg" width="2514" height="3540" /><br /><br /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ปรับตัวแย่ลงก่อนที่จะฟื้นตัวในปี 2021</description>
					<enclosure length="3489" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/vb/bq/ftt8vbbqxy/TH_Outlook_Q3_2020_Final_14.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 09 Dec 2020 15:45:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจยูโรโซน</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7097</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7097</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7097">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 3/2020&nbsp;<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7046">คลิกอ่านฉบับเต็ม<br /><br /></a></span></p>
<p><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจยูโรโซนผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 และมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่เหลือของปี</strong></span> เศรษฐกิจยูโรโซนไตรมาส 2 ปี 2020 หดตัว-12.1%QOQ SA หรือ -15%YOY อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 หลังภาครัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองลง โดยยอดค้าปลีกในยูโรโซนเดือนมิถุนายนปรับสูงขึ้น 5.7%MOM หรือ 1.3%YOY ขณะที่ดัชนี Composite PMI ปรับดีขึ้น (สูงกว่า 50) โดยในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 51.6 ทั้งนี้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในเดือนล่าสุดเริ่มปรับชะลอลง สะท้อนจาก Composite PMI ที่ปรับชะลอลงจาก 54.9 ในเดือนก่อน และดัชนี google mobility ที่ฟื้นช้าลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เริ่มกลับมาสูงขึ้นอีกในบางพื้นที่ เช่น ในสเปนและฝรั่งเศส ทำให้มีการกลับไปใช้มาตรการปิดเมืองที่เข้มงวดขึ้นบ้าง โดย EIC คาด Real GDP ของปี 2020 จะหดตัวลง -9.0% แต่จะทยอยฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 และกลับมาขยายตัวได้ในปี 2021 ที่ราว 7.0%<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>แผนฟื้นฟูจะช่วยลดภาระการคลังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจยูโรโซน</strong></span> เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม บรรดาผู้นำยุโรปได้มีข้อตกลงต่อแผนฟื้นฟู (Recovery Plan) มูลค่า 7.5 แสนล้านยูโร เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดดุลการคลังให้กับบางประเทศในยุโรป โดยแผนฟื้นฟูถูกแบ่งเป็นเงินให้เปล่า (Grant) จำนวน 3.9 แสนล้านยูโร และเงินกู้จำนวน 3.6 แสนล้านยูโร ซึ่งคาดว่างบประมาณส่วนใหญ่จะถูกจัดสรรไปที่ประเทศที่ฐานะทางการคลังอ่อนแอ เช่น ประเทศในแถบยุโรปใต้และยุโรปตะวันออก โดยเงินในแผนฟื้นฟูจะมาจากการที่คณะกรรมการยุโรป กู้ยืมผ่านการออกพันธบัตร ซึ่งต่อจากนี้แผนฟื้นฟูจะต้องถูกรับรองโดยสภายุโรปก่อนที่จะถูกส่งต่อให้สภาของทุกประเทศสมาชิกรับรอง โดย EIC เชื่อว่า ถึงแม้จะมีแรงกดดันภายในประเทศในเวลาที่สภาของแต่ละประเทศสมาชิกลงความเห็น แต่สุดท้ายน่าจะได้รับความเห็นชอบและสามารถบังคับใช้ได้ในปี 2021<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>EIC คาดการเจรจา Brexit จะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้เพียงในบางประเด็นในปีนี้</strong></span> การเจรจา Brexit ในเดือนกรกฎาคมจบลงอย่างไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทาง EU ได้กำหนดให้เดือนตุลาคมเป็นเส้นตายเพื่อที่จะมีเวลาเหลือพอให้ทางสภาของแต่ละประเทศสมาชิกรับรองก่อนที่ช่วง transition period จะหมดอายุลงในสิ้นปีนี้ โดย EIC คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงได้ภายในปีนี้ ทำให้การค้าระหว่างสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีกำแพงทางภาษี แต่จำนวนของหัวข้อที่ตกลงได้นั้นจะจำกัดและมีความเป็นไปได้ว่าสำหรับหัวข้อที่ไม่สามารถตกลงได้ในสิ้นปีนี้ กฎระเบียบเดิมจะยังมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการเจรจารอบใหม่ ทั้งนี้ Brexit จะยังคงสร้างความไม่แน่นอนให้กับการค้าและการลงทุนระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปต่อไป และอาจส่งผลไปจนถึงต้นปี 2021 ซึ่งภาคธุรกิจต้องปรับตัวต่อกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศใหม่<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>EIC มองว่า ECB ยังมีแนวโน้มคงการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปแม้เศรษฐกิจของยูโรโซนได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว</strong></span> โดยคาดว่า ECB จะยังซื้อสินทรัพย์เต็มวงเงิน 1.35 ล้านล้านยูโรตามที่เคยวางไว้ในมาตรการ Pandemic Emergency Purchase Programme หรือ PEPP เนื่องจากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่จะยังคงอ่อนแอและความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสรอบสองที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ <br /><br /><strong><br /><span style="color: #4b2885; font-size: 14pt;">นัยต่อเศรษฐกิจไทย</span></strong></p>
<strong><br /></strong>
<ul>
<li>เงินยูโร ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2020 แข็งค่าขึ้น 6.5%YTD เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปี 2020 เงินยูโรมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ<br /><br /></li>
<li>การส่งออกไทยไปยูโรโซนใน 7 เดือนแรกของปี 2020 หดตัว -15.4%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัว ได้แก่อัญมณีและเครื่องประดับ (-15.5%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (-12.8%) เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (-18.8%) และผลิตภัณฑ์ยาง (-15.3%) ขณะเดียวกันสินค้าบางประเภทมีการส่งออกเพิ่มขึ้นเยอะที่สุด ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง (+8.9%) และ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ (+7%) สำหรับแนวโน้มการส่งออกไปยูโรโซนคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี จากการฟื้นตัวอุปสงค์ภายในยูโรโซนและการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองแต่อาจจะยังไม่ฟื้นตัวไปถึงระดับในปี 2019<br /><br /></li>
<li>การลงทุนทางตรงจากยูโรโซน มายังไทยในครึ่งแรกของปี 2020 หดตัว-9.9% โดยอุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มได้แก่ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และการซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ธุรกิจยานยนต์ รถพ่วงและรถกึ่งพ่วงและธุรกิจขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าขณะที่อุตสาหกรรมที่เม็ดเงินลงทุนลดลงได้แก่ ธุรกิจการเงินและประกันและธุรกิจผลิตคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ทางทัศนศาสตร์ สำหรับปี 2020 ทั้งปีนั้นคาดว่าเงินลงทุนจากยูโรโซน จะลดลงจากปีที่แล้วจากสถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลก</li>
</ul>
<br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/7i/0n/fro57i0nm1/TH_Outlook_Q3_2020_Final_13.jpg" alt="TH_Outlook_Q3_2020_Final_13.jpg" width="2514" height="3578" /><br /><br />
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วแต่การแพร่ระบาดของไวรัสยังคงเป็นความเสี่ยง</description>
					<enclosure length="3489" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/be/lf/fro5belf16/TH_Outlook_Q3_2020_Final_14.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 30 Sep 2020 17:25:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจยูโรโซน </title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6886</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6886</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6886">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 2/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6862"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม</strong></span></a></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #000000;">&nbsp;</span><strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6548">&nbsp;</a></strong></span></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><br />เศรษฐกิจยูโรโซน : ความเชื่อมั่นทรุดต่ำและมาตรการปิดเมือง เป็นปัจจัยฉุดรั้งการฟื้นตัวเศรษฐกิจจากภายใน</span><br /></strong><br /><strong>เศรษฐกิจยูโรโซนไตรมาส 1 ปี 2020 หดตัว 3.2%YOY</strong> หรือ 3.8%QOQ SA ตั้งแต่เดือนมีนาคม หลายประเทศในยูโรโซนออกมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวด เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งการปิดเมืองส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักยาวไปจนถึงไตรมาสที่ 2 สะท้อนจากเครื่องชี้เศรษฐกิจต่าง ๆ ในเดือนเมษายน ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและผู้บริโภคต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติการเงินปี 2008 และดัชนี PMI ในเดือนเมษายนลดลง 16.1 pts อยู่ที่ 13.6 ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่รวบรวมข้อมูลมา<br /><br /><strong>EIC คาดว่ามาตรการควบคุมโรคจะเข้มงวดที่สุดในไตรมาสที่ 2 และเริ่มทยอยผ่อนคลายหลังจากนี้</strong> เนื่องจากบางประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เช่น เยอรมนีเริ่มให้ร้านค้าบางประเภทสามารถกลับมาเปิดได้ในปลายเดือนเมษายน ส่วนฝรั่งเศสและอิตาลีทยอยผ่อนคลายมาตรการลงในเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ทำให้เศรษฐกิจยูโรโซนจะอยู่จุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 และเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป โดยภาคการผลิตซึ่งได้รับผลกระทบน้อยกว่าภาคบริการน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ก่อน อย่างไรก็ดี อุปสงค์ภายในประเทศโดยเฉพาะในบางธุรกิจ เช่น ภาคการท่องเที่ยวและบริการ อาจไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันที เนื่องจากความกังวลของผู้บริโภคและภาคธุรกิจเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความเสี่ยงของการระบาดอีกครั้ง การฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปทำให้เศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวในลักษณะรูปตัว U โดย EIC คาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2020 จะหดตัว 10.0%<br /><br /><strong>หลายประเทศในยูโรโซนได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่เพื่อบรรเทาผลกระทบจากไวรัส</strong> โดยส่วนใหญ่ออกมาตรการทางการคลังเพื่อช่วยเหลือทั้งแรงงานและภาคธุรกิจภายในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส ซึ่งมีขนาดอยู่ระหว่าง 3-5% ของ GDP นอกจากนี้ รัฐบาลของประเทศหลักยังออกมาตรการช่วยค้ำประกันสินเชื่อภาคธุรกิจบางส่วน (Loan guarantees) ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 12-42% ของ GDP อย่างไรก็ดี มาตรการการคลังขนาดใหญ่ย่อมส่งผลระยะยาวให้หนี้สาธารณะของประเทศหลักสูงขึ้น จากการขาดดุลการคลังในระดับสูง โดยเฉพาะอิตาลี ซึ่งถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเหลือ BBB- และหากถูกลดอันดับอีก 1 ครั้งจะถูกจัดอยู่เป็น Junk bond จากความกังวลในความสามารถในการชำระหนี้สาธารณะ<br /><br /><strong>ECB ผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ</strong>โดยมุ่งเน้นให้ระบบการเงินมีสภาพคล่องที่เพียงพอและเพื่อผ่อนคลายภาวะการเงินมากขึ้น และล่าสุดในการประชุมเดือนเมษายน ECB ออกโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่สถาบันการเงิน (PELTROs) เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องในระบบการเงิน นอกจากนี้ ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนมิถุนายน ECB เพิ่มวงเงินเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลตามโครงการฉุกเฉินอีก 6 แสนล้านยูโร รวมเป็น 1.35 ล้านล้านยูโร และขยายเวลาเข้าซื้อไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2021 เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและเสริมสภาพคล่องในระบบการเงินเพิ่มเติม <br /><br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; เงินยูโร ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2020 อ่อนค่าลง 2.7%YTD เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปี 2020 เนื่องจากสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้นักลงทุนย้ายสินทรัพย์ไปยังสกุลเงินที่ปลอดภัย เงินยูโรจึงมีแนวโน้มอ่อนค่าลง<br /> <br />&bull; การส่งออกไทยไปยูโรโซนใน 4 เดือนแรกของปี 2019 หดตัว 9.2%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัว ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ (-12.0%YOY) และผลิตภัณฑ์ยาง (-17.8%YOY) ขณะเดียวกันสินค้าบางประเภทมีการส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ (+3.3%YOY) และ รถจักรยานยนต์เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ<br />(+32.7%YOY) สำหรับแนวโน้มการส่งออกไปยูโรโซน คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี จากการฟื้นตัวอุปสงค์ภายในยูโรโซนและการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากยูโรโซนมายังไทยในปี 2019 ขยายตัว 31.2% โดยธุรกิจที่มีเม็ดเงินลงทุนสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ธุรกิจการผลิตเคมีภัณฑ์ ธุรกิจขายส่งและการขายปลีก และธุรกิจการผลิตคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ ตามลำดับ สำหรับปี 2020 คาดว่าเงินลงทุนจากยูโรโซน จะลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับ<br />สถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลก<br /><br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/e1/m7/fof6e1m7sd/Outlook_Q2_2020_2.jpg" alt="Outlook_Q2_2020_2.jpg" width="2514" height="3578" /><br /><br /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ความเชื่อมั่นทรุดต่ำและมาตรการปิดเมือง เป็นปัจจัยฉุดรั้งการฟื้นตัวเศรษฐกิจจากภายใน</description>
					<enclosure length="4050" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/ai/9r/fof6ai9rsa/iStock-1159848810.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 08 Jun 2020 15:16:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจยูโรโซน </title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6571</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6571</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6571">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6548"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><br />เศรษฐกิจยูโรโซน : ชะลอลงเล็กน้อย การกระตุ้นผ่านนโยบายการเงินการคลังเริ่มเผชิญข้อจำกัด</span><br /></strong><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจยูโรโซนไตรมาส 3 ปี 2019 ขยายตัว 1.2%YOY</strong> </span>หรือ 0.2%QOQ SA ซึ่งในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2019 การชะลอลงของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มเติบโตต่ำต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจเปิดขนาดใหญ่อย่างเยอรมนี ซึ่งทำให้เกิดภาวะถดถอยในภาคอุตสาหกรรมและการชะลอตัวในภาคการลงทุน แต่การบริโภคภายในเยอรมนียังแข็งแกร่ง ทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคในไตรมาสที่ 3 เศรษฐกิจฝรั่งเศสยังมีแนวโน้มขยายตัวดีจากการบริโภคภายในที่แข็งแกร่ง ขณะที่อิตาลีและสเปนยังประสบปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง อีไอซีมองว่าการบริโภคภายในและผลของการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ ECB จะช่วยสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2019 ที่ 1.2%<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>อีไอซีประเมินเศรษฐกิจยูโรโซนปี 2020 เติบโตชะลอลงอยู่ที่ 1.1%</strong></span> โดยการบริโภคภาคเอกชนของฝรั่งเศสและอิตาลีมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจต่อเนื่องในปี 2020 จากตลาดแรงงานที่ยังขยายตัวและสวัสดิการจากรัฐที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนในเยอรมนีและสเปนอาจเริ่มมีแรงส่งที่ลดลง จากปัญหาการจ้างงานที่ชะลอตัวลงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในเยอรมนีได้รับปัจจัยบวกจากความเสี่ยงของภาษียานยนต์จากสหรัฐฯ ที่ลดลงและภาวะการค้าโลกเริ่มฟื้นตัวขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมในภูมิภาค อย่างไรก็ดี กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมอยู่ในระดับต่ำตามอุปสงค์โลก ทำให้แนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวเพียงช้า ๆ ในระยะข้างหน้า<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>การผ่อนคลายนโยบายการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอาจเผชิญข้อจำกัด</strong> </span>สำหรับปี 2020 ขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB เหลือเพียงไม่มากสำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (deposit facility) ที่ติดลบอยู่ที่ -0.5% อีไอซีมองว่า ECB มีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2020 แต่ยังมีโอกาสใช้เครื่องมืออื่นเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจชะลอลงมากกว่าที่คาด แต่อาจเริ่มเผชิญกับข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตรอาจต้องมาพร้อมกับการผ่อนคลายข้อกำหนดการเข้าซื้อพันธบัตร2 เป็นต้น ในด้านนโยบายการคลัง หลายประเทศต้องการกระตุ้นทางการคลังแต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดของ EU3 เช่น อิตาลี เป็นต้น ขณะเดียวกันประเทศที่มีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลับมีแรงกดดันทางการเมืองภายในสำหรับการรักษาวินัยทางการคลัง เช่น เยอรมนี ทำให้นโยบายการคลังอาจมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มากเท่าที่คาด<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>ความเสี่ยงที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2020</strong></span> ได้แก่ 1) บทสรุปของ Brexit ซึ่งแม้ว่าจะผ่านข้อตกลงในรัฐสภา แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ในประเด็นการเจรจาทางการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรปภายในเดือนธันวาคม 2020 2) สถานการณ์ประท้วงรอบใหม่ในฝรั่งเศสในประเด็นการปฏิรูประบบบำนาญ และ 3) เสถียรภาพรัฐบาลและการเมืองในอิตาลีและสเปน จากการขาดเสียงข้างมากของรัฐบาลในสภาหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีนัยต่อการดำเนินนโยบายการคลังต่อไป <br /><br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull;&nbsp;เงินยูโร ณ วันที่ 15 มกราคม 2020 อ่อนค่าลง 0.72%YTD เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปี 2020 เงินยูโรมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากความไม่แน่นอนของข้อตกลง Brexit ลดลง และเศรษฐกิจยูโรโซนที่สามารถเติบโตได้จากการบริโภคภายในเป็นหลัก<br /> <br />&bull; การส่งออกไทยไปยูโรโซนใน 11 เดือนแรกของปี 2019 หดตัวอยู่ที่ -7.6%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ และเนื้อสัตว์เป็นต้น สำหรับปี 2020 จับตาความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หากบรรลุข้อตกลงได้จะเป็นโอกาสดีในการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มเติม โดยเฉพาะสินค้าที่มีภาษีนำเข้าสูงในปัจจุบัน เช่น ทูน่า, ผลไม้ และเครื่องประดับที่ทำด้วยเงิน เป็นต้น<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากยูโรโซนมายังไทยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2019 หดตัว 22.0%YOY โดยธุรกิจสำคัญ 3 อันดับที่การลงทุนยังเติบโต ได้แก่ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ อุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้า ในระยะข้างหน้า ไทยจะต้องสร้างความต้องการในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์จากยุโรป ซึ่งปัจจุบันนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลไทยยังไม่จูงใจบริษัทยานยนต์จากยุโรปให้มาตั้งโรงงานในไทยได้<br /><br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/h9/a8/fjx0h9a8ri/Outlook_Q1_2020_EU.jpg" alt="Outlook_Q1_2020_EU.jpg" width="2514" height="3578" /><br /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ชะลอลงเล็กน้อย การกระตุ้นผ่านนโยบายการเงินการคลังเริ่มเผชิญข้อจำกัด</description>
					<enclosure length="4050" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/du/j0/fjx0duj07o/iStock-1159848810.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 21 Jan 2020 13:19:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจยูโรโซน</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6347</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6347</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6347">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 4/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6339"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><br />เศรษฐกิจยูโรโซน : ประเทศเศรษฐกิจหลักเสี่ยงถดถอย นโยบายการเงินการคลังผ่อนคลายรับมือความเสี่ยง</span><br /></strong><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจยูโรโซนไตรมาส 2 ปี 2019 ขยายตัว 0.2%QOQ SA</strong> </span>หรือ 1.2%YOY หากพิจารณารายประเทศ เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัว 0.1%QOQ SA เนื่องจากเยอรมนีเป็นเศรษฐกิจเปิดขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการค้าถึง 87% ของ GDP จึงได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างสูง ซึ่งกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออก สำหรับเศรษฐกิจอิตาลีไม่ขยายตัวจากผลของความไม่แน่นอนทางการเมือง ภาคเอกชนจึงชะลอการลงทุน ทำให้ทั้งเยอรมันและอิตาลีมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคเพิ่มขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจสเปนและฝรั่งเศสยังขยายตัวจากอุปสงค์ภายใน แนวโน้มช่วงที่เหลือของปี 2019 เศรษฐกิจยูโรโซนยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในภูมิภาค ซึ่งก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทั้งด้านการค้าและการเมือง อีไอซีประเมินเศรษฐกิจยูโรโซนปี 2019 จะขยายตัวที่ 1.1%<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>นโยบายการคลังหนุนเศรษฐกิจยูโรโซนแต่อาจไม่มากเท่าที่ควร</strong> </span>เศรษฐกิจยูโรโซนมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยสูงขึ้นในประเทศหลัก รัฐบาลหลายประเทศมีแนวโน้ม<br />ใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเยอรมนีมีศักยภาพในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสูงที่สุด เนื่องจากมีหนี้สาธารณะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เยอรมนีกลับเคร่งวินัยทางการคลังสูงและไม่ต้องการขาดดุลงบประมาณมาก จึงคาดว่าเยอรมนีจะใช้งบประมาณวงเงิน 5 หมื่นล้านยูโรหรือเพียง 1% ของ GDP เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่อิตาลีคาดว่าจะขาดดุลงบประมาณราว 2% ของ GDP ในปี 2020 จากคาดการณ์ในร่างงบประมาณปี 2019 ซึ่งอาจสนับสนุนเศรษฐกิจยูโรโซนได้บางส่วน ทั้งนี้อีไอซีประเมินเศรษฐกิจยูโรโซนปี 2020 จะขยายตัวที่ 1.0%<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>ECB ออกมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น เพื่อพยุงเศรษฐกิจยูโรโซน</strong></span>&nbsp;เนื่องจากยูโรโซนเผชิญกับความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกต่อเนื่องจนทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงชะลอลงกว่าที่คาด เป็นสาเหตุให้การประชุมนโยบายการเงินของ ECB ในเดือนกันยายน 2019 คณะกรรมการได้ประกาศใช้เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ประกอบด้วย 1) ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB (deposit facility rate) ลดลง 0.1% เป็น -0.5% 2) เริ่มต้นใช้ระบบการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินสำรองส่วนเกินของธนาคารพาณิชย์แบบลำดับขั้น (Tiered-deposit rate) 3) ประกาศโครงการเข้าซื้อพันธบัตร (APP) รอบใหม่ วงเงิน 2 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนโดยไม่กำหนดเวลาสิ้นสุด และ 4) สื่อสารทิศทางนโยบายการเงินใหม่โดยเน้นย้ำถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบ<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>จับตาความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2019 และ 2020</strong></span> ได้แก่ 1) การเจรจาข้อตกลงการค้าสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ หากสามารถบรรลุข้อตกลงจะช่วยลดความเสี่ยงของภาษีนำเข้ายานยนต์และชิ้นส่วนจากสหรัฐฯ และ 2) บทสรุปของ Brexit โดยประเด็นสำคัญของการเจรจา คือ การแก้ไขแผน Backstop อีไอซีมองว่าเนื้อหาข้อตกลงใหม่ของนายบอริส จอห์นสันจะไม่แตกต่างกับข้อตกลงเดิมของนางเทเรซา เมย์มากนัก <br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; เงินยูโร ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2019 อ่อนค่า4.6%YTD เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังเยอรมนีเติบโต<br />ติดลบ แม้ว่า ECB ออกมาตรการผ่อนคลายมากขึ้นก็ตาม ทั้งนี้อีไอซีคาดว่าเงินยูโรปลายปี 2019 จะอยู่ที่ราว 1.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปยูโรโซนในช่วง 8 เดือนแรกของปีหดตัว 7.3%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-19%YOY) และอัญมณีและเครื่องประดับ (-2.2%YOY) เป็นต้น สำหรับในช่วงที่เหลือของปี การส่งออกสินค้าไปยังยูโรโซนมีแนวโน้มชะลอลงกว่า<br />ในช่วงก่อนหน้าตามภาวะเศรษฐกิจยูโรโซนที่มีความเสี่ยงภาวะถดถอยสูงขึ้น<br /><br />&bull; การลงทุนทางตรงจากยูโรโซนมายังไทยในครึ่งแรกของปี 2019 หดตัว 30.4%YOY โดยธุรกิจสำคัญ 3 อันดับที่เข้ามาลงทุนในไทย ได้แก่ ธุรกิจขายส่งขายปลีก, อุตสาหกรรมผลิตคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และล่าสุดในเดือนสิงหาคม เยอรมนีเป็นประเทศที่ขออนุญาตประกอบธุรกิจมากเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น ซึ่งมีจำนวน 6 ราย เงินลงทุนราว 54 ล้านบาท<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/gj/k1/fgp9gjk1jq/Outlook_Q4_2019_EU.jpg" alt="Outlook_Q4_2019_EU.jpg" width="2494" height="3579" /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ประเทศเศรษฐกิจหลักเสี่ยงถดถอย นโยบายการเงินการคลังผ่อนคลายรับมือความเสี่ยง</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/dk/rr/fgp9dkrrby/iStock-1159848810.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 08 Oct 2019 13:40:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจยูโรโซน: ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง  เน้นการเติบโตจากอุปสงค์ภายใน</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/5668</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/5668</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5668">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5655">คลิกอ่านฉบับเต็ม</a></span></p>
<p>เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวชะลอลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 ที่ 1.6%YOY หรือ 0.2%QOQ SA ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผู้ผลิตยานยนต์ ที่รอความชัดเจนของมาตรฐานค่ามลพิษรถยนต์ฉบับใหม่ ทำให้การผลิต ในอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอลงโดยเฉพาะในเยอรมนี นอกจากนี้ ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็ชะลอลงด้วยเช่นกัน สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ในเดือนธันวาคมลดลงมาอยู่ที่ 51.4 จากต้นปี 2018 ที่ 59.6 อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่ลดลงช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้บริโภคภายในประเทศ ในช่วงท้ายของปี 2018 ทั้งนี้ อีไอซีประเมินเศรษฐกิจยูโรโซนปี 2018 ขยายตัวราว 1.9%YOY<br /><br />ในปี 2019 เศรษฐกิจยูโรโซนจะเติบโตจากอุปสงค์ภายในมากขึ้น ขณะที่บทบาทของอุปสงค์ภายนอกจะลดลง เนื่องจากยูโรโซนมีความอ่อนไหวต่อการชะลอลงของเศรษฐกิจจีนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) เนื่องจากการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศเกิดใหม่ซึ่งมีสัดส่วนถึง 23% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมดในปี 2017 แต่การที่จีนและหลายประเทศใน EM มีแนวโน้มชะลอลงในปี 2019 ทำให้ยูโรโซนไม่สามารถพึ่งพาการเติบโตจากภาคการค้าระหว่างประเทศได้ดีเช่นเดิมอย่างไรก็ดี ร่างงบประมาณรัฐปี 2019 สะท้อนแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลัง โดยฝรั่งเศสและสเปนวางแผนนโยบายการคลังขาดดุลราว 2.8% และ 1.8% ของ GDP ตามลำดับ ยกเว้นเยอรมนีที่วางแผนนโยบายการคลัง เกินดุลราว 1% ของ GDP นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจยูโรโซน ยังคงแข็งแกร่งจากตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง จากอัตราการว่างงานลดลงอย่างต่อเนื่องโดยในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 8.1% กดดันให้ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้นและสนับสนุนการบริโภค ภายในประเทศ ทั้งนี้ อีไอซีคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนปี 2019 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงราว 1.6%YOY<br /><br />นโยบายการเงินผ่อนคลายช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวในปี 2019 การบริโภคของภาคเอกชนขยายตัวได้ดี สะท้อนจากภาวะสินเชื่อภาคครัวเรือน ที่ยังคงขยายตัวสูง อัตราดอกเบี้ยต่ำช่วยสนับสนุนการลงทุนในเครื่องจักร และการบริโภคภายในประเทศ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤศจิกายน อยู่ที่ 1.9% ซึ่งเริ่มเข้าเป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB แม้จะเป็นผลจากราคาพลังงานที่เร่งตัว ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1% อีไอซีมองว่า ECB มีแนวโน้ม ขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 หลังจากยุติมาตรการ การเข้าซื้อพันธบัตร (APP) ในเดือนธันวาคม 2018 โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้ ECB ไม่สามารถดำเนินนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติได้ตามที่คาด ได้แก่ 1) มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าหมวดรถยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ในยูโรโซน 2) การแยกตัวจาก EU ของสหราชอาณาจักรโดยไม่มีข้อตกลง (No-deal Brexit) ซึ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้น และ 3) แผนนโยบายการคลังอิตาลีปี 2019 ซึ่งต้อง จับตาท่าทีของรัฐบาลอิตาลีในการประนีประนอมร่างงบประมาณกับ EU (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Flash : ECB ยุติ APP เตรียมความพร้อมก่อนขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกช่วงครึ่งหลังปี 2019)&nbsp;<br /><strong><br /><br />นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></p>
<strong><br /></strong>
<ul>
<li>ภาวะเศรษฐกิจในครึ่งแรกของปี 2018 ที่ชะลอลง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เงินยูโรอ่อนค่าลง 5.4%YTD เมื่อเทียบกับ ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ วันที่ 27 ธันวาคม 2018 อย่างไรก็ดี ทั้งปี 2019 ความเสี่ยง ทางการเมืองภายในของยูโรโซน มีแนวโน้มลดลงกว่าปี 2018 ขณะที่ ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงปลายปี 2019 อีไอซีคาดว่าเงินยูโรในปี 2019 จะแข็งค่าอยู่ที่ 1.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยูโร<br /><br /></li>
<li>การส่งออกไทยไปยูโรโซนขยายตัว5.8%YOY ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2018 โดยเฉพาะสินค้าส่งออกหลักของไทย ได้แก่ ยานยนต์และ ส่วนประกอบซึ่งขยายตัว 3.1%YOY อย่างไรก็ดี ในปี 2019 การส่งออกไปยูโรโซนอาจขยายตัวเพิ่มได้อีกเล็กน้อยจากความต้องการภายในยูโรโซนที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว<br /><br /></li>
<li>ผู้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบเยอรมนีหลายรายให้ความสนใจขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม ได้แก่ Daimler Dr&auml;xlmaier group และ BMW ที่ให้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังจีนและภูมิภาคเอเชีย รัฐบาลไทยเองก็สนับสนุนให้ธุรกิจไทยออกไปลงทุนในเยอรมนี เพื่อเป็นฐานการผลิตในการขยายตลาดไปยังกลุ่มยูโรโซนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เนื่องจากเยอรมนีเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุดของยุโรป</li>
</ul>
<br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/g7/9b/f8dfg79bve/Infographic_EU_Q12019.jpg" alt="Infographic_EU_Q12019.jpg" width="200" height="278" /><br /><br /><br /><br />
<p><br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/0k/sl/f8df0kslms/Outlook_TH_Q2_2018_EU.jpg" alt="Outlook_TH_Q2_2018_EU.jpg" width="750" height="1071" /><br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวชะลอลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 ที่ 1.6%YOY </description>
					<enclosure length="6983" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/0k/he/f8df0khetn/ThinkstockPhotos-160416320.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 09 Jan 2019 14:55:00 +0700</pubDate>
				</item></channel></rss>