<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><atom:link href="https://www.scbeic.com/th/rss/product/1541787455044" rel="self" type="application/rss+xml"/><title>EIC RSS Outlook:Bull-Bear</title><link>https://www.scbeic.com/th/home</link><description>RSS For Outlook:Bull-Bear</description><copyright>Copyright 2015 The Siam Commercial Bank Public Company Limited. All rights reserved.</copyright><language>th</language><pubDate>Sat, 11 Apr 2026 15:28:10 +0700</pubDate><ttl>8</ttl>
				<item>
					<title>BULL-BEAR: ราคาน้ำมัน (ไตรมาส 1/2021)</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7465</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7465</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7465">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2021&nbsp;<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7434"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" width="95%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#C9B6E0" width="305">
<p>ราคาน้ำมัน&nbsp;<br /> (USD/บาร์เรล)</p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="5" bgcolor="#C9B6E0">
<p><strong>2020</strong></p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="6" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2021F</strong></td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#D4D4D4">(ค่าเฉลี่ย)&nbsp;</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย*</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">ช่วงราคา**</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p>ราคาน้ำมันดิบ WTI</p>
</td>
<td style="text-align: center;">46</td>
<td style="text-align: center;">28</td>
<td style="text-align: center;">41</td>
<td style="text-align: center;">43</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">39</td>
<td style="text-align: center;">57</td>
<td style="text-align: center;">57</td>
<td style="text-align: center;">58</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">58</td>
<td style="text-align: center;"><strong>54-61</strong></td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาน้ำมันดิบ Brent</td>
<td style="text-align: center;">51</td>
<td style="text-align: center;">32</td>
<td style="text-align: center;">43</td>
<td style="text-align: center;">45</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">43</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="text-align: center;">60</td>
<td style="text-align: center;">62</td>
<td style="text-align: center;">64</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">61</td>
<td style="text-align: center;"><strong>57-64</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><br />*ประมาณการราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่อปี กรณีฐาน โดย EIC<br />**ช่วงราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2021 กรณีฐาน ประมาณการโดย Leading global houses 4 ราย (ณ 17 ก.พ. 2021)</p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 100%; background-color: #9162d9;" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>EIC&rsquo;s view: Bulls<br /></strong></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">ราคาน้ำมันดิบอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ราคาน้ำมันดิบสามารถปรับระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน โดยกลับมาเท่ากับราคาช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 แล้ว ที่ระดับ 63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล </span><span style="color: #ffffff;">(เพิ่มขึ้น 24% เทียบกับราคา ณ วันที่ 1 มกราคม 2021) EIC มองว่าในไตรมาส 1 ปี 2021 ตลาดน้ำมันมีปัจจัยบวกมากกว่าปัจจัยลบ โดยการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเดินทาง การขนส่งสินค้าที่เติบโตสูงขึ้นหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย ทั้งนี้จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปี 2020 อีกทั้งประเทศต่าง ๆ ได้ทยอยฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ทำให้มีความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวเร็วขึ้น นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลก จะช่วยเยียวยาภาคธุรกิจ และครัวเรือนให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อความต้องการใช้น้ำมัน</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">ในขณะที่ฝั่งอุปทานน้ำมันมีแนวโน้มหดตัว โดยกลุ่ม OPEC+ ยังคงร่วมมือกันลดปริมาณการผลิตน้ำมันรวม 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ว่า OPEC+ จะค่อย ๆ ผ่อนคลายการลดปริมาณการผลิตมาตั้งแต่ปลายปี 2020 แต่ซาอุฯ ยอมลดปริมาณการผลิตโดยสมัครใจเพิ่มอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถึงเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ การผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการตัดงบลงทุนของบริษัทน้ำมันในสหรัฐฯ จากสถานการณ์ราคาน้ำมันตกต่ำเมื่อปี 2020 อีกทั้งสภาพอากาศที่หนาวจัดในช่วงต้นปี 2021 ทำให้หลุมขุดเจาะน้ำมันบางแห่งต้องปิดตัวลง เพราะน้ำที่ได้ออกมากับน้ำมันจะกลายเป็นน้ำแข็งเกาะและเป็นอันตรายต่อเครื่องจักร ส่งผลให้โดยรวมแล้วในไตรมาส 1 นี้ ตลาดน้ำมันโลกมีอุปสงค์มากกว่าอุปทานอยู่ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับระดับสูงขึ้นได้</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตากลุ่ม OPEC+ เรื่องข้อตกลงการลดปริมาณการผลิตว่าจะยังดำเนินต่อไปหรือไม่ ซึ่งหลายประเทศ เช่น รัสเซีย มีความต้องการที่จะเพิ่มการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดของตัวเอง นอกจากนี้ การแพร่ระบาดระลอกใหม่ การกลายพันธุ์ของเชื้อ COVID-19 และความไม่แน่นอนของประสิทธิภาพวัคซีน COVID-19 จะเป็น </span><span style="color: #ffffff;">downside risk ให้กับราคาน้ำมัน </span><br /><br /></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="50%">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7"><strong>BULLs</strong></td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff"><strong>BEARs</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7">
<ul>
<li>
<p><strong>ในไตรมาส 1 ปี 2021 ตลาดน้ำมันมีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน จากการฟื้นตัวของความต้องการน้ำมันทั่วโลก จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อราคาน้ำมันดิบ</strong> อุปสงค์น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2021 โดยสำนักสารสนเทศด้านพลังงาน หรือ EIA1 คาดการณ์ว่าในไตรมาส 1 นี้ อุปสงค์น้ำมันโลกจะขยายตัว 0.5%YOY มาอยู่ที่ราว 95.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในขณะที่อุปทานน้ำมันโลกจะหดตัวที่ -7%YOY มาอยู่ที่ระดับ 93.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ตลาดน้ำมันในไตรมาส 1 นี้ เกิดการขาดแคลนอุปทานน้ำมัน (deficit) โดยมีอุปทานน้อยกว่าอุปสงค์อยู่ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2021<br /><br /></p>
</li>
<li>
<p><strong>ซาอุดีอาระเบียลดปริมาณการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถึงเดือนเมษายน 2021 เพื่อลดจำนวนปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่สะสมเพิ่มขึ้นมาในช่วงการระบาดของ COVID-19</strong> ซาอุฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในกลุ่ม OPEC มีแผนลดการผลิตน้ำมันลงเหลือที่ระดับ 8.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากโควต้าการผลิตที่ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน <br />เริ่มกุมภาพันธ์&ndash;เมษายนนี้ ซึ่งเป็นการลดปริมาณการผลิตน้ำมันเพิ่มเติมจากข้อตกลงของ<br />กลุ่ม OPEC และพันธมิตร (OPEC+) ที่จะลดปริมาณการผลิตน้ำมันรวม 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (7% ของอุปทานน้ำมันโลก) <br /><br /></p>
</li>
<li>
<p><strong>ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มหดตัวจากการตัดงบลงทุนของบริษัทน้ำมันในปีก่อนหน้า และสภาพอากาศที่หนาวเย็นเฉียบพลัน ในขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการน้ำมัน</strong> <br />EIA ประเมินปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในไตรมาส 1 ปี 2021 จะหดตัวถึง -14%YOY มาอยู่ที่ 10.98 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ในช่วงที่เหลือของปีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจะค่อยๆ ฟื้นตัว โดยเฉลี่ยทั้งปี 2021 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จะอยู่ที่ระดับ 11.02 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือหดตัว -3%YOY ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการตัดงบลงทุนของบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ ในปี 2020 ที่ราคาน้ำมันตกต่ำรุนแรงจาก COVID-19 นอกจากนี้ สภาพอากาศที่หนาวเย็นเฉียบพลันทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ทำให้หลุมขุดเจาะบางแห่งต้องปิดตัว ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตน้ำมันราว 0.5-2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน สำหรับด้านอุปสงค์น้ำมันของสหรัฐฯ ได้แรงสนับสนุนจากความคาดหวังในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มการจ้างงานในสหรัฐฯ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน หนุนความต้องการใช้น้ำมันให้ฟื้นตัวขึ้น</p>
</li>
</ul>
</td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff">
<ul>
<li>
<p><strong>ปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศ OECD ยังอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด </strong><br /><strong>COVID-19 จะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน</strong> การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงอย่างรุนแรงในปี 2020 ส่งผลให้เกิดการสะสมของปริมาณน้ำมันคงคลังมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง EIA คาดการณ์ว่าในไตรมาส 1 ปี 2021 จำนวนน้ำมันคงคลังของกลุ่ม <br />OECD จะอยู่ที่ระดับ 2,984 ล้านบาร์เรล หรือมีการเติบโตที่ 2.4%YOY สำหรับปริมาณเฉลี่ยทั้งปี 2021 คาดว่าจะอยู่ที่ 2,972 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปี 2019 ที่มีปริมาณน้ำมันคงคลังที่ 2,900 ล้านบาร์เรล <br /><br /></p>
</li>
<li>
<p><strong>อุตสาหกรรมการบินยังซบเซา การเดินทางท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเป็นปกติ ส่งผลให้การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันอากาศยานยังค่อนข้างจำกัด</strong> ประเทศต่าง ๆ ยังมีกฎระเบียบเรื่องการเดินทางเข้าประเทศ เช่น ต้องแสดงเอกสารผลการตรวจเชื้อ COVID-19 ต้องกักตัวตามระยะเวลาที่กำหนด ประชาชนยังคงเดินทางเฉพาะที่จำเป็น ส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เท่ากับช่วงก่อนเกิด COVID-19 ทั้งนี้ ICAO ประเมินจำนวนผู้โดยสารของสายการบินทั่วโลก ในไตรมาส 1 นี้ เทียบกับจำนวนในปี 2019 (ก่อนเกิด COVID-19) จะยังลดลงราว 665-685 ล้านคน (หดตัวในช่วง -64.6% ถึง -66.5%) เป็นปัจจัยกดดันต่อความต้องการใช้น้ำมันอากาศยาน</p>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ในไตรมาส 1 ปี 2021 ตลาดน้ำมันมีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน จากการฟื้นตัวของความต้องการน้ำมันทั่วโลก จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อราคาน้ำมันดิบ</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/a4/hk/fwuba4hkzv/491916815.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 18 Mar 2021 14:00:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>BULL-BEAR: ราคาน้ำมัน (ไตรมาส 4/2020)</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7276</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7276</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7276">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 4/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7249"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม</strong><strong>&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" width="95%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#C9B6E0" width="305">
<p>ราคาน้ำมัน&nbsp;<br /> (USD/บาร์เรล)</p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="5" bgcolor="#C9B6E0">
<p><strong>2019</strong></p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="6" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2020F</strong></td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2021F</strong></td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#D4D4D4">(ค่าเฉลี่ย)&nbsp;</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย*</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">ช่วงราคา**</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย**</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p>ราคาน้ำมันดิบ WTI</p>
</td>
<td style="text-align: center;">55</td>
<td style="text-align: center;">60</td>
<td style="text-align: center;">56</td>
<td style="text-align: center;">57</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">57</td>
<td style="text-align: center;">46</td>
<td style="text-align: center;">28</td>
<td style="text-align: center;">41</td>
<td style="text-align: center;">42</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">39</td>
<td style="text-align: center;">38-40</td>
<td style="text-align: center;">48</td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาน้ำมันดิบ Brent</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="text-align: center;">62</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">64</td>
<td style="text-align: center;">51</td>
<td style="text-align: center;">32</td>
<td style="text-align: center;">43</td>
<td style="text-align: center;">44</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">42</td>
<td style="text-align: center;">41-43</td>
<td style="text-align: center;">50</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><br />*ประมาณการราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่อปี กรณีฐาน โดย EIC<br />**ช่วงราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2020 และราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2021 กรณีฐาน ประมาณการโดย Leading global houses 4 ราย (ณ 16 พ.ย. 2020)<br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 100%; background-color: #9162d9;" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>EIC&rsquo;s view: Bulls<br /></strong></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>EIC มองว่าราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 4 ปี 2020 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับไตรมาส 3 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน และข่าวดีเรื่องวัคซีน COVID-19</strong> โดยในไตรมาส 4 จะมีความต้องการน้ำมันสูงขึ้นตามฤดูกาลเพื่อทำความร้อนซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาว อีกทั้งเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว ซึ่ง IMF ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2020 ดีขึ้นจาก -5.2% (คาดการณ์เดือนมิถุนายน 2020) เป็น -4.4% (คาดการณ์เดือนตุลาคม 2020) นอกจากนี้ ผลสำเร็จของการพัฒนาวัคซีนป้องกัน COVID-19 จะเป็น upside ให้กับอุปสงค์และราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันถูกจำกัดจากปัจจัยของจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และหลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรปได้ออกมาตรการ lockdown รอบที่สอง รวมถึงจำกัดการเดินทาง จะส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันอาจน้อยกว่าที่คาด </span><br /> <br /><span style="color: #ffffff;"><strong>สำหรับราคาน้ำมันดิบในปี 2021 EIC มองว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นจากปี 2020 โดยได้ปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก</strong> โดย IMF ประเมินว่าในปี 2021 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัว 5.2% (คาดการณ์เดือนตุลาคม 2020) และสมมติฐานความสำเร็จของการพัฒนาวัคซีน COVID-19 ที่นำมาฉีดให้กับประชากรในประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้มีความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้า และการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่ขยายตัวสูงขึ้นตามลำดับ ในขณะที่อุปทานน้ำมันโลกในปี 2021 แม้จะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 98.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณดังกล่าวยังน้อยกว่าอุปสงค์โลกที่ 98.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย OPEC+ ยังคงทำการลดปริมาณการผลิตขนาด 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มเดือนมกราคมปี 2021 ในส่วนของลิเบียที่ได้เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันหลังสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลง EIC มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อราคาน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปริมาณการผลิตของลิเบียที่เพิ่มขึ้นไม่น่าจะทำให้ตลาดน้ำมันกลับมามีอุปทานส่วนเกินในปี 2021 นี้ </span></p>
<p><br /><br /></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="50%">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7"><strong>BULLs</strong></td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff"><strong>BEARs</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7">
<ul>
<li>
<p><strong>อุปสงค์น้ำมันโลกฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปี 2020 ต่อเนื่องถึงปี 2021 ทำให้ตลาดน้ำมันมีอุปสงค์มากกว่าอุปทานน้ำมัน (deficit) จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อราคาน้ำมันดิบ</strong> จากวิกฤติ COVID-19 ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020 ตลาดน้ำมันมีอุปทานส่วนเกินมากถึง 6.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2020 อุปสงค์น้ำมันค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเดินทาง การขนส่ง รวมถึงความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อนในช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ EIA ประเมินอุปสงค์น้ำมันในไตรมาส 4 ปี 2020 ขยายตัวสูงขึ้น 2.8%QOQ มาอยู่ที่ 96.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในขณะที่อุปทานน้ำมันขยายตัว 2.8%QOQ มาอยู่ที่ 93.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือมีอุปสงค์มากกว่าอุปทานราว 3.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน สำหรับตลาดน้ำมันในปี 2021 EIA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น 6.3%YOY มาอยู่ที่ 98.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนอุปทานน้ำมันขยายตัวเพียง 4.2%YOY มาอยู่ที่ 98.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือมีอุปสงค์มากกว่าอุปทานราว 4.2 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณอุปสงค์และอุปทานดังกล่าวยังน้อยกว่าปริมาณในปี 2019 ก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 ที่มีระดับมากกว่า 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน<br /><br /></p>
</li>
<li>
<p><strong>สมาชิกกลุ่ม OPEC ร่วมมือกันลดปริมาณการผลิตน้ำมันได้ตามเป้าหมาย และมีแผนลดปริมาณการผลิตไปจนถึงปี 2021</strong> โดยข้อมูลในเดือนกันยายน 2020 Compliance rate ของกลุ่ม OPEC อยู่ที่ 101% โดยมีปริมาณการผลิตน้ำมันรวม 21.78 ล้านบาร์เรลต่อวัน น้อยกว่าโควตาการผลิตที่ตกลงกันไว้ที่ 21.82 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ไม่รวมอิหร่าน ลิเบีย และเวเนซุเอลา ที่ได้รับการยกเว้นในข้อตกลง) นอกจากนี้ OPEC และพันธมิตรนำโดยรัสเซีย (OPEC+) ร่วมมือกันลดปริมาณการผลิตขนาด 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน (คิดเป็น 8% ของอุปทานน้ำมันโลก) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2020 และล่าสุดที่ประชุมของกลุ่ม OPEC+ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2020 ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะลดการผลิตน้ำมันขนาด 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มเดือนมกราคม ปี 2021 เพื่อปรับสมดุลตลาดน้ำมันโลก</p>
</li>
</ul>
</td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff">
<ul>
<li>
<p><strong> การ lockdown รอบ 2 ของหลายประเทศ เป็นปัจจัยกดดันต่อการฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมัน</strong> จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2020 มีจำนวนมากถึง 5-6 แสนคนต่อวัน ทำให้หลายประเทศออกมาตรการ lockdown รอบที่ 2 หรือจำกัดการเดินทาง เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเช็ก กดดันการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลก เช่น OPEC ปรับลดปริมาณอุปสงค์น้ำมันโลกในไตรมาส 4 ปี 2020 จาก 94.9 เป็น 93.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน สำหรับ EIA ปรับลดตัวเลขดังกล่าวจาก 97.1 เป็น 96.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน1<br /> </p>
</li>
<li>
<p><strong>สถานการณ์การเมืองในลิเบียเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันในลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</strong> รัฐบาลของลิเบียที่สหประชาชาติรองรับ (Government of National Accord: GNA) และกองทัพแห่งชาติลิเบีย (Libya National Army: LNA) ทำข้อตกลงหยุดยิง และยกเลิกการปิดล้อมแหล่งผลิตและท่าเรือส่งออกน้ำมันเมื่อเดือนกันยายน 2020 ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันของลิเบียเพิ่มขึ้นจาก 1 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน 2020 เป็น 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2020 นับเป็นการฟื้นตัวของการผลิตน้ำมันที่กลับมาค่อนข้างรวดเร็ว ทั้งนี้ลิเบียวางเป้าการผลิตน้ำมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงต้นปี 2021 คิดเป็นสัดส่วนราว 1% ของอุปทานน้ำมันโลก </p>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>EIC มองว่าราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 4 ปี 2020 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับไตรมาส 3 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/io/rq/fu0riorqwo/491916815.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 16 Dec 2020 11:29:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>สหรัฐฯ อิหร่าน ความขัดแย้งปะทุ ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร?</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6566</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6566</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6566">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6548"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม</strong><strong>&nbsp;</strong></span></a></p>
<p><strong>&nbsp;<br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/n0/ku/fjvzn0kui8/iStock-1141612612.jpg" alt="iStock-1141612612.jpg" width="3864" height="2576" /><br /><br /></strong></p>
<p><span style="color: #4b2885;"><strong>ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาปะทุ ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน</strong></span> หลังสหรัฐฯ สังหารนายพล คาเซ็ม ซุรีมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษของอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดอันดั<span style="color: #000000;">บที่ 2 รองจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เ</span>มื่อวันที่ 3 มกราคม 2020 ที่สนามบินนานาชาติกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ตามคำสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันแผนการโจมตีพลเมืองและกองทัพสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นทันทีเกือบ 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สู่ระดับ 69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (4%DOD) <br /><br />อิหร่านออกมาประณามการสังหารครั้งนี้และประกาศจะตอบโต้กลับสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยในวันที่ 8 มกราคม 2020 อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในอิรัก แต่ไม่มีพลเมืองและทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และไม่ทำให้โรงงานน้ำมันเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากได้แจ้งให้ฝ่ายอิรักทราบล่วงหน้าก่อนโจมตี โดยอิหร่านอ้างว่าเป็นมาตรการเพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ได้ต้องการก่อสงครามแต่อย่างใด ภายหลังทางฝ่ายทรัมป์จึงออกแถลงการณ์ไม่ยกระดับการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ส่งผลให้ความตึงเครียดผ่อนคลายลง ราคาน้ำมันจึงค่อยๆ ปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 65-66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ใกล้เคียงกับราคาก่อนวันเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารนายพลคาเซ็ม<br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>เหตุการณ์ลอบสังหารนายพลคาเซ็ม ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นเกือบ 3 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็น price shock ที่ไม่รุนแรงมากนัก เนื่องมาจาก 3 ปัจจัยหลัก</strong></span> <strong>1) อุปทานน้ำมันไม่ถูกกระทบ</strong> ต่างจากเหตุการณ์โรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบียที่ถูกโดรนโจมตีจากอิหร่าน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2019 ทำให้อุปทานน้ำมันดิบหายไป 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีเกือบ 9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในวันรุ่งขึ้น <strong>2) ราคาน้ำมันได้ปรับขึ้นแล้วบางส่วน (price in) เนื่องจากปัจจัยด้าน Geo-political risk premium</strong> ความไม่สงบในอิรัก ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมทั้งการคว่ำบาตรเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดน้ำมันได้ price in เข้าไปในราคาน้ำมันแล้ว <strong>3) OPEC ยังมี spare capacity ในการผลิตน้ำมัน</strong> OPEC และพันธมิตร (OPEC+) มีมติลดปริมาณการผลิตน้ำมันเพิ่มเติมจาก 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหากอุปทานน้ำมันเกิด supply shock จากการสู้รบ OPEC+ ยังมีความสามารถในการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันได้อีกกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวันเทียบกับกำลังการผลิตที่มีอยู่ อีกทั้งสหรัฐฯ อาจปล่อย strategic petroleum reserve ออกมาเพื่อบรรเทาการตึงตัวของอุปทานน้ำมัน <br /><br /><span style="color: #4b2885;"><strong>อีไอซีประเมินราคาน้ำมันในไตรมาส 1 ปี 2020 ภายใต้ 3 เหตุการณ์ (scenarios)</strong> </span>จากความไม่แน่นอนทางการเมืองในตะวันออกกลางทำให้เกิด risk premium ในราคาน้ำมัน ซึ่งอีไอซีคาดการณ์ 3 เหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้และคาดว่าจะจบได้ในช่วงไตรมาส 1 นี้ เนื่องจากสหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน 2020 ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่น่าจะต้องการให้ความขัดแย้งยืดเยื้อไปถึงไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีการรณรงค์หาเสียงจากทั้งฝั่งของ พรรค Republican และพรรค Democrat โดย 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ได้แก่ 1) base case: ไม่เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน 2) high case: เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน 3) severe case: เกิดการสู้รบจนปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งประเมินราคาน้ำมันในแต่ละเหตุการณ์ภายใต้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของสมดุลอุปสงค์และอุปทานน้ำมัน<br /><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/j9/yf/fjvzj9yfjq/Outlook_Q1_2020_44.jpg" alt="Outlook_Q1_2020_44.jpg" width="1761" height="583" /><br /><br /><strong>1) Base case:</strong> ไม่เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน อีไอซีมองว่าเป็นกรณีฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในช่วงไตรมาส 1 นี้ เนื่องจากทรัมป์ตัดสินใจไม่ใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้อิหร่านที่ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ แต่จะใช้วิธีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแทน รวมทั้งปีนี้จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าทรัมป์ไม่น่าจะใช้ความรุนแรงเพื่อให้คะแนนนิยมตัวเองหายไป เนื่องจากพลเมืองสหรัฐฯ ส่วนใหญ่กลัวการก่อการร้าย (ข้อมูลจาก ABC News/Ipsos Poll) สำหรับอิหร่านเองก็ออกมาแถลงการณ์ว่าที่ยิงขีปนาวุธตอบโต้สหรัฐฯ หลังเหตุการณ์สังหารนายพลคาเซ็ม เป็นมาตรการป้องกันตัวเอง ไม่ได้ต้องการก่อสงครามแต่อย่างใด ดังนั้นในกรณีนี้ ผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานน้ำมันน่าจะมีค่อนข้างจำกัด อีไอซีประเมินว่าราคาน้ำมันในไตรมาส 1 ปี 2020 จะอยู่ที่ระดับ 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันทั้งปี 2020 อยู่ที่ระดับ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล<br /><br /><strong>2) High case:</strong> เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทั้งนี้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป โดยวันที่ 10 มกราคม 2020 สหรัฐฯได้ออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่านนอกเหนือจากอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยอ้างว่าเพื่อหยุดยั้งการสนับสนุนการก่อการร้ายที่เป็นภัยคุกคามทั่วโลก ซึ่งการคว่ำบาตรนี้จะกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง การผลิต และเหมืองแร่ของอิหร่าน อีกทั้งอิหร่านออกมาสารภาพว่าได้ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกใกล้กรุงเตหะรานโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะคิดว่าเป็นเครื่องบินของฝ่ายศัตรู ทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตรวม 176 ศพ ส่งผลให้มีผู้ประท้วงผู้นำอิหร่านเป็นจำนวนมาก หากความขัดแย้งยืดเยื้อนำไปสู่การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน คาดว่าแหล่งน้ำมันในอิรักทางตอนใต้จะโดนมุ่งเป้าโจมตีเพราะมีบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ และพันธมิตรดำเนินการอยู่ เช่น Exxon, BP และ Shell ซึ่งจะทำให้อุปทานน้ำมันหายไปราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนอุปสงค์น้ำมันคาดว่าไม่ถูกกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นถึง 71 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในไตรมาส 1 ปี 2020 และราคาน้ำมันทั้งปี 2020 อยู่ที่ระดับ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล<br /><br /><strong>3) Severe case:</strong> สถานการณ์การสู้รบรุนแรงจนถึงขั้นปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญของเรือขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกที่ปริมาณ 15-20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปัจจุบันมีกองทัพสหรัฐฯ และอังกฤษประจำการอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางก่อตัวเป็นสงครามจนต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซ คาดว่าปริมาณน้ำมัน 8-10 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะถูกเปลี่ยนเส้นทางขนส่งไปยังท่อ East-West pipeline ของซาอุดีอาระเบีย และ Habshan-Fujairah pipeline ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อส่งออกไปยัง Red sea และ Gulf of Oman แทนตามลำดับ ดังนั้นอุปทานน้ำมันราว 10 ล้านบาร์เรลต่อวันจะไม่สามารถส่งออกได้ บวกกับอุปทานน้ำมัน 4 ล้านบาร์เรลต่อวันที่หายไปจากการโจมตีแหล่งน้ำมัน รวม supply shock ทั้งสิ้น 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 1 พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนี้จะกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันให้มีความต้องการลดลงคาดว่าจะเหลือราว 101 ล้านบาร์เรลต่อวัน (-1%QOQ) โดยรวมแล้วอีไอซีประเมินว่าราคาน้ำมันจะแตะระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลโดยเฉลี่ย ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันทั้งปี 2020 อยู่ที่ระดับ 78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล<br /><br />ยังคงต้องจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อไป รวมถึงแถลงการณ์ของทรัมป์กรณีความขัดแย้งกับอิหร่านว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมาตรการทางทหารหรือการคว่ำบาตรอย่างไร ซึ่งจะส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 1 นี้</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาปะทุ ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน หลังสหรัฐฯ สังหาร
นายพล คาเซ็ม ซุรีมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษของอิหร่าน </description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/op/p5/fjvzopp56g/iStock-1141612612.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 20 Jan 2020 14:54:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>BULL-BEAR: ราคาน้ำมัน (ไตรมาส 1/2020)</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6565</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6565</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6565">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2020<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6548"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม</strong><strong>&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" width="95%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#C9B6E0" width="305">
<p>ราคาน้ำมัน&nbsp;<br /> (USD/บาร์เรล)</p>
</td>
<td bgcolor="#C9B6E0" width="305">
<p style="text-align: center;">2018</p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="5" bgcolor="#C9B6E0">
<p><strong>2019</strong></p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="6" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2020F</strong></td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#D4D4D4">(ค่าเฉลี่ย)&nbsp;</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย*</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">ช่วงราคา**</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p>ราคาน้ำมันดิบ WTI</p>
</td>
<td style="background-color: #e8e0ff;">
<p style="text-align: center;">65</p>
</td>
<td style="text-align: center;">55</td>
<td style="text-align: center;">60</td>
<td style="text-align: center;">56</td>
<td style="text-align: center;">57</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">57</td>
<td style="text-align: center;">61</td>
<td style="text-align: center;">60</td>
<td style="text-align: center;">60</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">60</td>
<td style="text-align: center;">55-62</td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาน้ำมันดิบ Brent</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">71</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="text-align: center;">62</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">64</td>
<td style="text-align: center;">66</td>
<td style="text-align: center;">65</td>
<td style="text-align: center;">65</td>
<td style="text-align: center;">64</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">65</td>
<td style="text-align: center;">61-68</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><br />&nbsp;ประมาณการราคาน้ำมันดิบโดย EIC<br />**ช่วงราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่อปี กรณีฐาน ซึ่งประมาณการโดย Leading global houses 5 ราย (ณ 9 มกราคม 2020)<br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 100%; background-color: #9162d9;" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>EIC&rsquo;s view: Bulls<br /></strong></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 1 ปี 2020 มีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานในใตรมาสที่ 1 นี้ ตลาดน้ำมันโลกยังมีอุปทานส่วนเกินอยู่ราว 3.2 หมื่นล้านบาร์เรลต่อวัน&nbsp;</span><span style="color: #ffffff;">โดยอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นหลักๆ มาจากการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม Non-OPEC โดยเฉพาะผู้ผลิตน้ำมันจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่อุปทานส่วนเกินดังกล่าวถือได้ว่าเป็นปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2019 ที่มีอุปทานส่วนเกินถึง 6 แสนบาร์เรลต่อวัน ดังนั้น หากไม่มีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2020 ราคาน้ำมันควรจะลดลงหรือทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่สหรัฐฯ สังหารนายพล คาเซ็ม ซูลีมานี เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2020 ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้น</span><span style="color: #ffffff;">ทันที 4% จาก 66.6 เป็น 69 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (เทียบกับวันก่อนหน้า) แล้วค่อยๆ ปรับลดลงมาหลังสถานการณ์</span><span style="color: #ffffff;">ผ่อนคลายลงเมื่อทรัมป์ประกาศจะไม่ตอบโต้อิหร่านที่ใช้ขีปนาวุธยิงฐานทัพสหรัฐฯ ที่อิรัก ในวันที่ 8 มกราคม ซึ่งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงเป็นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้เกิด risk premium ในราคาน้ำมันหนุนให้ราคายังคงอยู่ในระดับสูง อีไอซีจึงประเมินว่าราคาน้ำมันในไตรมาส 1 ปี 2020 จะปรับระดับสูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 66 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยเฉลี่ย (6.5% QoQ) แล้วค่อยๆ ปรับลดลงมาในช่วงครึ่งปีหลังตามลำดับ </span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">สำหรับราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยทั้งปี 2020 มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 64 มาอยู่ที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล </span><span style="color: #ffffff;">เทียบกับปีก่อนหน้า โดยราคาน้ำมันช่วงต้นปีอยู่ในระดับสูงจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ได้กล่าวมา และจากการที่กลุ่ม OPEC และพันธมิตร ลดปริมาณการผลิตเพิ่มเติมจาก 1.2 เป็น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงอุปสงค์น้ำมันของโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2020 คาดว่าราคาน้ำมันดิบค่อยๆ ปรับลดลง จากสถานการณ์</span><span style="color: #ffffff;">ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่น่าจะผ่อนคลายลงมากกว่าในช่วงต้นปี ในขณะที่ตลาดน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 2020 </span><span style="color: #ffffff;">ยังมีอุปทานส่วนเกินราว 1.4 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าปีก่อนหน้า จึงเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันไม่ให้</span><span style="color: #ffffff;">เพิ่มสูงขึ้นได้มาก</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">อีไอซีมองว่าตลาดน้ำมันยังมีความเสี่ยงด้านบวก ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หากยืดเยื้อและเกิดความรุนแรงจนถึงขั้นปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ราคาน้ำมันทะยานสูงขึ้นได้อีก รวมทั้ง OPEC อาจขยายเวลาการลดปริมาณการผลิตน้ำมันต่อไปอีกจากเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันลดลง สำหรับความเสี่ยงด้านลบยังค่อนข้างน้อย ซึ่งแม้สหรัฐฯ </span><span style="color: #ffffff;">จะเพิ่มการขุดเจาะปริมาณ shale oil แต่แนวโน้มการขยายตัวเป็นไปในทิศทางชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับ 5 ปีย้อนหลัง</span> </p>
<p><br /><br /></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="50%">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7"><strong>BULLs</strong></td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff"><strong>BEARs</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7">
<ul>
<li>
<p><strong>OPEC ลดปริมาณการผลิตเพิ่มมากขึ้นอีกจาก 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน</strong> จากการประชุมของกลุ่ม OPEC และพันธมิตรนำโดยรัสเซีย เมื่อวันที่ 5-6 ธันวาคม 2019 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย มีมติลดปริมาณการผลิตน้ำมันเพิ่มเติมจาก 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มเดือน มกราคม - มีนาคม 2020 <br />โดยกลุ่ม OPEC และพันธมิตรตกลงจะลดปริมาณการผลิตรวมเท่ากับ 1.2 และ 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ ลดเพิ่มจากระดับเดิมที่ 0.8 และ 0.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ เพื่อทำให้ปริมาณอุปสงค์และอุปทานน้ำมันในตลาดโลกเข้าใกล้สมดุลในปี 2020 <br /><br /></p>
</li>
<li>
<p><strong>สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตึงเครียดมากขึ้น</strong> กองทัพสหรัฐฯ สังหารนายพล คาเซ็ม ซูลีมานี (Qassem Soleimani) ผู้บัญชาการระดับสูงของอิหร่าน เนื่องจากสหรัฐฯ เชื่อว่าคาเซ็มเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายและสงครามต่างๆ ล่าสุดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างว่าคาเซ็มกำลังวางแผนสังหารนักการทูต ข้าราชการสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในอิรักและประเทศในตะวันออกกลาง ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้โดยใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ที่อิรัก แต่ไม่มีชาวอเมริกันเสียชีวิต และไม่เกิดความเสียหายต่อโรงงานน้ำมัน แม้ว่าสถานการณ์จะผ่อนคลายลงหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศจะไม่ตอบโต้อิหร่าน แต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับระดับสูงขึ้น หากอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบ<br /><br /></p>
</li>
<li>
<p><strong>อุปทานน้ำมันมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ</strong> เศรษฐกิจโลกปี 2020 มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้น้ำมันโลก ทั้งนี้ IMF คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2020 อยู่ที่ 3.4% สูงขึ้นจากปี 2019 ที่อยู่ที่ระดับ 3% สอดคล้องกับสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ที่ประเมินว่าอุปสงค์น้ำมันปี 2020 จะเติบโตสูงขึ้นมากกว่าปีก่อนหน้า โดยในปี 2020 อุปสงค์น้ำมันโลกจะอยู่ที่ระดับ 102.15 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขยายตัว 1.4%YOY ซึ่งในปี 2019 อุปสงค์น้ำมันเติบโตเพียง 0.7% </p>
</li>
</ul>
</td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff">
<ul>
<li>
<p>ตลาดน้ำมันโลกในไตรมาส 1 ปี 2020 ยังมีอุปทานส่วนเกิน จึงเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ ทั้งนี้ EIA คาดการณ์ว่าอุปทาน และอุปสงค์น้ำมันดิบทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2020 จะอยู่ที่ระดับ 101.2 และ 101.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้มีอุปทานส่วนเกิน<br />อยู่ราว3.2 หมื่นบาร์เรลต่อวัน แต่ยังน้อยกว่าอุปทานส่วนเกินในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2019 ที่มีปริมาณถึง 6 แสนบาร์เรลต่อวัน สำหรับอุปทาน และอุปสงค์น้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปี 2020 คาดว่าจะมีปริมาณ 102.28 และ102.15 ตามลำดับ ทำให้มีอุปทานส่วนเกินในปี 2020 อยู่ราว 1.4 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมีปริมาณมากกว่าอุปทานส่วนเกินในปี 2019 ที่อยู่ที่ระดับ 1 แสนบาร์เรลต่อวัน <br /><br />&bull; ปริมาณน้ำมันดิบในสหรัฐฯ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยไตรมาสที่ 1 ปี 2020 EIA ประเมินว่าสหรัฐฯ จะผลิตน้ำมันดิบที่ 13.12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขยายตัวถึง 11%YOY สำหรับการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปี 2020 จะมีปริมาณราว 13.18 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นอัตราการเติบโต 8%YOY นอกจากนี้ ท่อส่งน้ำมันที่เริ่มเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 และปี 2020 จะทำให้สหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันดิบได้มากขึ้น </p>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 1 ปี 2020 มีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน </description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/2z/3i/fjvz2z3i46/491916815.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 20 Jan 2020 14:54:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>BULL-BEAR: ราคาน้ำมัน (ไตรมาส 4/2019)</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6362</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6362</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6362">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 4/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6339"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม</strong><strong>&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" width="95%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#C9B6E0" width="305">
<p>ราคาน้ำมัน&nbsp;<br /> (USD/บาร์เรล)</p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="5" bgcolor="#C9B6E0">
<p><strong>2018F</strong></p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="6" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2019F</strong></td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2020F</strong></td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#D4D4D4">(ค่าเฉลี่ย)&nbsp;</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย*</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">ช่วงราคา**</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย*</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p>ราคาน้ำมันดิบ WTI</p>
</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="text-align: center;">70</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">65</td>
<td style="text-align: center;">55</td>
<td style="text-align: center;">60</td>
<td style="text-align: center;">56</td>
<td style="text-align: center;">55</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">57</td>
<td style="text-align: center;">54-59</td>
<td style="background-color: #e0d8ed; text-align: center;">55</td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาน้ำมันดิบ Brent</td>
<td style="text-align: center;">67</td>
<td style="text-align: center;">75</td>
<td style="text-align: center;">75</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">71</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="text-align: center;">62</td>
<td style="text-align: center;">62</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">64</td>
<td style="text-align: center;">60-66</td>
<td style="background-color: #e0d8ed; text-align: center;">62</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><br />&nbsp;ประมาณการราคาน้ำมันดิบโดย EIC<br />*ช่วงราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่อปี กรณีฐาน ซึ่งประมาณการโดย Leading global houses 5 ราย (ณ 26 กันยายน 2019)<br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 100%; background-color: #9162d9;" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>EIC&rsquo;s view: Bear<br /></strong></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 4 ปี 2019 มีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการที่ตลาดน้ำมันยังมีอุปทานส่วนเกินอยู่เกือบ 5 แสนบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยกดดันมาจากสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ยืดเยื้อ รวมไปถึงปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปจาก no-deal Brexit ในขณะที่การขยายตัวของอุปทานน้ำมันจะมาจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ เป็นหลัก โดยในไตรมาส 4 นี้ EIA ประเมินว่า สหรัฐฯ จะขุดเจาะน้ำมันดิบออกมาเกือบ 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเติบโต 7.5%YOY ส่วนอุปทานน้ำมันจากซาอุฯ ที่หายไปจากการโดนโจมตีนั้น คาดว่าซาอุฯ จะกลับมาผลิตน้ำมันได้ตามปกติในไตรมาส 4 นี้</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">สำหรับในช่วงที่ซาอุฯ กำลังเร่งซ่อมแซมโรงงานน้ำมันให้สามารถกลับมาผลิตน้ำมันได้เต็มกำลังการผลิต ซาอุฯ จะนำปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่มีอยู่ราว 190 ล้านบาร์เรลมาส่งออกทดแทนไปก่อน อีกทั้งทางฝั่งสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้อนุมัติให้ใช้ปริมาณสำรองทางยุทธศาสตร์หากจำเป็น เพื่อรักษาอุปทานน้ำมันในตลาดให้มีเพียงพอ ทำให้ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันตึงตัวผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาหากสถานการณ์ความรุนแรงในซาอุฯ ยืดเยื้อออกไปจนก่อให้เกิดสงครามในตะวันออกกลาง จะเป็น upside risk ให้ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">ราคาน้ำมันดิบ Brent ในปี 2020 อีไอซีประเมินอยู่ที่ 62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงราว 3% YOY เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันล้นตลาดที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.5 แสนบาร์เรลต่อวัน (สูงกว่าปี 2019 ซึ่งมีอุปทานส่วนเกิน 2.3 แสนบาร์เรลต่อวัน) โดยปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของอุปทานน้ำมันในสหรัฐฯ สำหรับในส่วนของอุปสงค์น้ำมันจะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจโลกในปี 2020 ซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวลงมากกว่าปี 2019 โดยนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายจะเข้ามาช่วยประคับประคองเศรษฐกิจโลกได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นคาดว่าราคาน้ำมันจะสามารถยืนได้อยู่เหนือระดับ 60-62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ต้องจับตาข้อตกลงของ OPEC ว่าจะขยายเวลาการลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบต่อไปอีกหรือไม่และนานเพียงใดในปี 2020 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันเช่นกัน</span></p>
<p><br /><br /></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="50%">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7"><strong>BULLs</strong></td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff"><strong>BEARs</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7">
<ul>
<li>
<p>โรงงานน้ำมัน 2 แห่งของซาอุดีอาระเบีย ที่ Abqaiq และ Khurais ถูกโจมตีด้วยโดรนเมื่อ 14 กันยายน 2019 ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตน้ำมัน 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 50% ของปริมาณการผลิตน้ำมันในซาอุฯ ทำให้ราคาน้ำมัน Brent ทะยานขึ้นไป 13% สู่ระดับ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่เมื่อซาอุฯ ยืนยันว่ากำลังการผลิตทั้งหมดที่ 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติภายในเดือนพฤศจิกายน ราคาน้ำมันปรับลดลงมาที่ 64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม การที่ซาอุฯ ถูกโจมตีทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น หากยืดเยื้อจนส่งผลต่อการตึงตัวของอุปทานน้ำมัน จะผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นได้<br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>กลุ่ม OPEC และพันธมิตรนำโดยรัสเซีย ยืนยันยังคงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบต่อไปในระยะยาว เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน จึงมีแนวโน้มว่า OPEC อาจขยายเวลาการลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบขนาด 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ออกไปอีกจนถึงกลางปีหรือปลายปี 2020 จากที่มติดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2020 นอกจากนี้ ซาอุฯ เตรียมเสนอขายหุ้น IPO บริษัทน้ำมันแห่งชาติ Saudi Aramco จึงต้องการผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นเพื่อเป็นผลดีต่อมูลค่าหุ้น โดยซาอุฯ มีเป้าหมายราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล </p>
</li>
</ul>
</td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff">
<ul>
<li>
<p>หากซาอุดีอาระเบีย กลับมาผลิตน้ำมันได้ตามปกติ ตลาดน้ำมันจะมีอุปทานส่วนเกินซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน โดยในไตรมาส 4 ปี 2019 สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันดิบจะอยู่ที่ระดับ 102.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมีมากกว่าอุปสงค์น้ำมันอยู่เกือบ 5 แสนบาร์เรลต่อวัน สำหรับในปี 2020 อุปทานส่วนเกินยังคงมีอยู่ราว 3.5 แสนบาร์เรลต่อวัน โดยปริมาณอุปสงค์และอุปทานน้ำมันดิบ EIA คาดว่าจะอยู่ที่ราว 102.2 และ 102.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ ซึ่งอุปสงค์น้ำมันได้แรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ยืดเยื้อ <br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>ท่อส่งน้ำมันดิบในสหรัฐฯ หลายโครงการที่ส่งน้ำมันจากแหล่ง Permian มายังอ่าวเม็กซิโก มีแผนเปิดดำเนินการปลายปี 2019 และในปี 2020 จะบรรเทาปัญหาคอขวดของเส้นทางการขนส่งน้ำมันในสหรัฐฯ และส่งผลให้อุปทานน้ำมันในสหรัฐฯ สูงขึ้น เช่น ท่อ EPIC ขนาดกำลังส่ง 4 แสนบาร์เรลต่อวัน จะเริ่มเปิดดำเนินการปลายปี 2019 สำหรับท่อ Exxon/PAA และ Jupiter ขนาดกำลังส่งท่อละ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน<br />จะเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2020 ทั้งนี้ EIA คาดว่าในปี 2020 สหรัฐฯ จะขุดเจาะน้ำมันดิบสูงถึง 13.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (8.2%YOY) </p>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 4 ปี 2019 มีแนวโน้มทรงตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากที่ตลาดน้ำมันยังมีอุปทานส่วนเกินอยู่เกือบ 5 แสนบาร์เรลล</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/dp/s9/fgq9dps9xv/491916815.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 09 Oct 2019 11:37:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>BULL-BEAR: ราคาน้ำมัน (ไตรมาส 3/2019)</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/6130</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/6130</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6130">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 3/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6115"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" width="95%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#C9B6E0" width="305">
<p>ราคาน้ำมัน&nbsp;<br /> (USD/บาร์เรล)</p>
</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2017</strong></td>
<td style="text-align: center;" colspan="5" bgcolor="#C9B6E0">
<p><strong>2018F</strong></p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="6" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2019F</strong></td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#D4D4D4">(ค่าเฉลี่ย)&nbsp;</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="99">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">ช่วงราคา</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p>ราคาน้ำมันดิบ WTI</p>
</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">51</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="text-align: center;">70</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">65</td>
<td style="text-align: center;">55</td>
<td style="text-align: center;">62</td>
<td style="text-align: center;">61</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">59</td>
<td style="text-align: center;">54-64</td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาน้ำมันดิบ Brent</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">54</td>
<td style="text-align: center;">67</td>
<td style="text-align: center;">75</td>
<td style="text-align: center;">75</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">71</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">71</td>
<td style="text-align: center;">66</td>
<td style="text-align: center;">65</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">66</td>
<td style="text-align: center;">63-71</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><br />&nbsp;ประมาณการราคาน้ำมันดิบโดย EIC<br />*ช่วงราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่อปี กรณีฐาน ซึ่งประมาณการโดย Leading global houses 5 ราย (ณ 1 กรกฎาคม 2019)<br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 100%; background-color: #9162d9;" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>EIC&rsquo;s view: Bear<br /></strong></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 3 ปี 2019 มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ยืดเยื้อ ส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อความต้องการน้ำมัน นอกจากนี้ แม้ว่า OPEC จะขยายเวลาลดปริมาณการผลิตน้ำมันออกไปอีกจนถึงเดือนมีนาคม 2020 แต่คาดว่าปริมาณการผลิตน้ำมันจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นจะมาชดเชยอุปทานจาก OPEC ซึ่งในไตรมาส 3 นี้ EIA ประเมินว่าสหรัฐฯ จะผลิตน้ำมันดิบสูงถึง 12.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเติบโต 12.4%YOY </span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical risk) ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นในระยะสั้น โดยเฉพาะเรื่องการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ มีท่าทีว่าจะไม่จบโดยง่าย ซึ่งเดิมสหรัฐฯ ได้ยกเว้นให้ 8 ประเทศสามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2018 แต่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2019 สหรัฐฯ ประกาศยุติข้อยกเว้นนี้แล้ว ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันในเดือนพฤษภาคมของอิหร่านลดเหลือ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหดตัวถึง 57% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่มีปริมาณส่งออก 9.4 แสนบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ อิหร่านขู่ว่าจะปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งถ้าปิดจริงจะทำให้ประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย คูเวต อิรัก อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งออกน้ำมันผ่านทางช่องแคบนี้ไม่ได้ ซึ่งอาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบตึงตัว </span><br /><br /><span style="color: #ffffff;"><strong>ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของ OPEC เดือนพฤษภาคม 2019 เทียบกับปริมาณเป้าหมายที่ได้ตกลงไว้<br /></strong>หน่วย:&nbsp;พันบาร์เรลต่อวัน </span></p>
<p><br /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/gm/ii/fdyzgmiicb/Outlook_Q3_2019_Final_TH26.jpg" alt="Outlook_Q3_2019_Final_TH26.jpg" width="1900" height="827" /><br /><br /><br /><span style="color: #ffffff;">ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ OPEC</span><br /><br /><br /><br /></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="50%">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7"><strong>BULLs</strong></td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff"><strong>BEARs</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7">
<ul>
<li>
<p>การประชุมของกลุ่ม OPEC ที่กรุงเวียนนาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2019 มีมติขยายเวลาการลดปริมาณการผลิตน้ำมันขนาด 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ออกไปจนถึงเดือนมีนาคม 2020 เพื่อรักษาสมดุลของอุปสงค์และอุปทานในตลาดน้ำมัน ทั้งนี้สำหรับซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในกลุ่ม OPEC สามารถลดปริมาณการผลิตในเดือนพฤษภาคม 2019 ได้มากกว่าที่ตกลงไว้ โดยผลิตน้ำมันที่ระดับ 9.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในขณะที่ปริมาณเป้าหมายที่ตกลงไว้คือ 10.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน <br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>อิหร่านขู่ว่าจะปิดช่องแคบ Hormuz เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ยุติการให้ข้อยกเว้นแก่ 8 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ตุรกี ไต้หวัน กรีซ และอิตาลี สามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ ทั้งนี้ช่องแคบ Hormuz เป็นทางผ่านที่สำคัญของเรือขนส่งน้ำมันจากประเทศในตะวันออกกลางออกสู่ตลาดโลก โดยปริมาณน้ำมัน 1 ใน 3 ของการค้าน้ำมันทั้งหมดจะถูกลำเลียงผ่านทางช่องแคบนี้ ซึ่งหากถูกปิดจริงจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันตึงตัว <br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อสหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าโจมตีเรือน้ำมัน 2 ลำ ในอ่าวโอมาน เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน และหนึ่งอาทิตย์ถัดมาโดรนของกองทัพสหรัฐฯ มูลค่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกอิหร่านยิงตกขณะบินเหนือช่องแคบ Hormuz ซึ่งความตึงเครียดดังกล่าวจะส่งผลทำให้ราคาน้ำมันทะยานสูงขึ้นในระยะสั้น</p>
</li>
</ul>
</td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff">
<ul>
<li>
<p>สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยืดเยื้อ อาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อความต้องการน้ำมัน ทั้งนี้สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 10% เพิ่มขึ้นเป็น 25% ส่วนจีนตอบโต้มาตรการทางภาษี โดยขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 5-10% เพิ่มเป็น 5-25% ทั้งนี้สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ประเมินว่า อุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2019 จะอยู่ที่ 101.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เติบโตช้าลงมาอยู่ที่ 1.2%YOY เทียบกับปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 1.4%YOY <br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>อุปทานน้ำมันจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนจากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันเฉลี่ยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2019 อยู่ที่ 833 แท่น ขยายตัว 4%YOY ทั้งนี้ EIA ประเมินว่าสหรัฐฯ จะมีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในปี 2019 ที่ระดับ 12.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขยายตัวถึง 12.4%YOY</p>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 3 ปี 2019 มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน </description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/bg/ib/fdyzbgibus/491916815.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 09 Jul 2019 10:23:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>BULL-BEAR: ราคาน้ำมัน (ไตรมาส 2/2019)</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/5957</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/5957</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5957">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 2/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5915">&nbsp;</a></strong><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5915"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" width="95%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#C9B6E0" width="305">
<p>ราคาน้ำมัน&nbsp;<br /> (USD/บาร์เรล)</p>
</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2017</strong></td>
<td style="text-align: center;" colspan="5" bgcolor="#C9B6E0">
<p><strong>2018F</strong></p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="6" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2019F</strong></td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#D4D4D4">(ค่าเฉลี่ย)&nbsp;</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="99">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">ช่วงราคา</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p>ราคาน้ำมันดิบ WTI</p>
</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">51</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="text-align: center;">70</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">65</td>
<td style="text-align: center;">55</td>
<td style="text-align: center;">60</td>
<td style="text-align: center;">62</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">59</td>
<td style="text-align: center;">54-66</td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาน้ำมันดิบ Brent</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">54</td>
<td style="text-align: center;">67</td>
<td style="text-align: center;">75</td>
<td style="text-align: center;">75</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">71</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="text-align: center;">69</td>
<td style="text-align: center;">65</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">66</td>
<td style="text-align: center;">61-73</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><br />&nbsp;ประมาณการราคาน้ำมันดิบโดย EIC<br />*ช่วงราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่อปี กรณีฐาน ซึ่งประมาณการโดย Leading global houses (ณ 14 กุมภาพันธ์ 2019)<br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 100%; background-color: #9162d9;" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>EIC&rsquo;s view: Bear<br /></strong></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 2 ปี 2019 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้ปัจจัยสนับสนุนหลักจากการลดปริมาณการผลิตของ OPEC และพันธมิตร ซึ่งคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่จะลดอุปทานจำนวนทั้งสิ้น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ของ OPEC ที่ผลิตน้ำมันได้มากที่สุด เดิมตกลงไว้ว่าจะลดการผลิตน้ำมันจำนวน 3.2 แสนบาร์เรลต่อวัน ได้ประกาศจะลดเพิ่มอีก 5 แสนบาร์เรลต่อวัน ให้เหลือการผลิตที่ระดับ 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ อุปทานน้ำมันมีแนวโน้มตึงตัวอันเนื่องมาจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีเวเนซุเอลาที่จะส่งออกน้ำมันได้น้อยลง และหากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงยืดเยื้อ สหรัฐฯ อาจเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรให้เข้มขึ้นได้</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">สำหรับราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปี 2019 มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อนหน้า โดยการเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันในสหรัฐฯ คาดว่าจะมาชดเชยในส่วนที่ OPEC ลดปริมาณการผลิตน้ำมันซึ่งจะหมดอายุลงในเดือนมิถุนายน 2019 ทั้งนี้สหรัฐฯ สามารถขุดเจาะน้ำมันดิบได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2018 แซงหน้าซาอุดีอาระเบีย ขึ้นเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลก จากปัจจัยสนับสนุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีขุดเจาะ hydraulic fracturing สำหรับ shale oil และข้อได้เปรียบด้านลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่มีชั้นหินดินดานซับซ้อนหลายชั้น ทำให้มีปริมาณน้ำมันสำรองสูง และในปี 2019 EIA คาดว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จะเพิ่มสูงขึ้นอีกเป็น 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือขยายตัว 10%YOY นอกจากนี้ ในด้านอุปสงค์ของน้ำมันปี 2019 คาดว่าจะชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก ดังที่ IMF ได้คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 3.3% ในปี 2019</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเสี่ยงด้านบวก เรื่องข้อตกลงการลดปริมาณการผลิตน้ำมันของ OPEC+ ที่จะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2019 อาจได้รับการต่ออายุออกไปอีกจนถึงสิ้นปี 2019 ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นได้</span> <br /><br /><span style="color: #ffffff;"><strong>ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย<br /></strong>หน่วย: พันบาร์เรลต่อวัน<br /><br /></span></p>
<p><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/00/ez/fbl600ezts/TH_26.jpg" alt="TH_26.jpg" width="1929" height="883" /><br /><br /><br /><span style="color: #ffffff;">ที่มา : การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ EIA และ OPEC</span><br /><br /><br /><br /><br /></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="50%">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7"><strong>BULLs</strong></td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff"><strong>BEARs</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7">
<ul>
<li>
<p>อุปทานน้ำมันมีแนวโน้มลดลงจากการร่วมมือกันลดปริมาณการผลิตของกลุ่ม OPEC และพันธมิตรในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 ตามข้อตกลงจำนวนรวม 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ในเดือนมกราคม 2019 OPEC ลดการผลิตน้ำมันได้ราว 8 แสนบาร์เรลต่อวัน เทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 30.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยซาอุดีอาระเบียลดปริมาณการผลิตมากที่สุดที่ 3.5 แสนบาร์เรลต่อวัน เหลือ 10.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสามารถลดการผลิตได้มากกว่าที่ตกลงไว้เกือบ 1 แสนบาร์เรลต่อวัน และซาอุฯ มีแผนจะปรับลดการผลิตในเดือนมีนาคมให้ลงไปแตะระดับ 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน<br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา Petr&oacute;leos de Venezuela (PdVSA) ซึ่งเป็นแหล่งที่มาสำคัญของรายได้รัฐบาลนาย<br />มาดูโร โดยคาดว่า จะทำให้การส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลง โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้าหลัก ทั้งนี้ภายหลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรในเดือนมกราคม เรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลากว่า 20 ลำ จอดลอยลำอยู่นอกชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก ไม่สามารถส่งน้ำมันเข้าไปยังสหรัฐฯ ได้ และสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานการส่งออกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาไปยังสหรัฐฯ ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 2.4 แสนบาร์เรลต่อวัน หดตัว 41% เมื่อเทียบกับปลายเดือนมกราคม</p>
</li>
</ul>
</td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff">
<ul>
<li>
<p>ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2018 สหรัฐฯ ผลิตได้ที่ระดับ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นถึง 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 17%YOY สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้สหรัฐฯ ขึ้นแท่นเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 1 ของโลก ทั้งนี้ EIA ประเมินว่าในปี 2019 สหรัฐฯ จะผลิตน้ำมันสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน <br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>ความต้องการน้ำมันปี 2019 ของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคน้ำมันอันดับ 1 และ 2 ของโลก มีแนวโน้มเติบโตช้าลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และความกังวลเรื่องสงครามการค้า โดย EIA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันปิโตรเลียมของสหรัฐฯ และจีนในปี 2019 จะอยู่ที่ 20.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน (2%YOY) และ 14.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน (3%YOY) ตามลำดับ ชะลอตัวลงจากปี 2018 ที่อุปสงค์น้ำมันขยายตัว 3% และ 4% ตามลำดับ<br /><br /></p>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 1 ปี 2019 มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่า OPEC และพันธมิตรจะตกลงร่วมมือกันลดปริมาณการผลิตน้ำมัน</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/vh/pw/fbl5vhpwve/491916815.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 24 Apr 2019 14:18:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>BULL-BEAR: ราคาน้ำมัน (ไตรมาส 1/2019)</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/5695</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/5695</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5695">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><strong>เผยแพร่ใน EIC Outlook ฉบับไตรมาส 1/2019<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/3979">&nbsp;</a></strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/5655"><strong>คลิกอ่านฉบับเต็ม&nbsp;</strong></a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" width="95%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#C9B6E0" width="305">
<p>ราคาน้ำมัน&nbsp;<br /> (USD/บาร์เรล)</p>
</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2017</strong></td>
<td style="text-align: center;" colspan="5" bgcolor="#C9B6E0">
<p><strong>2018F</strong></p>
</td>
<td style="text-align: center;" colspan="6" bgcolor="#C9B6E0"><strong>2019F</strong></td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#D4D4D4">(ค่าเฉลี่ย)&nbsp;</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="99">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4F</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q1</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q2</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q3</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">Q4</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">เฉลี่ย</td>
<td style="text-align: center;" bgcolor="#D4D4D4" width="117">ช่วงราคา</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p>ราคาน้ำมันดิบ WTI</p>
</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">51</td>
<td style="text-align: center;">63</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="text-align: center;">70</td>
<td style="text-align: center;">59</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">65</td>
<td style="text-align: center;">58</td>
<td style="text-align: center;">61</td>
<td style="text-align: center;">57</td>
<td style="text-align: center;">55</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">58</td>
<td style="text-align: center;">54-63</td>
</tr>
<tr>
<td>ราคาน้ำมันดิบ Brent</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">54</td>
<td style="text-align: center;">67</td>
<td style="text-align: center;">75</td>
<td style="text-align: center;">75</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">71</td>
<td style="text-align: center;">67</td>
<td style="text-align: center;">73</td>
<td style="text-align: center;">70</td>
<td style="text-align: center;">68</td>
<td style="background-color: #e8e0ff; text-align: center;">70</td>
<td style="text-align: center;">61-74</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><br />&nbsp;ประมาณการราคาน้ำมันดิบโดย EIC<br />*ช่วงราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่อปี กรณีฐาน ซึ่งประมาณการโดย Leading global houses (ณ 19 ธันวาคม 2018)<br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 100%; background-color: #9162d9;" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>EIC&rsquo;s view: Bear<br /></strong></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 1 ปี 2019 มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่า OPEC และพันธมิตรจะตกลงร่วมมือกันลดปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อลดอุปทานส่วนเกินในตลาด แต่ก็ยังมีปัจจัยกดดันจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขุดเจาะน้ำมันออกมามากขึ้นเช่นกัน สะท้อนจากจำนวนแท่นขุดเจาะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงมีการลงทุนเพิ่มในธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมัน </span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">นอกจากนี้ ประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่มีปัญหาทางการเมืองอย่างลิเบียก็มีแนวโน้มกลับมาผลิตน้ำมันได้สูงขึ้น การที่แหล่งน้ำมัน 3 แหล่ง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของลิเบียเปิดให้ขุดเจาะน้ำมันได้อีกครั้ง จะทำให้ปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้นราว 1 หมื่นบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ บริษัท BP และ Eni จะกลับมาสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในลิเบีย โดยเริ่มในไตรมาสที่ 1 ปี 2019 หลังจากที่หยุดไปเมื่อปี 2011 จากความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาสถานการณ์การเลือกตั้งในประเทศ หากเกิดข้อขัดแย้งทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกน้ำมัน </span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">ส่วนปัจจัยเรื่องสหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน ที่จะส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นจากการตึงตัวของอุปทานน้ำมัน ตลาดได้คลายความกังวลลงในระยะสั้น เนื่องจากสหรัฐฯ ยอมยกเว้นให้ 8 ประเทศ ผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่จากอิหร่าน ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ตุรกี ไต้หวัน อิตาลี และกรีซ สามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า ตามโควตาที่ถูกกำหนดไว้ของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ อิหร่านส่งออกน้ำมันไปยัง 8 ประเทศดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 75% ของปริมาณการส่งออกน้ำมันทั้งหมดของอิหร่าน </span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">สำหรับราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปี 2019 มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปี 2018 โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดต่ำลงได้อีก เนื่องจากอุปทานน้ำมันส่วนเกินในตลาดอาจเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดท่อขนส่งน้ำมันในสหรัฐฯ เช่น ท่อ Cactus II ในแหล่ง Permian ซี่งเป็นแหล่ง shale oil ที่สำคัญของสหรัฐฯ โดยจะมีกำลังการส่งน้ำมันเพิ่ม 5.9-6.7 แสนบาร์เรลต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 19% ของขนาดท่อส่งในปัจจุบัน ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่จะชะลอลงอย่างชัดเจน หากสงครามการค้ายกระดับความรุนแรงขึ้น</span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">อีไอซีมองว่าความเสี่ยงด้านบวกและด้านลบค่อนข้างสมดุล โดยต้องจับตาเรื่องที่สหรัฐฯ ยกเว้นให้ 8 ประเทศ นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ หากไม่มีการต่ออายุในอีก 6 เดือนข้างหน้า ก็จะส่งผลให้อุปทานน้ำมันตึงตัวมากขึ้น ผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขี้นได้ ในทางตรงข้าม การลดปริมาณการผลิตน้ำมันของ OPEC+ ที่จะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2019 หากไม่มีการต่ออายุก็จะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันลดต่ำลงได้ </span><br /><br /><span style="color: #ffffff;"><strong>จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมัน และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ<br /></strong>หน่วย: พันบาร์เรลต่อวัน,&nbsp;หน่วย: จำนวนแท่นขุดเจาะ</span></p>
<p><br /><span style="color: #ffffff;"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ec/pi/f8ejecpikq/Infographic_thai.png" alt="Infographic_thai.png" width="200" height="94" /></span><br /><br /><span style="color: #ffffff;">ที่มา: การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ EIA และ Baker Hughes</span><br /><br /><br /><br /></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="50%">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7"><strong>BULLs</strong></td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff"><strong>BEARs</strong></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ffeec7">
<ul>
<li>
<p>กลุ่ม OPEC และพันธมิตร นำโดยรัสเซีย บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ว่า OPEC และพันธมิตรจะลดปริมาณการผลิตน้ำมันจากระดับปริมาณการผลิตในเดือนตุลาคม 2018 จำนวน 8 แสนบาร์เรลต่อวัน และ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อรักษาสมดุลของอุปสงค์และอุปทานน้ำมันดิบ ยกเว้น 3 ประเทศที่ไม่ต้องลดการผลิต ได้แก่ ลิเบีย เวเนซูเอล่า และอิหร่าน ทั้งนี้ ข้อตกลงลดปริมาณการผลิตน้ำมันดังกล่าวจะเริ่มในเดือนมกราคมและสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน ปี 2019<br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>สหรัฐฯ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ โดยบริษัทที่ทำการค้าน้ำมันกับอิหร่านหรือทำธุรกรรมกับธนาคารอิหร่านจะถูกลงโทษและตัดออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ เป็นผลให้ประเทศต่างๆ ยกเลิกการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน ถึงแม้สหรัฐฯ จะยอมผ่อนผันให้ 8 ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่สามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า แต่หลังจากนั้น การคว่ำบาตรจะส่งผลต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่คาดว่าจะลดลงราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นผลให้ตลาดอาจเข้าสู่สภาวะอุปทานตึงตัวและส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นได้<br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>การเลือกตั้งช่วงไตรมาส 1 ปี 2019 ของลิเบีย และไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่ม OPEC อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ ซี่งอาจมีการจู่โจมท่อส่งน้ำมัน หรือการปิดท่าเรือส่งออกน้ำมัน เหมือนในอดีตเมื่อเกิดความตึงเครียดทางการเมือง<br />จึงอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกน้ำมันของประเทศได้ ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2019</p>
</li>
</ul>
</td>
<td style="width: 50%; text-align: left; vertical-align: top;" bgcolor="#ebdeff">
<ul>
<li>
<p>กิจกรรมการขุดเจาะและอุปทานน้ำมันในสหรัฐฯ <br />มีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2019 สะท้อนจากการเติบโตของปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ และการลงทุนเพิ่มในธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน ทั้งนี้ Baker Hughes รายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 887 แท่น ในเดือนพฤศจิกายน 2018 ขยายตัวราว 19%YOY จัดว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2015 ส่วนการลงทุนในธุรกิจขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐฯ ปี 2018 เพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 43%YOY ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะผลิตน้ำมันปิโตรเลียมสูงถึง 19.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2019 ขยายตัวถึง 10%YOY<br /><br /></p>
</li>
<li>
<p>ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกปี 2019 มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดย EIA ประเมินว่าอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2019 จะอยู่ที่ 101.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขยายตัว 1.5% ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าที่ 1.6% สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวช้าลงตามการประเมินของ IMF ที่ 3.65% ในปี 2019 เทียบกับปีก่อนหน้าที่เติบโต 3.73%</p>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสที่ 1 ปี 2019 มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่า OPEC และพันธมิตรจะตกลงร่วมมือกันลดปริมาณการผลิตน้ำมัน</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/j7/4u/f8ejj74uh0/491916815.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 10 Jan 2019 14:54:00 +0700</pubDate>
				</item></channel></rss>