<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><atom:link href="https://www.scbeic.com/th/rss/product/1541787681646" rel="self" type="application/rss+xml"/><title>EIC RSS Outlook:Japan Economy</title><link>https://www.scbeic.com/th/home</link><description>RSS For Outlook:Japan Economy</description><copyright>Copyright 2015 The Siam Commercial Bank Public Company Limited. All rights reserved.</copyright><language>th</language><pubDate>Mon, 06 Apr 2026 00:34:17 +0700</pubDate><ttl>7</ttl>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจญี่ปุ่น</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7446</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7446</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7446">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2021&nbsp;<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7434"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><br /><br />เศรษฐกิจญี่ปุ่น : ภาคการส่งออกและมาตรการกระตุ้นชุดใหม่จะเป็นแรงพยุงการฟื้นตัว</span><br /></strong><br /><strong><br />เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 4 ปี 2020 ยังคงฟื้นตัวแต่ในอัตราที่ชะลอลง</strong> โดยขยายตัว 12.7%QOQ SAAR หรือหดตัว -1.2%YOY หลังขยายตัว 22.7%QOQ SAAR หรือหดตัว -5.8%YOY ในไตรมาสที่ 3 (ทั้งปีหดตัว -4.8%YOY) ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในภาคบริการและการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเร่งตัวสูงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน นำไปสู่การระงับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในเดือนธันวาคม ทั้งนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงได้รับแรงหนุนจากภาคการผลิต สะท้อนได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ทุน (Capital Expenditure) ที่กลับมาขยายตัวถึง 19.4%QOQ SAAR และภาคการส่งออกที่เร่งตัวขึ้นถึง 52.3%QOQ SAAR จากการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไปยังประเทศจีน<br /> <br /><strong>EIC คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่น จะขยายตัวราว 3.0% ในปี 2021 โดยยังได้รับแรงกดดันจากมาตรการควบคุมโรค COVID-19 ในไตรมาส 1</strong> นับตั้งแต่ 8 มกราคม 2021 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมาตรการ Lockdown ที่เข้มงวดอีกครั้งจนถึงอย่างน้อยต้นเดือนมีนาคม จากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่ยังคงอยู่ระดับสูง ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะเป็นแรงกดดันต่อภาคการบริโภค แต่ผลกระทบของมาตรการ Lockdown ครั้งนี้ จะไม่รุนแรงเท่ากับช่วงการระบาดระลอกแรก เนื่องจากมาตรการในรอบนี้ครอบคลุมเพียง 11 จังหวัด และกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมยังคงดำเนินการต่อไปได้ นอกจากนี้ อุปสงค์โลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีโดยเฉพาะในสหรัฐฯ และจีนจะเป็นแรงสนับสนุนต่อภาคการผลิตและการส่งออก สำหรับในระยะต่อไปนั้น การฉีดวัคซีนอย่างแพร่หลายจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในด้านการบริโภคกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ทั้งนี้แม้ว่าทางการญี่ปุ่นจะได้จัดหาวัคซีนไว้ได้เพียงพอสำหรับประชากรทั้งหมดแล้ว แต่ขั้นตอนการอนุมัติที่รัดกุมทำให้การฉีดวัคซีนเริ่มต้นได้ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งช้ากว่าประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ โดยคาดว่าจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2021 นอกจากนี้ การจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่วางแผนไว้ในปีนี้จะเป็นปัจจัยสนับสนุนเช่นกัน แต่ทว่ายังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเลื่อนออกไปหรือจัดแข่งขันแบบถ่ายทอดสดเท่านั้นหากสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น<br /><br /><strong>นโยบายการคลังจะยังคงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปี 2021</strong> โดยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ญี่ปุ่นได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมขนาด 13% ของ GDP เพื่อควบคุมการระบาดและช่วยเหลือครัวเรือนหรือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่นอกจากนี้ มาตรการยังได้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจให้เข้ากับโลกยุคเทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานสะอาด อีกทั้ง ยังปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจ SMEs (ซึ่งครอบคลุมถึง 70% ของการจ้างงาน) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งนี้การเลือกตั้งทั่วไปที่จะถูกจัดขึ้นหลังสภาผู้แทนราษฎรจะหมดวาระลงในเดือนกันยายน 2021 อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของมาตรการชุดนี้<br /><br /><strong>EIC คาดว่า BOJ จะยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป</strong> โดยในการประชุมเดือนมกราคม BOJ ได้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ -0.1% ไว้ตามเดิม รวมทั้งยังคงนโยบายการเงินอื่น ๆ ทุกนโยบายไว้ ซึ่ง EIC คาดว่า BOJ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการผ่อนคลายไว้ต่อไป ตามสภาพเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ช้า ทั้งนี้ BOJ ส่งสัญญาณที่จะขยายกรอบควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ในรอบการประชุมเดือนมีนาคมที่จะถึง<strong> <br /><br /><span style="font-size: 14pt;">นัยต่อเศรษฐกิจไทย</span><br /><br /></strong>เงินเยน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2021 อ่อนค่าลง 3.3%YTD เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นผลจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนโลกที่ทยอยปรับดีขึ้น หลังมีข่าวความสำเร็จของการพัฒนาวัคซีนต้าน COVID-19 สำหรับในระยะต่อไป คาดว่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังวัคซีนสามารถแจกจ่ายได้มากขึ้น ทำให้ความต้องการถือเงินเยนซึ่งมีสถานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง<br /><br />การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นในปี 2020 หดตัว -6.6%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-4.3%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (-9.6%) เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ (-4.2%) และเม็ดพลาสติก (-7.0%) ขณะที่สินค้าส่งออกที่ขยายตัว ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ (30.1%) และเคมีภัณฑ์ (46.7%)<br /><br />การลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นมายังไทยใน 9 เดือนแรกของปี 2020 หดตัว -44.5%YOY ทั้งนี้ในปี 2020 มีโครงการจากญี่ปุ่นที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมจาก BOI ทั้งหมด 210 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 64,357 ล้านบาท โดยธุรกิจหลักที่มีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มได้แก่ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและการซ่อม ยานยนต์ (ซึ่งยังคงได้ประโยชน์จากกิจการรถยนต์ไฟฟ้า) ธุรกิจการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า และธุรกิจการผลิตคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจในกลุ่มเหล่านี้จะยังมีแนวโน้มได้ประโยชน์จากนโยบายย้ายฐานการผลิตออกจากจีนของญี่ปุ่น<br /><strong><br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/4m/xi/fwr34mxi0q/07.jpg" alt="07.jpg" width="2480" height="3508" /><br /></strong></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ภาคการส่งออกและมาตรการกระตุ้นชุดใหม่จะเป็นแรงพยุงการฟื้นตัว</description>
					<enclosure length="3826" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/04/ew/fwr304ewtm/iStock-511092543-%281%29.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 15:38:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจญี่ปุ่น</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7257</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7257</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7257">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 4/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7249"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/dm/le/ftt9dmledx/iStock-511092543-%281%29.jpg" alt="iStock-511092543-(1).jpg" width="1254" height="836" /><br /><br />เศรษฐกิจญี่ปุ่น : ฟื้นตัวจากการส่งออก แต่การแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นจะเป็นความเสี่ยง</span><br /></strong><br /><strong>EIC คาดเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปี 2020 GDP จะหดตัว -5.0%</strong> โดยในไตรมาส 3 ปี 2020 ขยายตัว 22.9%QOQ SAAR แต่หดตัว -5.7%YOY หลังจากที่ญี่ปุ่นสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ ด้านผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 4% ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมรถยนต์และสินค้าทุน (Capital goods) อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของภาคบริการนั้นยังเป็นไปอย่างล่าช้า สะท้อนได้จากดัชนีการบริโภคของ BOJ ในเดือนตุลาคมที่ดัชนีในหมวดการบริการหดตัวลง -8.9%YOY แต่เป็นการหดตัวที่น้อยลงเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมที่หดตัว -14.6%YOY อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดของไวรัสที่เริ่มกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในญี่ปุ่น อาจส่งผลให้การเติบโตในไตรมาสที่ 4 ของปี 2020 มีโอกาสชะลอลง<br /><br /><strong>EIC คาดเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะฟื้นตัว 2.5% ในปี 2021</strong> โดยปัจจัยที่จะสนับสนุนการฟื้นตัว ได้แก่ ภาคส่งออกที่ยังคงมีอุปสงค์จากประเทศเอเชียอย่างต่อเนื่อง และการลงทุนในสินทรัพย์ทุน (Capital Expenditure) ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันการลงทุนด้านดิจิทัล ขณะที่การบริโภคภายในประเทศจะมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ และโอกาสที่จะมีการใช้วัคซีนในปี 2021 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ภาคบริการสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังมีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดในต่างประเทศที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์สินค้าส่งออกของญี่ปุ่น <br /><br /><strong>ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ญี่ปุ่นจะยังคงนโยบายเดิมของอาเบะไว้ แต่เน้นไปที่การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจมากขึ้น</strong> โดยโยชิฮิเดะ ซูงะ (Yoshihide Suga) นายกฯ คนใหม่ต้องการปฏิรูปเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้เน้นไปที่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้พร้อมกับยุคดิจิทัล (Digitalisation) ปัญหาประชากรลด และการลดกฎระเบียบเพื่อให้การทำธุรกิจเป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลมีแผนที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส<br /> <br /><strong>คาด BOJ จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายต่อไป แต่อาจยืดอายุมาตรการพิเศษในการสนับสนุนการปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจ</strong> ในการประชุมเดือนตุลาคม BOJ ได้มีมติให้คงนโยบายการเงินทุกนโยบายไว้ตามเดิม โดย EIC คาดว่า BOJ จะไม่ลดดอกเบี้ยนโยบายให้ติดลบมากขึ้น เว้นแต่ค่าเงินเยนจะแข็งค่าเพิ่มขึ้นอีกมาก นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ที่ BOJ จะต่ออายุมาตรการพิเศษเพื่อสนับสนุนการปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจ โดยภายใต้มาตรการนี้ BOJ จะปล่อยสภาพคล่องให้แก่สถาบันการเงินเพื่อปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจต่อไป <br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 11pt;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; เงินเยน ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน2020 แข็งค่า 4.3%YTD เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับในช่วงที่เหลือของปี เงินเยนมีแนวโน้มทรงตัว แต่มีความเสี่ยงไปทางแข็งค่ามากขึ้น หากสหรัฐฯ และยุโรปยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ได้ เนื่องจากเงินเยนถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย<br /><br />&bull; การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นใน 10 เดือนแรกของปี 2020 หดตัว -9.7%YOY โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัวได้แก่ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-12.4%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบอื่นๆ (-15.7%) และเม็ดพลาสติก (-29.3%) ขณะที่สินค้าส่งออกที่ขยายตัวได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (16.6%) และตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ (19.3%)<br /><br />&bull; การลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นมายังไทยในครึ่งแรกของปี 2020 หดตัว -15.2%YOY และใน 9 เดือนแรกของปี 2020 มีโครงการจากญี่ปุ่นที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมจาก BOI ทั้งหมด 164 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 47,618 ล้านบาท โดยมูลค่าเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากโครงการขนาดใหญ่ เช่น กิจการรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบแบตเตอรี่ และแบบ Plug-in hybrid และกิจการผลิต Hard Disk Drive สำหรับแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่น แม้จะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงนโยบายสนับสนุนให้กระจายฐานการผลิตนอกเหนือจากจีน ซึ่งอาจทำให้ไทยได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่นมากขึ้นได้<br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/gp/kz/ftt9gpkz6c/11.jpg" alt="11.jpg" width="2482" height="3570" /><br /><br /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ฟื้นตัวจากการส่งออก แต่การแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นจะเป็นความเสี่ยง</description>
					<enclosure length="3826" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/dm/kv/ftt9dmkv3e/iStock-511092543-%281%29.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 09 Dec 2020 16:05:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจญี่ปุ่น</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7102</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7102</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7102">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 3/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7046"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/un/cc/frp4uncc4e/iStock-511092543-%281%29.jpg" alt="iStock-511092543-(1).jpg" width="1254" height="836" /><br /><br />เศรษฐกิจญี่ปุ่น : การบริโภคภายในประเทศยังต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นตัว</span><br /></strong><br /><strong>การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีก่อน</strong> โดยในไตรมาส 2 ปี 2020 หดตัว -9.9%YOY หรือ -27.8%QOQ SAAR ซึ่งหดตัวมากกว่าวิกฤติการเงินโลกในไตรมาสที่ 1 ปี 2009 (-17.8%QOQ SAAR) และหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัว 3 ไตรมาสติดต่อกันนับตั้งแต่การหดตัวในไตรมาส 4 ปี 2019 จากผลกระทบของการขึ้นภาษีการบริโภค ขณะที่การหดตัวในไตรมาส 2 ปี 2020 เป็นผลจากการประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้จากการบริโภคภาคเอกชนหดตัวอย่างมาก โดยเฉพาะภาคบริการที่หดตัวสูงถึง -42%QOQ SAAR อย่างไรก็ดี หลังการยกเลิกภาวะฉุกเฉิน กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น<br /><br /><strong>การบริโภคภายในประเทศอาจใช้เวลาในการฟื้นตัวยาวนานกว่าภาคส่วนอื่น ๆ</strong> โดยหากพิจารณาการบริโภคแบ่งตามหมวดหมู่ พบว่าการบริโภคสินค้าคงทนและสินค้าไม่คงทนเริ่มกลับเข้าสู่ช่วงก่อน COVID-19 แล้ว ขณะที่ภาคบริการ ซึ่งคิดเป็น 60% ของการบริโภคภาคเอกชนยังคงอ่อนแอและทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อน COVID-19 โดยอาจเป็นผลจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากความกังวลเรื่องสุขอนามัย ทำให้ EIC มองว่าการบริโภคในภาพรวมของปี 2020 จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังยกเลิกภาวะฉุกเฉิน ด้านภาคการผลิตทยอยฟื้นตัวขึ้นสะท้อนจากดัชนี PMI ภาคการผลิตที่ผ่านพ้นจุดต่ำสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน แต่ตัวเลขเดือนกรกฎาคม 2020 ยังคงอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ขยายตัวที่ 50 โดยหากอุปสงค์ภายในประเทศไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนก็อาจเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของภาคการผลิตในระยะต่อไป ทั้งนี้ EIC มองว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปี 2020 จะหดตัวที่ -5.6% และจะกลับมาขยายตัวที่ราว 3.0% ในปี 2021<br /><br /><strong>นโยบายการคลังจะมีบทบาทมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่นโยบายการเงินเริ่มชะลอการผ่อนคลายลง</strong> รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตั้งวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่มูลค่ารวมสูงถึง 42% ของ GDP เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาและสนับสนุนภาคธุรกิจ เช่น มาตรการ Go to travel กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายภาครัฐขนาดใหญ่ในปีนี้จะกลายเป็นความท้าทายในระยะข้างหน้าเมื่อมาตรการหมดอายุลง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลเพิ่มการใช้จ่ายอีกครั้ง ส่งผลให้หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นจากปัจจุบันที่ 237% ของ GDP อาจสูงขึ้นอย่างมาก สำหรับนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและคงมาตรการผ่อนคลายเดิมไว้ โดย BOJ จะติดตามผลของการผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงครึ่งแรกของปีอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบิดเบือนตลาดการเงิน โดยเฉพาะมาตรการเข้าซื้อหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา<br /><br /><strong>ความเสี่ยงของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ การแพร่ระบาดระลอกใหม่ และความไม่แน่นอนทางการเมือง</strong> แม้ว่าจนถึงเดือนสิงหาคม รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศอีกครั้ง แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดเลวร้ายขึ้นอาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักอีกครั้ง และเพิ่มความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นต้องยกเลิกมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนเศรษฐกิจในปี 2021 นอกจากนี้ การลาออกของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ทำให้พรรค LDP ต้องเลือกนายกฯ คนใหม่ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี <br /><br /><br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; เงินเยน ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2020 แข็งค่า 2.9%YTD เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับในช่วงที่เหลือของปี เงินเยนมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ 106 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2020 แต่มีความเสี่ยงไปทางแข็งค่ามากขึ้น หากเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในกลุ่มประเทศ G10 เนื่องจากเงินเยนถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤติ<br /><br />&bull; การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นใน 7 เดือนแรกของปี 2020 หดตัว -10.5%YOY โดยสัดส่วนมูลค่าสินค้าที่หดตัวคิดเป็น 76.8% ของมูลค่าส่งออกไปญี่ปุ่นทั้งหมด เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ(-38.4%YOY) และโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-14.2%YOY) ขณะที่สินค้าส่งออกที่เหลือยังขยายตัวได้ดี เช่น ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง (5.0%YOY) และเคมีภัณฑ์ (28.5%YOY) เป็นต้น<br /><br />&bull; การลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นมายังไทยในครึ่งแรกของปี 2020 หดตัว -15.2%YOY เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 ในช่วงครึ่งแรกของปี อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เหลือของปี บริษัทญี่ปุ่นได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้กระจายฐานการผลิตนอกเหนือจากจีน ซึ่งอาจทำให้ไทยได้รับอานิสงค์จากเม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่นมากขึ้นได้ <br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ya/vm/frp4yavmwv/TH_Outlook_Q3_2020_Final_15.jpg" alt="TH_Outlook_Q3_2020_Final_15.jpg" width="2514" height="3616" /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>การบริโภคภายในประเทศยังต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นตัว</description>
					<enclosure length="3826" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/un/bx/frp4unbxvb/iStock-511092543-%281%29.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 01 Oct 2020 15:00:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจญี่ปุ่น</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6887</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6887</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6887">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 2/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6862"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/gc/5o/fof6gc5of9/iStock-511092543-%281%29.jpg" alt="iStock-511092543-(1).jpg" width="1254" height="836" /><br /><br />เศรษฐกิจญี่ปุ่น : การบริโภคภายในซบเซาและการเลื่อนจัดงานโอลิมปิก ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวรุนแรง</span><br /></strong><br /><strong>เศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาส 1 ปี 2020 หดตัว 2.0%YOY</strong> จากอุปสงค์ต่างประเทศที่ซบเซาจากจีนและภายในภูมิภาคจากผลกระทบของ COVID-19 รวมถึงการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ภาคการผลิตได้รับผลกระทบและภาคการส่งออกหดตัวอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจญี่ปุ่นจึงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ นอกจากนี้ หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน (state of emergency) ในเดือนเมษายน ซึ่งล่าช้ากว่าประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของไตรมาสที่ 2 หยุดชะงักลง โดยเฉพาะภาคบริการซึ่งคิดเป็น 3 ใน 4 ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดเมือง<br /> <br /><strong>คาดเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป</strong> หลังจากยกเลิกภาวะฉุกเฉินในปลายเดือนพฤษภาคม โดยภาคการผลิตมีโอกาสฟื้นตัวเร็วกว่าภาคบริการ อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นได้สูญเสียปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในปีนี้ จากการเลื่อนจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ออกไปเป็นปี 2021 ซึ่งส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวในปีนี้อาจซบเซาต่อเนื่องแต่จะถูกชดเชยในปีหน้า โดย BOJ ได้ประมาณการว่ามหกรรมโอลิมปิกจะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นในปี 2020 เติบโตเพิ่มขึ้นได้ราว 0.2-0.3 ppt2 ทั้งนี้ EIC คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปี 2020 จะหดตัว 8.0%<br /><br /><strong>รัฐบาลออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉุกเฉินเพิ่มเติมรวมเป็น 4% ของ GDP</strong> เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนและภาคธุรกิจจากผลของการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยในภาคครัวเรือนจะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 1 แสนเยนซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี สำหรับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการช่วยเหลือผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและเลื่อนการจ่ายภาษี อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ เพียงแต่สามารถบรรเทาได้บางส่วนและเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี มาตรการการคลังขนาดใหญ่ส่งผลให้หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกจากในปี 2019 ที่ 237% ของ GDP ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้<br /><br /><strong>BOJ ขยายมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ</strong> ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนเมษายน BOJ ยกเลิกวงเงินซื้อพันธบัตรรัฐบาล (JGB) จากเดิมที่ 80 ล้านล้านเยนต่อปี เป็นสามารถเข้าซื้อไม่จำกัดจำนวน โดยมีเป้าหมายในการรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีให้อยู่ที่ระดับ 0% อย่างไรก็ดี EIC มองว่า BOJ ยังมีข้อจำกัดในการเข้าซื้อ JGB เนื่องจากการซื้อ JGB ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก ทำให้ยากแก่การรักษาเป้าหมาย Yield curve รวมถึงกดดันกำไรของภาคสถาบันการเงินอีกด้วย ในระยะข้างหน้า หากตลาดการเงินยังคงมีเสถียรภาพ EIC คาดว่า BOJ จะยังรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมที่ -0.1% ต่อไป <br /> <br /><br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull; เงินเยน ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2020 แข็งค่า 0.7%YTD เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปี 2020 สถานการณ์โรคระบาดมีความไม่แน่นอนสูงและเศรษฐกิจโลกที่เข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้มีความต้องการถือสกุลเงินปลอดภัยอย่างเงินเยนมากขึ้น ทำให้เงินเยนมีแนวโน้มไปทางแข็งค่า<br /><br />&bull; การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นใน 4 เดือนแรกของปี 2020 หดตัว 2.3%YOY โดยสัดส่วนมูลค่าสินค้าที่หดตัวคิดเป็น 48.5% ของมูลค่าส่งออกไปญี่ปุ่นทั้งหมด เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า (-11.3%YOY) และเหล็กและผลิตภัณฑ์ (-15.1%YOY) ขณะที่สินค้าส่งออกที่เหลือยังขยายตัวได้ เช่น ไก่สดและแปรรูป (+12.2%YOY) และรถยนต์และส่วนประกอบ (+12.7%YOY) เป็นต้น<br /><br />&bull; การลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นมายังไทยในปี 2019 หดตัว 26.9% โดยธุรกิจที่มีเม็ดเงินลงทุนสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ธุรกิจการผลิตเครื่องจักร ธุรกิจการผลิตยานยนต์ และธุรกิจขายส่งและการขายปลีกตามลำดับ สำหรับปี 2020 คาดว่าเงินลงทุนจากญี่ปุ่น จะลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลก<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ar/fy/fof7arfye4/Outlook_Q2_2020_3.jpg" alt="Outlook_Q2_2020_3.jpg" width="2514" height="3578" /><br /><br /><br /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>การบริโภคภายในซบเซาและการเลื่อนจัดงานโอลิมปิก ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวรุนแรง</description>
					<enclosure length="3826" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/gc/51/fof6gc517a/iStock-511092543-%281%29.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 08 Jun 2020 14:51:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจญี่ปุ่น</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6575</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6575</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6575">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6548"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;"><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/7u/wq/fjx17uwqjk/iStock-511092543-%281%29.jpg" alt="iStock-511092543-(1).jpg" width="1254" height="836" /><br /><br />เศรษฐกิจญี่ปุ่น : เติบโตชะลอลงแม้ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภายใน และการส่งออกเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัว</span><br /></strong><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต 1.7%YOY ในไตรมาส 3 ปี 2019</strong></span> หรือ 1.8%QOQ SAAR จากอุปสงค์ภายในที่ยังแข็งแกร่งโดยการบริโภคภาคครัวเรือน, การลงทุนภาคเอกชน, <br />และการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวได้ดี เนื่องจากภาคเอกชนลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีโดยเฉพาะในภาคบริการเพื่อรองรับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน การเร่งใช้จ่ายของครัวเรือนก่อนการขึ้นภาษีผู้บริโภคในเดือนตุลาคมปี 2019 และอัตราการว่างงานเฉลี่ยยังต่ำที่ 2.4% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตโดยเฉพาะหมวดยานยนต์และภาคการส่งออกได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกติดลบต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2019 อย่างไรก็ดี การส่งออกเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์และสินค้าทุนจากการเริ่มฟื้นตัวของวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยี 5G ทั้งนี้อีไอซีมองเศรษฐกิจญี่ปุ่นปี 2019 ยังคงขยายตัวราว 0.9%<br /> <br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอลงในปี 2020 จากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวช้าและการบริโภคที่ชะลอหลังเร่งใช้จ่าย คาดว่าเติบโตราว 0.5%</strong> </span>อีไอซีมองว่าผลกระทบจากการขึ้นภาษีในเดือนตุลาคมปี 2019 จะส่งผลให้การบริโภคชะลอลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 แต่ผลกระทบไม่มากเท่ากับการขึ้นภาษีในปี 2014 เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นมีมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบไว้ล่วงหน้า เช่น การคงภาษีสินค้าหมวดอาหาร, เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และหนังสือพิมพ์เท่าเดิมที่ 8% และให้เงินอุดหนุนบางส่วนแก่ผู้บริโภค ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังมีส่วนสนับสนุนการเติบโตต่อเนื่องจากแนวโน้มการลงทุนเพื่อทดแทนปัญหาขาดแคลนแรงงาน และภาคการท่องเที่ยวที่จะได้แรงหนุนจากงานโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2020 อย่างไรก็ดี การส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าจากอุปสงค์โลกที่ค่อยๆ ฟื้นตัว และความไม่แน่นอนจากการเจรจาทางการค้าทั้งข้อตกลงสหรัฐฯ-จีนในระยะต่อไป แม้ผลการเจรจาช่วงปลายปี 2019 จะส่งผลเชิงบวกต่อภาคธุรกิจในแง่การลดความเสี่ยงของผลกระทบจากห่วงโซ่อุปทานจากจีนและความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นจะถูกเก็บภาษีหมวดยานยนต์และชิ้นส่วน<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 26 ล้านล้านเยน</strong> </span>ซึ่งรวมงบเพิ่มเติม FY2019 และงบเบื้องต้นสำหรับ FY2020 เพื่อสนับสนุนการเติบโตและรองรับความผันผวนในเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากการขึ้นภาษีผู้บริโภค อีไอซีมองว่าแผนการกระตุ้นนี้จะเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจได้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ปี 2020 แต่ผลอาจไม่มากเนื่องจากการใช้จ่ายบางส่วนจะอยู่ในโครงการเดิมของภาครัฐที่ดำเนินต่อเนื่องมาจากปี 2019<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>ความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น คือ ผลกระทบหลังการขึ้นภาษีผู้บริโภค การแข็งค่าของเงินเยนและความคืบหน้าข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น</strong></span> การขึ้นภาษีมีแนวโน้มทำให้การบริโภคชะลอลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 หลังครัวเรือนเร่งใช้จ่าย และแรงกดดันจากความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่ทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นจะส่งผลลบซ้ำเติมต่อภาคการส่งออกญี่ปุ่นที่ยังฟื้นตัวอย่างเปราะบางในระยะข้างหน้าได้ นอกจากนี้ ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นในปลายปี 2019แม้ว่าได้บรรลุในประเด็นการเปิดตลาดสินค้า แต่รายละเอียดของข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับภาษียานยนต์และค่าเงินเยนยังไม่มีความชัดเจนและขึ้นอยู่กับผลการเจรจากับสหรัฐฯ ในระยะต่อไป <br /><br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong></span><br /><br />&bull;&nbsp;เงินเยนอ่อนค่าราว 1.07%YTD เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 15 มกราคม 2020 อีไอซีมองเงินเยนยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องจาก BOJ มีข้อจำกัดในการผ่อนคลายนโยบายการเงินในการลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเทียบกับ Fed และ ECB รวมถึงนักลงทุนยังมองเงินเยนเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปญี่ปุ่นในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2019 หดตัวที่ 1.3%YOY นำโดยการหดตัวในสินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เครื่องโทรสาร, <br />โทรศัพท์, อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก อีไอซีมองว่าการส่งออกไทยไปญี่ปุ่นในระยะต่อไปอาจฟื้นตัวตามการส่งออกของญี่ปุ่นในหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนตามการฟื้นตัวของวัฏจักรสินค้า IT บางส่วน<br /><br />&bull; จากข้อมูลขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) บ่งชี้เม็ดเงินลงทุนสุทธิจากญี่ปุ่นเข้ามาในไทยในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2019 อยู่ที่ราว 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปี 2018 อย่างไรก็ดี จากข้อมูลของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) ธุรกิจญี่ปุ่นยังมองไทยเป็น<br />เป้าหมายที่น่าสนใจในการเข้ามาลงทุนในกลุ่มประเทศ ASEAN จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่การแข็งค่าของเงินบาทอาจเป็นอุปสรรคในระยะต่อไปสำหรับการตัดสินใจลงทุนเพิ่ม โดยเฉพาะบริษัทที่ใช้ไทยเพื่อเป็นฐานการส่งออกในภูมิภาค<br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/6k/1x/fjx16k1xfu/Outlook_Q1_2020_JP.jpg" alt="Outlook_Q1_2020_JP.jpg" width="2514" height="3578" /><br /><br /><br /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เติบโตชะลอลงแม้ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภายใน และการส่งออกเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัว</description>
					<enclosure length="3826" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/7q/kf/fjx17qkf04/iStock-511092543-%281%29.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 21 Jan 2020 13:45:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจญี่ปุ่น</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6348</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6348</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6348">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 4/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6339"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt; color: #4b2885;">เศรษฐกิจญี่ปุ่น : ภาคการส่งออกหดตัวต่อเนื่องและ ภาคครัวเรือนมีแนวโน้มชะลอหลังการขึ้นภาษี</span><br /></strong><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต 1%YOY ในไตรมาสสองของปี 2019</strong> </span>หรือ 1.3%QOQ SAAR จากการบริโภคภาคครัวเรือนเป็นหลัก การส่งออกยังคงได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 โดยเดือนสิงหาคมหดตัว 8.2%YOY และการลงทุนภาคเอกชนเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอจากผลกระทบความไม่แน่นอนของสงครามการค้า ในช่วงไตรมาส 3 คาดว่าการบริโภคภาคครัวเรือนจะได้แรงส่งจากการเร่งใช้จ่ายและการซื้อสินค้าคงทนก่อนการขึ้นภาษีการบริโภคจาก 8% เป็น 10% ในเดือนตุลาคม ประกอบกับเศรษฐกิจในครึ่งแรกของปีเติบโตดี ทำให้อีไอซีมองเศรษฐกิจญี่ปุ่นปี 2019 ยังคงขยายตัวราว 0.9% <br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอลงในปี 2020 จากการชะลอการส่งออกและการบริโภคหลังเร่งใช้จ่าย อีไอซีคาดเติบโตเพียงราว 0.2%</strong></span> จากผลของภาคครัวเรือนที่เร่งใช้จ่ายก่อนการขึ้นภาษีการบริโภคในเดือนตุลาคม ปี 2019 ทำให้การบริโภคภาคครัวเรือนมีแนวโน้มชะลอลงหลังจากนี้ ซึ่งการขึ้นภาษีรอบก่อนเมื่อปี 2014 ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคจากการหดตัวของการบริโภคภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดี อีไอซีมองผลกระทบจากการขึ้นภาษีรอบนี้ไม่มากเท่าครั้งก่อนเนื่องจากรัฐบาลได้เตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับผลกระทบของการขึ้นภาษีไว้แล้ว เช่น การคงภาษีหมวดสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และหนังสือพิมพ์ไว้เท่าเดิมที่ 8% และการให้เงินอุดหนุนบางส่วน ทำให้การปรับขึ้นภาษีรอบนี้มีแนวโน้มกดดันการบริโภคน้อยกว่ารอบก่อน ขณะที่ภาคการส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าและอาจได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากความขัดแย้งกับเกาหลีใต้ รวมถึงภาคการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนที่ชะลอลงจะเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมหากเศรษฐกิจชะลอตัวลงกว่าคาด</strong></span> เพื่อสนับสนุนการเติบโต ท่ามกลางความผันผวนในเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากการขึ้นภาษีการบริโภค BOJ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปีงบประมาณ 2019 2020 และ 2021 ที่ 1.0% 1.3% และ 1.6% ตามลำดับ ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ 2% โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดอยู่ที่ 0.5%ในเดือนสิงหาคม ซึ่งหากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาต่ำกว่าที่คาด อีไอซีมองว่า BOJ อาจผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมทั้งการลดดอกเบี้ยนโยบายและการปรับกรอบการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวในระยะข้างหน้าได้<br /> <br /><span style="color: #4b2885;"><strong>ความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น คือ สงครามการค้าและการแข็งค่าต่อเนื่องของเงินเยน</strong></span> สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนและความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยอาจเป็นแรงกดดันให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น ซึ่งหากเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจะส่งผลลบซ้ำเติมต่อภาคส่งออกญี่ปุ่นในระยะข้างหน้าได้ <br /><br /><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย</strong><br /><br />&bull; เงินเยนอ่อนค่าราว 1.8%YTD เทียบดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 1 ตุลาคม แต่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2019 เนื่องจาก BOJ อาจไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้มากเท่า Fed และ ECB และเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลกลับเข้าเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven)<br /><br />&bull; การส่งออกไทยไปญี่ปุ่นในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2019 หดตัว 0.8%YOY นำโดยการหดตัวในสินค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี สินค้าไทยยังได้สิทธิพิเศษภายใต้ข้อตกลงการค้า JTEPA<sup>3</sup> และ AJCEP<sup>4</sup> ซึ่งครอบคลุมสินค้าเกือบทั้งหมดที่เคยได้สิทธิ์ใน GSP ของญี่ปุ่น<br /><br />&bull; จากข้อมูลขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) เม็ดเงินลงทุนสุทธิจากญี่ปุ่นเข้ามาในไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 อยู่ที่ราว 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับอดีต ปัจจัยสนับสนุนการลงทุนจากญี่ปุ่นในระยะต่อไปจะมาภาคเอกชนญี่ปุ่นที่มีแผนย้ายฐานการผลิตบางส่วนเข้ามาที่ไทยเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบของสงครามการค้า เช่น บริษัท Sharp RICOH และ Sony ที่มีแผนกระจายสายการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางส่วนเข้ามาในไทย<br /><br />3 ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan&ndash;Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA)<br />4 ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น (ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership: AJCEP)<br /><br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/kk/l8/fgp9kkl8c9/Outlook_Q4_2019_JP.jpg" alt="Outlook_Q4_2019_JP.jpg" width="2494" height="3579" /><br /><br /><br /><img id="__mce_tmp" /><br /><img id="__mce_tmp" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ภาคการส่งออกหดตัวต่อเนื่องและ ภาคครัวเรือนมีแนวโน้มชะลอหลังการขึ้นภาษี</description>
					<enclosure length="3206" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/hx/8h/fgp9hx8h2g/iStock-177416440.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 08 Oct 2019 13:47:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เศรษฐกิจญี่ปุ่น: ส่งสัญญาณชะลอตัว แต่ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/5077</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/5077</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5077">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5655"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></a></span></p>
<p>&nbsp;<br /><strong>เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 หดตัวลง -1.2%QOQ SAAR</strong> จากภัยธรรมชาติในระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน ส่งผลให้การส่งออกและการบริโภคภาคครัวเรือนหดตัวลง -7.1%QOQ SAAR และ -0.5%QOQ SAAR ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ภัยธรรมชาติน่าจะส่งผลลบเพียงชั่วคราว เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวในไตรมาสที่ 4 ส่งผลให้ทั้งปี 2018 เติบโต 1.1%YOY<br /><br /><strong>ปัจจัยภายในประเทศจะเป็นแรงสนับสนุนหลักของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปี 2019</strong> โดยเฉพาะจากการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องตามผลกำไรบริษัทที่เติบโตได้ดี โดยเฉพาะการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อทดแทนแรงงานที่กำลังขาดแคลน ในขณะเดียวกัน การปรับขึ้นภาษีบริโภคในเดือนตุลาคม 2019&nbsp;น่าจะเร่งการบริโภคภาคครัวเรือนในช่วงก่อนหน้าการปรับขึ้นภาษี ก่อนจะหดตัวลงในช่วงไตรมาสสุดท้าย (อ่านเพิ่มเติมที่ Box: ญี่ปุ่นกับการปรับขึ้นภาษีการบริโภคปี 2019) ทั้งนี้ อีไอซีคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นน่าจะเติบโตราว 1%YOY ในปี 2019 ชะลอลงจากปีก่อน เนื่องจากภาคการส่งออกเติบโตลดลงตามอุปสงค์โลก โดยเฉพาะจากอุปสงค์จีนที่คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตชะลอลงในปีนี้<br /><br /><strong>ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่องในปีนี้</strong> BOJ ได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานจนถึงปีงบประมาณ 2020 ไปอยู่ที่ระดับ 1.5% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% ส่งสัญญาณว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2021 อย่างไรก็ดี การดำเนินนโยบายการเงินของ BOJ เริ่มมีทิศทางผ่อนคลายลดลงจากความกังวลว่านโยบายปัจจุบันจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงิน โดย BOJ ทยอยลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ลง และขยายกรอบการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ทั้งนี้ อีไอซีมองว่า BOJ จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแนวทางนโยบายการเงินอย่างมีนัยสำคัญในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะในช่วงก่อนการปรับขึ้นภาษีบริโภคเดือนตุลาคม ปี 2019<br /><br /><strong>ความเสี่ยงของเศรษฐกิจญี่ปุ่นมาจากการชะลอตัวของอุปสงค์โลกและความท้าทายในตลาดแรงงาน</strong> IMF คาดการณ์ว่าสงครามการค้าจะส่งผลให้ปริมาณการค้าโลกจะเติบโตลดลงจาก 4.2% ในปี 2018 เป็น 4% ในปี 2019 การค้าโลกที่ชะลอตัวลงจะส่งผลลบต่อภาคส่งออกซึ่งเป็นแรงส่งหลักของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน ภาวะขาดแคลนแรงงานในประเทศ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอาจส่งผลถึงการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะต่อไปโดยอัตราการว่างงานของญี่ปุ่นอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงเตรียมอนุมัติกฎหมายเปิดรับแรงงานต่างชาติมากขึ้นในบางอุตสาหกรรม เช่น การก่อสร้าง การเกษตร และการโรงแรม เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานโดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2019 <br /><br /><strong>นัยต่อเศรษฐกิจไทย<br /><br /></strong></p>
<p>ณ วันที่ 27 ธันวาคม 2018 เงินเยนแข็งค่าขึ้น 1.5%YTD เทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับปี 2019 เงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีทิศทางอ่อนค่าลง นอกจากนี้ หากสงครามการค้าทวีความรุนแรงขึ้นก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เงินเยนแข็งค่า เนื่องจากตลาดยังมองเงินเยนเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย<br /><br />การส่งออกไทยไปญี่ปุ่นขยายตัว 10%YOY ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2018 กรมการค้าระหว่างประเทศรายงานว่าผู้ส่งออกไทยเริ่มหันมาใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรีกับญี่ปุ่นมากขึ้นทั้ง JTEPA2 และ AJCEP3 อย่างไรก็ดี การส่งออกไทยไปญี่ปุ่นในปี 2019 อาจเริ่มเติบโตชะลอลงตามทิศทางการค้าโลก<br /><br />แม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง แต่การลงทุนจากของญี่ปุ่นมาในไทยจะยังขยายตัวต่อเนื่องตามผลกำไรบริษัทญี่ปุ่นที่มีทิศทางการเติบโตดี รวมถึงโครงการลงทุนร่วมกันระหว่างภาคเอกชนจีนและญี่ปุ่นใน EEC ในด้านโครงสร้างพิ้นฐานและการวิจัยพัฒนา โดยการลงทุนทางตรงจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 29.3%YOY ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2018<br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/mi/fd/f8dgmifd9n/Infographic_JP_Q12019.jpg" alt="Infographic_JP_Q12019.jpg" width="200" height="278" /></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 หดตัวลง -1.2%QOQ SAAR </description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/m8/jt/f5rqm8jt7m/ThinkstockPhotos-587542402-%281%29.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 09 Jan 2019 15:31:00 +0700</pubDate>
				</item></channel></rss>