<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><atom:link href="https://www.scbeic.com/th/rss/product/1413601949513" rel="self" type="application/rss+xml"/><title>EIC RSS Infographics</title><link>https://www.scbeic.com/th/home</link><description>RSS For Infographics</description><copyright>Copyright 2015 The Siam Commercial Bank Public Company Limited. All rights reserved.</copyright><language>th</language><pubDate>Mon, 06 Apr 2026 00:32:33 +0700</pubDate><ttl>20</ttl>
				<item>
					<title>โจทย์ด่วนโรงแรมไทยกับคำว่า “ยั่งยืน”</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/9695</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/9695</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/9695">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/p0/vx/h3qsp0vxqk/01-SCB-EIC-Infographic-GreenHotel-20250117.jpg" alt="01-SCB-EIC-Infographic-GreenHotel-20250117.jpg" width="1299" height="2388" /></span></p>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/pi/lx/h3qspilxp3/02-SCB-EIC-Infographic-GreenHotel-20250117.jpg" alt="02-SCB-EIC-Infographic-GreenHotel-20250117.jpg" width="1299" height="2329" /><br /><br /><br />การประกาศใช้ข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ในช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา ทั้ง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) ว่าด้วยการรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ว่าด้วยการสอบทานด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ผู้บริโภคในยุโรปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงรายงานด้านความยั่งยืนของบริษัทหรือองค์กรในยุโรปรวมถึงบริษัทต่างชาติที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้ภายในปี 2569 นั้นจะส่งผลกระทบต่อโรงแรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>โรงแรมไทยกับประเด็นด้านความยั่งยืน</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #4f2a81;"><strong>โรงแรมไทยกำลังถูกผลักดันให้ยั่งยืนยิ่งขึ้นเพื่อรับกติการักษ์โลกของ EU ภายในปี 2569</strong> </span>เนื่องจากโรงแรมและที่พักของไทยกว่า 2 หมื่นแห่งขายห้องพักบน Booking.com ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์รวมถึง Agoda ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การบริหารของบริษัทแม่เดียวกัน (Booking Holdings) ที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด CSRD และ CSDDD โดยทาง Booking.com และ Agoda ได้ขานรับข้อกำหนดของ EU พร้อมส่งเสริมโรงแรมทั่วโลกที่ขายห้องพักบนแพลตฟอร์มให้ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล อย่างเช่น Greenkey, Green Globe, Travelife, EarthCheck, GSTC และรวมถึง Green Hotel Plus ของไทยที่ได้รับ GSTC-Recognized Standard นอกจากนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวยังรวมไปถึงบริษัททัวร์ในยุโรปที่ขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไทยด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลโครงการสำรวจเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศในไตรมาส 3 ปี 2567 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า 56% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยนิยมจองโรงแรมและที่พักผ่าน OTAs และ 35% ของนักท่องเที่ยวยุโรปจองโรงแรมและที่พักผ่านบริษัททัวร์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ได้ว่าข้อกำหนดใหม่นี้จะส่งผลกระทบกับธุรกิจโรงแรมไทยที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคนในแต่ละปี โดยราว 20% เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป ขณะที่โรงแรมไทยในภาพรวมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นบนเส้นทางของความยั่งยืน จากการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจโรงแรมทั่วโลกของ The Department for Environment, Food &amp; Rural Affairs (DEFRA) ของสหราชอาณาจักร พบว่า ในปี 2566 โรงแรมไทยยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่ค่อนข้างสูงที่ 43.4 kgCO2e per occupied room เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวสำคัญของโลกอย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิตาลี และฝรั่งเศส</span></p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>โรงแรมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #4f2a81;"><strong>โรงแรมไทยในภาพรวมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน</strong> </span>สะท้อนจากจำนวนโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานด้านความยั่งยืนในระดับสากลทั้งหมดในปี 2567 อยู่ที่ราว 100 แห่งหรือมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของโรงแรมและที่พักในไทยทั้งหมด อีกทั้งยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยกว่า 60% เป็นโรงแรมเชนทั้งในเครือเชนต่างประเทศและเชนไทย ซึ่งเส้นทางสู่ความยั่งยืนของโรงแรมไทยยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการทั้ง 1) ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจถึงประโยชน์ในระยะยาวของการเป็นโรงแรมยั่งยืน 2) ความพร้อมในด้านเงินทุน บุคลากร ที่ปรึกษา และการเก็บข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบเนื่องจากธุรกิจโรงแรมเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ได้ไม่นาน และ 3) แรงกระตุ้นที่จะผลักดันให้ธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนทั้งจากนโยบายภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจากเทรนด์ของนักท่องเที่ยว</span></p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>ก้าวสำคัญ (3T) ที่จะช่วยให้โรงแรมยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง &nbsp;</strong></h2>
<ul>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><strong>Target :</strong> การกำหนดเป้าหมายสู่ความยั่งยืนภายใต้กรอบเวลาและแผนงานที่ชัดเจน รวมถึงกำหนดตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งธุรกิจโรงแรมอาจกำหนดเป้าหมายระยะสั้นควบคู่ไปกับเป้าหมายระยะยาว<br /></span></li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><strong>Teamwork :</strong> การสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้แก่พนักงาน Supplier ไปจนถึงผู้เข้าพัก ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการก้าวสู่ความยั่งยืนร่วมกันด้วย<br /></span></li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><strong>Transform :</strong> ธุรกิจโรงแรมอาจเริ่มต้นจากการปรับลดการใช้พลังงานและทรัพยากร รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง แล้วจึงวางแผนเพิ่มการลงทุนในพลังงานทดแทนหรือปรับปรุงอาคารเขียวเมื่อมีความพร้อม</span></li>
</ul>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>การก้าวข้ามข้อจำกัดและการเสริมความแข็งแกร่งด้านความยั่งยืนต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ</strong></h2>
<ul>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><strong>การยกระดับเป้าหมายความยั่งยืนไทย</strong> ด้วยการผลักดันให้ความยั่งยืนเป็นเรื่องโจทย์ด่วนไม่ใช่เป็นเพียงทางเลือกของธุรกิจผ่านการออกข้อกำหนด/มาตรการการบังคับใช้เพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเห็นความสำคัญในการก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างจริงจัง รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมด้านความยั่งยืนให้กับสังคม<br /></span></li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><strong>การพิจารณาจัดตั้งกองทุนความยั่งยืน</strong> ซึ่งรวมถึงการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการดำเนินการด้านความยั่งยืนเพื่อให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะโรงแรมขนาดกลาง-เล็ก ซึ่งอาจครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนเงินทุนในการยื่นขอรับใบรับรองมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล<br /></span></li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #000000;"><strong>การออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านความยั่งยืน</strong> อย่างเช่นการออกสิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การฝึกอบรมบุคลากร หรือการขอใบรับรองมาตรฐานในระดับสากลเพื่อกระตุ้นให้โรงแรมไทยหันมาลงทุนด้านความยั่งยืนมากขึ้น</span></li>
</ul>
<iframe style="border: none; width: 100%; height: 480px;" src="https://www.surveymonkey.com/r/green-hotel-170125" width="300" height="150" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>โรงแรมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน สะท้อนจากจำนวนโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากลทั้งหมดในปี 2567 อยู่ที่ราว 100 แห่ง</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/fe/ul/h3r0feului/green-hotel.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Fri, 17 Jan 2025 09:49:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เทคโนโลยีลดการปล่อย Emission ในอุตสาหกรรมเหล็ก และก้าวต่อไปสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กไทย</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/9268</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/9268</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/9268">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;">&nbsp;</h2>
<p><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/6u/op/gpyu6uophp/Infographic_steel-TH_01.jpg" alt="Infographic_steel-TH_01.jpg" width="1800" height="3772" /></p>
<p><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/7b/pi/gpyu7bpimp/Infographic_steel-TH_02.jpg" alt="Infographic_steel-TH_02.jpg" width="1800" height="3772" /></p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;">&nbsp;</h2>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>การลดการปล่อย GHG ของผู้ผลิตเหล็กทั่วโลก</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #4f2a81;"><strong>การปล่อย GHG ปริมาณมากในอุตสาหกรรมเหล็ก ส่งผลให้ต้องมีการเร่งปรับปรุงกระบวนการการผลิตเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะรุนแรงขึ้นในอนาคต</strong> </span>โดยเริ่มมีการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อย GHG ของผู้ผลิตเหล็กทั่วโลก จนเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเฉพาะผู้ผลิตเหล็กชั้นนำในประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น สวีเดน ที่เริ่มลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีลดการปล่อย CO<sub>2</sub> ในอุตสาหกรรมเหล็ก และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล จนได้ผลิตภัณฑ์ Fossil-free steel สำหรับจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ โดยมีความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งภาคการผลิตวัสดุก่อสร้าง การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และการผลิตรถยนต์ อาทิ<br /><br /><strong>&middot;&nbsp; Hydrogen Breakthrough Ironmaking Technology (HYBRIT)</strong> โดย SSAB ผู้ผลิตเหล็กสัญชาติสวีเดนนำ Green hydrogen เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตเหล็กพรุน (Sponge Iron หรือ Direct Reduce Iron : DRI) และนำมาหลอมรวมกับเศษเหล็กในเตาหลอมไฟฟ้าระบบอาร์ค (Electric Arc Furnace : EAF) ที่ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนตลอดกระบวนการผลิต จนได้ Fossil-free steel และประสบความสำเร็จในการผลิตรถยนต์ต้นแบบที่ใช้ Fossil-free steel ทั้งคัน โดยมีความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ ได้แก่ Volvo และ Mercedes ซึ่งมีแผนที่จะจำหน่ายเชิงพาณิชย์ภายในปี 2026<br /><br /><strong>&middot;&nbsp; Carbon Capture and Utilization (CCU)</strong> เป็นการดักจับ CO<sub>2</sub> จากโรงงานผลิตเหล็กของ ArcelorMittal ในเบลเยียม และนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปจนได้ผลิตภัณฑ์เอทานอลที่เรียกว่า &ldquo;Steelanon&rdquo; โดย LanzaTech ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำของโลก<br /><br />จากเทรนด์การเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ทำให้คาดว่าจะมีความต้องการใช้งานเหล็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น<br /> ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง ที่มีการสร้างอาคารสีเขียว ภาคการผลิตอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า <br /> ที่มีส่วนประกอบของ Green steel ไปจนถึงภาคการผลิตรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>การพัฒนาเทคโนโลยีลดการปล่อย CO<sub>2</sub> ของอุตสาหกรรมเหล็กไทย</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต และการสนับสนุนจากภาครัฐ การพัฒนาเทคโนโลยีลดการปล่อย CO<sub>2</sub> สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กในประเทศที่พัฒนาแล้ว มีงบประมาณการลงทุนที่ค่อนข้างสูง ทั้งด้านบุคลากร และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการผลิต Green steel คือการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และผู้ผลิตเหล็กในประเทศ โดยอาจเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อย CO<sub>2</sub> และค่ามาตรฐานสำหรับ Green steel ที่ชัดเจน เพื่อนำมาสู่การพัฒนาเครื่องมือการวัด และการกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังต้องมีการออกมาตรการสนับสนุนการผลิต อย่างการจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ผลิตเหล็ก เพื่อใช้ในการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เกิดความต้องการใช้งานเหล็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การให้สิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องให้ใช้ Green steel <br /><br />ความร่วมมือในการลดการปล่อย CO<sub>2</sub> ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กของไทยนับเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด โดยปัจจุบันผู้ผลิตเหล็กของไทยเกือบทั้งหมดมีการใช้เตาหลอม EAF ในการผลิตเหล็กแล้ว อย่างไรก็ดี ยังสามารถพิจารณาการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต และการแสวงหาแหล่งพลังงานสะอาดเพิ่มเติมให้เพียงพอ เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากฟอสซิลให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังควรพิจารณาจัดเก็บข้อมูล และติดตามสถานการณ์การปล่อย CO<sub>2</sub> ของอุตสาหกรรมเหล็กอีกด้วย<br /><br />ทั้งนี้ข้อเสนอแนะข้างต้นจะเป็นก้าวแรกในการแสดงความมุ่งมั่นของอุตสาหกรรมเหล็กไทย ต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งจะนำไปสู่ก้าวต่อไป ที่จะมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กของไทยได้มากขึ้นในอนาคต<br /><br /><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/steel-green-tech-251023"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/jd/7r/gpyvjd7r07/engversion-%281%29.jpg" alt="engversion-(1).jpg" width="230" height="59" /></a></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต และการสนับสนุนจากภาครัฐ</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/ww/ti/gpyowwti4c/steel.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 25 Oct 2023 10:49:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>พฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยหลังโควิด : ปัจจัยด้านทำเลสำคัญมากกว่าพื้นที่ใช้สอย</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/9183</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/9183</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/9183">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ho/gj/gob9hogju7/real-estate.jpg" alt="real-estate.jpg" width="1040" height="1405" /></p>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่&nbsp; <a href="http://www.scbeic.com/th/detail/product/real-estate-300623" target="_blank" rel="noopener">www.scbeic.com/th/detail/product/real-estate-300623</a></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ปัจจัยด้านทำเลที่มีความสะดวก กลับมาสำคัญมากกว่าพื้นที่ใช้สอย</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/ju/nt/gob9juntug/real-estate-%281%29.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Fri, 01 Sep 2023 13:11:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เจาะลึกตลาดบ้านหรู</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/9155</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/9155</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/9155">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/oq/ar/gnn1oqar81/SCB-EIC_Infographic_Luxury_House-01.jpg" alt="SCB-EIC_Infographic_Luxury_House-01.jpg" width="1440" height="3265" /></p>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/pd/jm/gnn1pdjmcj/SCB-EIC_Infographic_Luxury_House-02.jpg" alt="SCB-EIC_Infographic_Luxury_House-02.jpg" width="1440" height="3265" />(หมายเหตุ : ตลาดบ้านหรู หมายถึง ตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ที่มีราคาขายมากกว่า 20 ล้านบาท)</p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>ทำไมต้องบ้านหรู ?</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมชะลอตัว ขณะที่บ้านหรูยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อย ทำให้ความต้องการบ้านหรูเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความต้องการอยู่อาศัยของลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับขนาดพื้นที่ใช้สอย ทำเลที่อยู่อาศัย และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบ้าน ประกอบกับอุปทานในตลาดที่ยังมีอยู่น้อย จากการที่ผู้ประกอบการได้ชะลอการเปิดโครงการ และข้อจำกัดในการหาที่ดินขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาโครงการ</p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>สถานการณ์ตลาดบ้านหรู และแนวโน้มในอนาคตเป็นอย่างไร ?</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">เมื่อพิจารณาหน่วยเปิดขายใหม่ หน่วยขายได้ และหน่วยเหลือขายสะสม ทั้งในภาพรวม และในทำเลยอดนิยม สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดบ้านหรู และแนวโน้มในอนาคต ได้ดังนี้<br /><br /><strong>ตลาดบ้านหรูในภาพรวม :</strong> ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 หน่วยเปิดขายใหม่มีการชะลอตัวในปี 2021 แต่กลับมาเพิ่มขึ้นมากในปี 2022 โดยในระยะต่อไปคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงจากปีที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการจะเปิดโครงการอย่างระมัดระวังมากขึ้น จากการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น<br /><br />ในส่วนของหน่วยขายได้ที่อยู่อาศัย ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างสม่ำเสมอในระยะต่อไป ทำให้หน่วยเหลือขายสะสมยังไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2020 และมีแนวโน้มที่จะยังทรงตัวอยู่ในระดับเดิม หรืออาจเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย<br /><br /><strong>ตลาดบ้านหรูในทำเลยอดนิยม :</strong> ในปี 2022 ทำเลที่มีการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ สุขาภิบาล 2 และสุขาภิบาล 3 คิดเป็น 15% ของหน่วยขายได้ของตลาดบ้านหรูทั้งหมด รองลงมาเป็นตลิ่งชันคิดเป็น 11% ลำดับถัดมาเป็นพัฒนาการ ที่รวมกรุงเทพกรีฑาเข้าไปในพื้นที่คิดเป็น 10% ศรีนครินทร์-อุดมสุขคิดเป็น 7% และบางนา-ตราดคิดเป็น 5% ในส่วนของทำเลที่มีอัตราการขยายตัวของหน่วยขายได้โดยเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2019-2022 สูงที่สุด ได้แก่ ศรีนครินทร์-อุดมสุขอยู่ที่ 82%CAGR รองลงมา ได้แก่ สุขาภิบาล 2 และสุขาภิบาล 3 อยู่ที่ 75%CAGR และพัฒนาการ (กรุงเทพกรีฑา) อยู่ที่ 23%CAGR<br /><br />ทั้งนี้ทำเลยอดนิยมส่วนใหญ่อยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทำเลที่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมากนัก สามารถเดินทางเข้าถึงได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า และทางด่วน นอกจากนั้นยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างมาก ทั้งสนามบินนานาชาติ โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รวมถึงโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ ขณะที่ทำเลฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ตลิ่งชัน รวมถึงพื้นที่คาบเกี่ยวโซนราชพฤกษ์ เริ่มส่งสัญญาณการขยายตัวมากขึ้นในระยะต่อไป โดยมีทางด่วน และถนนวงแหวนรอบนอกเชื่อมต่อเขตเมือง รวมถึงมีขยายตัวของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่มากขึ้น</p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ซื้อ และผู้ประกอบการ</strong></h2>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><strong>ผู้ซื้อ :</strong> ในช่วงปัจจุบันยังเป็นโอกาสที่ดีในการตัดสินใจซื้อ จากระดับราคาที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากนัก และควรพิจารณาเลือกผู้พัฒนาโครงการจากประสบการณ์ และผลงานที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัย <br /><br /><strong>ผู้ประกอบการ :</strong> จากต้นทุนก่อสร้างที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้พัฒนาโครงการควรบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรักษาอัตรากำไร รวมถึงพิจารณาการแข่งขันในบางพื้นที่ที่อาจมีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ที่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม และนำเทคโนโลยี Smart home ใหม่ ๆ มาปรับใช้</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 บ้านหรูยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อย</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/fz/1c/gnn1fz1cf8/luxury-house.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 10 Aug 2023 13:56:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>ติด Solar rooftop ยังไง...ให้คุ้ม</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/9134</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/9134</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/9134">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/1n/m1/gn4g1nm1q6/2023_July_solar_Web.jpg" alt="2023_July_solar_Web.jpg" width="1440" height="1938" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ <a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/solar-rooftop-300523" target="_blank" rel="noopener">https://www.scbeic.com/th/detail/product/solar-rooftop-300523</a></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>3 เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับครัวเรือนที่ต้องการติดตั้ง Solar rooftop</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/15/nu/gn4g15nu3u/solar.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 16:51:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>หนี้ครัวเรือนโจทย์ข้อใหญ่ ที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/9133</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/9133</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/9133">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/34/uv/gn4g34uvso/2023_June_debt_Web.jpg" alt="2023_June_debt_Web.jpg" width="1440" height="1938" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ <a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/household-debt-100523" target="_blank" rel="noopener">https://www.scbeic.com/th/detail/product/household-debt-100523</a></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ผลสำรวจหนี้ครัวเรือนผ่านมุมมองผู้บริโภคของ SCB EIC ชี้ว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยยังน่ากังวลและควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/2p/0o/gn4g2p0o35/household-debt.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 16:46:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>คนไทยใช้รถ EVs เยอะแค่ไหน?</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/9132</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/9132</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/9132">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;<img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/4m/xi/gn4g4mxigu/2023_May_EV_web.jpg" alt="2023_May_EV_web.jpg" width="1440" height="1938" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ <a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/auto-050423" target="_blank" rel="noopener">https://www.scbeic.com/th/detail/product/auto-050423</a></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>แม้สัดส่วนการครอบครองรถ EVs ยังไม่สูงมากนัก แต่คาดว่าในอนาคต ตลาดรถ EVs จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/48/v9/gn4g48v9b1/ev.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 16:38:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เที่ยวบนความหลากหลาย...แบบสไตล์ LGBTQIA+</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8792</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/8792</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8792">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/wy/lq/ghtewylqnf/SCB-EIC_Infographic_LGBTQ-_01.jpg" alt="SCB-EIC_Infographic_LGBTQ-_01.jpg" width="1024" height="1771" /></p>
<p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/xs/66/ghtexs66k0/SCB-EIC_Infographic_LGBTQ-_02.jpg" alt="SCB-EIC_Infographic_LGBTQ-_02.jpg" width="1024" height="1767" /><br /><br />ความโดดเด่นของเหล่า LGBTQIA+ ส่วนหนึ่งของเบื้องหลังการสร้างสีสันและความหลากหลายให้ภาคการท่องเที่ยว โดยจากผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคไทยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ (EIC Consumer survey 2565) ในช่วงวันที่ 8 &ndash; 22 กรกฎาคม 2022 พบว่า ชาว LGBTQIA+ เป็นอีกกลุ่มที่หลงใหลการเดินทางท่องเที่ยว โดยราว 30% ท่องเที่ยวมากกว่า 5 ครั้งต่อปี ซึ่งการใส่ใจและเข้าใจความหลากหลายอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้ภาคการท่องเที่ยวในอนาคตได้&nbsp;</p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>เที่ยวสไตล์ LGBTQIA+ ยืนหนึ่งไม่ซ้ำใคร...ถ้าไม่ปังก็ไม่ไป</strong></h2>
<ul>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e; padding-left: 30px;">ทริปท่องเที่ยวส่วนใหญ่เน้นทริปสั้นไปกับแก๊งเพื่อนหรือจูงมือเที่ยวเป็นคู่ โดยราว 32% จะเดินทางกับกลุ่มเพื่อนและ 28% เดินทางเป็นคู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นจัดทริประยะสั้นเดินทาง 2-3 วันแต่ไปได้บ่อย ๆ ขณะที่กลุ่มเดินทางคนเดียวเป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตาจากจำนวนที่มีสัดส่วนราว 26% รวมถึงระยะเวลาในการท่องเที่ยวที่ราว 40% จะจัดทริปยาว ๆ มากกว่า 4 วันขึ้นไป</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e; padding-left: 30px;">เดินทางสะดวก ที่พักสุดชิค แถมมีดีลพิเศษ : 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกแหล่งท่องเที่ยว โดยที่พักที่มีสไตล์ ส่วนลดโปรโมชัน และแหล่งรวมคาเฟ่เก๋ ๆ จะเป็นปัจจัยที่ชาว LGBTQIA+ ให้ความสนใจมากกว่านักท่องเที่ยวโดยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ชาว LGBTQIA+ ยังมีความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในธุรกิจการท่องเที่ยวมากกว่านักท่องเที่ยวโดยรวมอีกด้วย</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e; padding-left: 30px;">พักกาย พักใจเติมพลังให้กับตัวเองแล้วตะลุยกินของอร่อย ซึ่งกว่า 80% จะท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน อีกทั้ง ยังเน้นนั่งชิลในคาเฟ่ ตะเวนหาร้านอร่อย รวมถึงการเที่ยวไปทำงานไปมากกว่านักท่องเที่ยวโดยทั่วไป โดยการออกทริป<br /> กับก๊วนเพื่อนราว 56% จะเป็นการเที่ยวสายมู ขอพรให้ปัง ขณะที่กลุ่มรักอิสระชอบเดินทางคนเดียวจะสนใจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเข้าถึงวิถีคนท้องถิ่น</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e; padding-left: 30px;">ที่พักสุดปังแบบ LGBTQIA+ ต้องใกล้ชิดธรรมชาติพร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และตกแต่งอย่างมีสไตล์ โดยกว่า 44% จะให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ทันสมัย และราว 40% เน้นการตกแต่งของที่พักโดยเฉพาะทริปเดินทางเป็นคู่ อย่างไรก็ดี ทริปเดินทางคนเดียวและทริปกับครอบครัวส่วนใหญ่จะมองหาที่พักที่ตั้งใกล้แหล่งช้อปปิ้งหรือใจกลางเมืองเพื่อความสะดวกในการเดินทาง นอกจากนี้ ชาว LGBTQIA+ มากกว่า 40% จะเลือกพักโรงแรม 4-5 ดาว โดย 74% จะจองที่พักผ่านผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์เป็นหลัก</li>
</ul>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><strong>3 กลยุทธ์เพิ่มความเฟียร์สให้โดนใจชาว LGBTQIA+ &nbsp;</strong></h2>
<ul>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">การนำเสนอแพ็กเกจเที่ยวกับแก๊งเพื่อนแบบ Exclusive ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งครอบคลุมทั้ง<br /> ที่พักสุดชิคบรรยากาศเงียบสงบเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่และหลีกหนีความวุ่นวาย สอดแทรกไปด้วยกิจกรรมเบา ๆ อวดไลฟ์สไตล์ พร้อมอาหารมื้อพิเศษ และตบท้ายด้วยกิจกรรมความบันเทิงสายปาร์ตี้ในยามค่ำคืนแถมดีลพิเศษที่โดนใจจะสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">ความพร้อมด้านอุปกรณ์ที่ทันสมัยรับเทรนด์ Work from anywhere ซึ่งนักท่องเที่ยวเกือบครึ่งมองหาที่พักที่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานสอดคล้องกับกระแสเที่ยวไปทำงานไป ซึ่งเป็นรูปแบบท่องเที่ยว<br /> ที่ชาว LGBTQIA+ ให้ความสนใจมากกว่านักท่องเที่ยวโดยทั่วไปถึง 2 เท่า</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;">การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้น่าจดจำและดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย เช่น การออกแบบที่พักและการตกแต่งที่มีสไตล์แตกต่าง รวมถึงการนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล และโปรโมตข้อมูลดังกล่าวให้กับนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้</li>
</ul>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ชาว LGBTQIA+ เป็นอีกกลุ่มที่หลงใหลการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งการใส่ใจและเข้าใจความหลากหลายอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/jo/0z/ghtfjo0zbd/MicrosoftTeams-image-%2858%29.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 01 Feb 2023 10:39:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>คนโสด ๆ อยู่ทางนี้....เที่ยวอยู่ดี ๆ อาจได้คู่กลับไป</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8756</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/8756</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8756">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><span style="color: #4f2a81;"><strong><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/hf/yo/gh7dhfyo3z/SCB-EIC_Infographic_Single_travel_01.jpg" alt="SCB-EIC_Infographic_Single_travel_01.jpg" width="2481" height="4190" /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/hs/vz/gh7dhsvzf0/SCB-EIC_Infographic_Single_travel_02.jpg" alt="SCB-EIC_Infographic_Single_travel_02.jpg" width="2481" height="4190" /><br /><br /><br /><span style="font-size: 14pt;">เมื่อจำนวนประชากรคนโสดของไทยพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่คนโสดที่ไม่อยากโสดอาจได้เจอคู่ระหว่างท่องเที่ยว</span></strong></span> โดยจากผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคไทยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ (SCB EIC Consumer survey 2022) ในช่วงวันที่ 8-22 กรกฎาคม 2022 พบว่า คนโสดถือเป็นอีกกลุ่มที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว โดยปกติคนโสดมากกว่า 20% ท่องเที่ยวมากกว่า 5 ครั้งต่อปี นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่ออกเดินทางก็มีโอกาสที่คนโสดได้มาเจอกัน</p>
<h2 class="f_med f_demi f_reg" style="font-size: 20px; line-height: 28px; padding-bottom: 10px; color: #4b2885;"><span style="font-size: 14pt;"><strong>สาวโสดและหนุ่มโสด...ความโสดเหมือนแต่ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวต่าง</strong></span></h2>
<ul>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><strong>คนโสดส่วนใหญ่เดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน แต่หนุ่มโสดรุ่นใหม่ชอบเดินทางคนเดียว</strong> โดยราว 20% ของหนุ่มโสดชอบเดินทางคนเดียว ซึ่งมากกว่าสาวโสดถึง 2 เท่า และเป็นหนุ่มโสด Gen Z ที่เดินทางคนเดียวถึง 38% ขณะที่คนโสดวัยเกษียณ (Baby boomer) มากกว่าครึ่งใช้เวลาว่างท่องเที่ยวกับก๊วนเพื่อน</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><strong>แหล่งท่องเที่ยวโดนใจต้องสะดวกเดินทางและสบายกระเป๋า โดยสาวโสดจะเน้นที่พักสุดฮิปแต่ยังมีความกังวลด้านสุขอนามัยมากกว่าหนุ่มโสด</strong> ทำให้สาวโสดมักหลีกเลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน เช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทาง Social media, แหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมหลากหลาย อย่างงานเทศกาล งานคอนเสิร์ต</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><strong>โสดสายชิล พักกายให้หายเหนื่อยแล้วตะเวนขอพรให้ปัง</strong> หนุ่มโสดส่วนใหญ่จะเน้นเข้าถึงธรรมชาติและสัมผัสวิถีชุมชน ขณะที่สาวโสดเน้นพักผ่อน จิบกาแฟ และซื้อของฝาก โดยสาวโสด Gen Y กว่า 55% จะใช้เวลานั่งชิลในคาเฟ่ ขณะที่หนุ่มโสด Gen Y และ Gen X มากกว่าครึ่งเลือกที่จะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง อุทยานแห่งชาติ ทะเล อย่างไรก็ดี แหล่งรวมคนโสดยุคนี้ก็หนีไม่พ้นวัดศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><strong>ที่พักฉบับคนโสดต้องใกล้ชิดธรรมชาติพร้อมอุปกรณ์ทันสมัย ซึ่งที่พักใกล้แหล่งช้อปปิ้งจะถูกใจสาวโสดมากกว่าหนุ่มโสด</strong> สาวโสดจะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทันสมัยมากถึง 36% เมื่อเทียบกับหนุ่มโสดที่มีเพียง 28% โดยสาวโสด Gen Z ราว 43% จะมองหาที่พัก Eco-friendly ขณะที่หนุ่มโสด Gen Z จะชอบความพิเศษกับบริการแบบ Personalization นอกจากนี้ สาวโสดมากกว่า 1 ใน 3 จะเลือกพักโรงแรม 4-5 ดาว ขณะที่หนุ่มโสดส่วนใหญ่เลือกพักโรงแรม 2-3 ดาว โดย 32% จะเข้าพักโดยไม่ได้จองล่วงหน้า (Walk-in) ซึ่งแตกต่างกับคนโสดทั่วไปที่จองที่พักผ่านผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์เป็นหลัก</li>
</ul>
<span style="font-size: 14pt;"><strong><span style="color: #4f2a81;">ทั้งนี้ SCB EIC มองว่า 3 กลยุทธ์สำคัญที่โดนใจคนโสด</span> </strong>ได้แก่</span><br /><br />
<ul>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><strong>การนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนโสด</strong> เนื่องจากคนโสดส่วนใหญ่เลือกแหล่งท่องเที่ยวจากความสะดวกในการเดินทางและงบประมาณค่าใช้จ่ายเป็นหลัก ดังนั้นการ เสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวที่เพิ่มความสะดวกสบายแถมมีโปรโมชันที่โดนใจจะสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี เช่น แพ็กเกจท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัวสำหรับการท่องเที่ยวกับครอบครัวหรือก๊วนเพื่อน และแพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับคนโสดเดินทางคนเดียวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><strong>การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวและการนำเสนอบริการที่สามารถเปิดประสบการณ์ใหม่แก่นักท่องเที่ยว</strong> เช่น การออกแบบและการตกแต่งที่มีสไตล์แตกต่าง การใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการยกระดับการให้บริการ รวมถึงการนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล</li>
<li class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><strong>การสร้างแบรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</strong> ซึ่งราว 1 ใน 3 ของคนโสดมองหาที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น การสร้างแบรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมจึงถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่งที่สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้</li>
</ul>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>ผลสำรวจ SCB EIC Consumer survey 2022 พบว่า คนโสดถือเป็นอีกกลุ่มที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว โดยปกติคนโสดมากกว่า 20% ท่องเที่ยวมากกว่า 5 ครั้งต่อปี</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/oa/q0/gh7doaq0uk/single.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 12 Jan 2023 10:48:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>วิกฤตหนี้ของเศรษฐกิจเกิดใหม่น่ากังวลแค่ไหน กระทบเสถียรภาพการเงินโลกและไทยอย่างไร</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8732</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/8732</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8732">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p class="f_reg" style="text-align: left; font-size: 17px; line-height: 24px; padding-bottom: 38px; color: #4e4e4e;"><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/uw/7r/ggqtuw7rxx/EMDEs-01.jpg" alt="EMDEs-01.jpg" width="2480" height="3997" /><img style="border:0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/uw/96/ggqtuw966s/EMDEs-02.jpg" alt="EMDEs-02.jpg" width="2480" height="3296" /><br /><br /><br />อ่านเพิ่มเติมได้ที่ <span style="text-decoration: underline; color: #7a58bf;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/emdes_281222" target="_blank" rel="noopener">In focus : วิกฤตหนี้ของเศรษฐกิจเกิดใหม่น่ากังวลแค่ไหน กระทบเสถียรภาพการเงินโลกและไทยอย่างไร</a></span></p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>จากการประเมินใน 3 มิติ พบว่าเสถียรภาพต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี จึงคาดว่าความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินจะไม่ลุกลามรุนแรงเป็นวงกว้างในระยะข้างหน้า</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/ym/mp/ggqtymmplr/edmes-03.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 28 Dec 2022 10:30:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เหตุใดนักพัฒนาอสังหาฯ เปิดตัวโครงการฯ ไม่เกิน 3 ล้านมากขึ้น</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8615</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/8615</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8615">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <div style="text-align: left;">&nbsp;<img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/g0/mu/gf1dg0muce/Infographic_Condo_20221102.png" alt="Infographic_Condo_20221102.png" width="1920" height="5858" /><br /><br />อ่านเพิ่มเติมได้ที่ <a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/real-estate-220922">In focus : จับสัญญาณตลาดคอนโดกรุงเทพฯ-ปริมณฑลหลังวิกฤต COVID-19 : ฟื้นตัวท่ามกลางความท้าทายในระยะข้างหน้า</a></div>
<div style="text-align: left;"><br /><br /><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8292">In focus : เจาะผลสำรวจการซื้อที่อยู่อาศัยปี 2022...บ้านแบบไหนตรงใจผู้บริโภค</a></div>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>EIC คาดหน่วยขายได้คอนโดฯ จะขยายตัวได้ราว 5%-15%YOY ในปี 2023 ต่อเนื่องจากปี 2022 โดยคอนโดฯ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีแนวโน้มได้รับความนิยมต่อเนื่อง</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/49/41/gf134941ir/real_estate.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Wed, 02 Nov 2022 10:54:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>EIC มองตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดยังแข็งแกร่ง...แนวโน้มการเติบโตในปริมณฑลสูงกว่ากรุงเทพฯ ตามการขยายตัวของเมืองไปพื้นที่รอบนอก</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8448</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/8448</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8448">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #4f2a81;"><strong><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/cy/3y/gcn4cy3ybn/EIC_Infographic_Real_estate_01.jpg" alt="EIC_Infographic_Real_estate_01.jpg" width="2481" height="4642" /></strong></span></p>
<p><span style="color: #4f2a81;"><strong><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/df/ce/gcn4dfcebl/EIC_Infographic_Real_estate_02.jpg" alt="EIC_Infographic_Real_estate_02.jpg" width="2481" height="4642" /><br /><br />ตลาดบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ยังมีความแข็งแกร่ง</strong></span><br /><br /><span style="color: #000000;"><strong>แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ที่อยู่อาศัยแนวราบ ประเภทบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อปานกลาง-บน ยังมีความแข็งแกร่ง</strong></span></p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>บ้านเดี่ยว</strong></span> : แม้ว่า COVID-19 จะกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคค่อนข้างมาก แต่บ้านเดี่ยวมือ 1 ยังคงได้รับความนิยม อย่างไรก็ดี ในปี 2022 สัดส่วนจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือ 2 ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนว่าบ้านมือ 2 เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ส่วนหนึ่งจากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และราคาบ้านมือ 1 ปรับตัวสูงขึ้นมาก</p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>บ้านแฝด</strong></span> : มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าจับตามองในระยะข้างหน้า โดยจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และสัดส่วนจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา เป็นบ้านมือ 1 มากกว่า 70% ของจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์โดยรวม โดยจำนวนหน่วยในตลาดที่ยังไม่มากนัก ทำให้มีบ้านมือ 2 ออกสู่ตลาดน้อย</p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>ทาวน์เฮาส์</strong></span> : แม้มีสัดส่วนจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์สูงที่สุดในกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ แต่การระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่ผู้บริโภคหลักเป็นกลุ่มกำลังซื้อปานกลาง-ล่าง ซึ่งได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจค่อนข้างมาก<br /><br /><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>ราคาโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือ 1 และบ้านมือ 2 ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง</strong></span><br /><br /><span style="color: #000000;"><strong>ราคาโอนเฉลี่ยของบ้านมือ 1 ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ขณะที่ราคาบ้านมือ 2 ของบ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ขยายตัวควบคู่ไปกับราคาบ้านมือ 1 สะท้อนว่าบ้านมือ 2 ยังสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อปานกลาง-ล่างได้เป็นอย่างดี</strong></span></p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>บ้านเดี่ยว</strong></span> : อัตราการขยายตัวของราคาโอนกรรมสิทธิ์เฉลี่ยต่อหน่วยของบ้านมือ 1 อยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจไม่มากนัก และยังมีความต้องการบ้านราคาสูง ขณะที่ราคาโอนบ้านมือ 2 โดยเฉลี่ยยังอยู่ที่ระดับ 4 ล้านบาท โดยต่ำกว่าบ้านมือ 1 ค่อนข้างมากและปรับตัวเพิ่มขี้นไม่มาก เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อปานกลาง และผู้ที่ต้องการบ้านในทำเลที่ดีกว่า พื้นที่ใช้สอยกว้างกว่า ในราคาที่ถูกกว่าบ้านมือ 1</p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>บ้านแฝด</strong></span> : มีอัตราการขยายตัวของราคาโอนกรรมสิทธิ์เฉลี่ยต่อหน่วยของบ้านมือ 1 และ มือ 2 ใกล้เคียงกัน โดยราคาสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางขึ้น แต่ยังไม่มีกำลังซื้อเพียงพอสำหรับการซื้อบ้านเดี่ยว</p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>ทาวน์เฮาส์</strong></span> : มีอัตราการขยายตัวของราคาโอนกรรมสิทธิ์เฉลี่ยต่อหน่วยของบ้านมือ 1 และ มือ 2 ใกล้เคียงกัน โดยราคาโอนกรรมสิทธิ์เฉลี่ยต่อหน่วยของบ้านมือ 2 ที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 2 ล้านบาท สะท้อนว่าบ้านมือ 2 ยังสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อปานกลาง-ล่างได้เป็นอย่างดี<br /> <br /><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบปริมณฑลเติบโตกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ</strong></span><br /><br /><span style="color: #000000;"><strong>ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบมีแนวโน้มเติบโตในพื้นที่ปริมณฑลสูงกว่ากรุงเทพฯ ตามการขยายตัวของเมืองไปยังพื้นที่รอบนอก จากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า</strong></span> ที่ดินผืนใหญ่ในกรุงเทพฯ ที่หายาก และมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจทำเลปริมณฑลมากขึ้น ประกอบกับการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าไปยังพื้นที่รอบนอกมากขึ้น โดยในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนหน่วยโอนในปริมณฑลของบ้านแฝดมีอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดถึง 15%CAGR รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ที่ 8%CAGR และ 4%CAGR ตามลำดับ ทั้งนี้จำนวนหน่วยโอนที่อยู่อาศัยแนวราบในปริมณฑลยังคงกระจุกตัวใน 3 จังหวัดหลัก ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยในระยะที่ผ่านมา ผู้บริโภคสนใจที่อยู่อาศัยแนวราบในปทุมธานี และนนทบุรีค่อนข้างมาก<br /><br /><br /><span style="color: #000000;"><strong>EIC คาดว่าที่อยู่อาศัยแนวราบเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2022 จะอยู่ที่ราว 44,100 หน่วย (+21%YOY)</strong></span> โดยในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี 2022 ผู้ประกอบการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบราว 24,728 หน่วย (+43%YOY) และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี ผู้ประกอบการจะทยอยเปิดโครงการตามแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยแนวราบเปิดใหม่ขายได้ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี 2022 ยังคงหดตัว โดยมาจากการหดตัวของทาวน์เฮาส์ ซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุดเป็นหลัก รวมถึงบ้านแฝดที่หดตัวด้วยเช่นกัน สะท้อนถึงกำลังซื้อปานกลาง-ล่าง ซึ่งเป็นผู้บริโภคหลักได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ<br /><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>ปัจจัยหนุนตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ</strong></span></p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>ผู้บริโภคยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบ</strong></span> ที่สามารถตอบโจทย์ด้านพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว</p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>การพัฒนาด้านการคมนาคม</strong></span> โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ทั้งสายที่เปิดให้บริการใหม่ และส่วนต่อขยาย ซึ่งทำเลปลายสายรถไฟฟ้าเป็นต้นไปเป็นโอกาสสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ</p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>มาตรการให้สิทธิชาวต่างชาติที่ความมั่งคั่งสูงถือครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่</strong></span> จะช่วยหนุนตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบราคาสูง แต่ยังต้องติดตามความคืบหน้าของการประกาศ รายละเอียด และเงื่อนไขต่อไป<br /><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>ปัจจัยท้าทายตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ</strong></span></p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น</strong></span> ทั้งราคาที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับที่ดินผืนใหญ่หายากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนวัสดุก่อสร้างได้รับผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน อีกทั้ง ต้นทุนแรงงานยังอยู่ในระดับสูง จากการที่ภาคก่อสร้างยังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอีกด้วย</p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</strong></span> ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และต้นทุนสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น</p>
<p><br />&bull; <span style="color: #000000;"><strong>บ้านมือ 2 มีแนวโน้มออกสู่ตลาดมากขึ้น</strong></span> จากผลกระทบจากด้านเศรษฐกิจ และการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นไปอย่างรุนแรงขึ้น<br /><br /><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการในการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ</strong></span></p>
<p><br />&bull; ผู้ประกอบการอาจพัฒนาบ้านเดี่ยวราคาสูง เพื่อเจาะผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อสูง ที่ได้รับผลกระทบจากด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวค่อนข้างน้อย ขณะที่การพัฒนาบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก และบ้านแฝด เพื่ออาจเจาะผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อปานกลางขึ้นไป รวมถึงกลุ่ม Gen Y และ Z ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแนวราบหลังแรก สำหรับการพัฒนาทาวน์เฮาส์ โดยเฉพาะโครงการที่เจาะผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อระดับล่าง ควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยอาจทยอยระบายหน่วยเหลือขายสะสม แล้วจึงทยอยเปิดตัวตัวโครงการใหม่</p>
<p><br />&bull; ราคาที่ดินในเมืองที่ปรับตัวสูงขึ้น และที่ดินผืนใหญ่หายากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาจเลือกพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอก และปริมณฑลมากขึ้น โดยจำเป็นต้องพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในแต่ละ Segment อย่างสอดคล้องกับต้นทุนราคาที่ดิน</p>
<p><br />&bull; นำเสนอความคุ้มค่า และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เช่น นำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และการประหยัดพลังงานมาใช้ มีความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในบ้าน ออกแบบเป็น Universal design ที่ตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันของสมาชิกในบ้าน รวมถึงทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับผู้บริโภค เช่น โครงการที่มีทั้งบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด</p>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>คาดการณ์ว่า หน่วยเปิดใหม่ของที่อยู่อาศัยแนวราบในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2022 จะอยู่ที่ราว 44,100 หน่วย เพิ่มขึ้น 21%YOY</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/3p/un/gcn43pun5m/residential.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Mon, 22 Aug 2022 09:32:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>จะเกิดอะไรขึ้น? หากไทยขึ้น ดอกเบี้ยเร็วและแรง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8419</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/8419</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8419">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <div style="text-align: left;"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/gx/fr/gc7ogxfr43/Infographic_%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2-01.jpg" alt="Infographic_ดอกเบี้ย-01.jpg" width="1241" height="2007" /><br /><br />สามารถอ่านรายงานฉบับเต็ม ซึ่งได้ศึกษากรณีการขึ้นดอกเบี้ยรูปแบบอื่น ๆ และอธิบายข้อสรุปเกี่ยวกับนโยบายที่เหมาะสมได้ที่นี่ &gt;&nbsp;<a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/Inflation-060722">https://www.scbeic.com/th/detail/product/Inflation-060722</a><br /><br /></div>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เงินเฟ้อไทยแตะ 7.7% แล้วในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา สูงที่สุดในรอบ 14 ปี ธปท. จึงจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงิน ผ่านการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/dr/vv/gc7pdrvvg1/Infographic_%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2-02.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 02 Aug 2022 11:52:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>เงินเฟ้อโลกเร่งตัวต่อเนื่อง ฉุดการฟื้นตัวต่อเศรษฐกิจ</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8283</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/8283</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/8283">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <br /><a href="https://social-plugins.line.me/lineit/share?url=https://www.scbeic.com/th/detail/product/8283?utm_source=shareline" target="_blank" rel="noopener"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/45/5e/g9y3455e77/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29.jpg" alt="LINE_sharebutton[1]-(1).jpg" width="150" height="60" /></a><br /><br />
<div style="text-align: left;">&nbsp;<img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/5f/08/g9y35f088v/Note_Inflation_20220520-01.jpg" alt="Note_Inflation_20220520-01.jpg" width="780" height="1459" /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/5w/2g/g9y35w2g79/Note_Inflation_20220520-02.jpg" alt="Note_Inflation_20220520-02.jpg" width="200" height="200" /><br /><br />อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ <a href="อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ https:/www.scbeic.com/th/detail/product/8282">https://www.scbeic.com/th/detail/product/8282</a></div>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>เงินเฟ้อโลกเร่งตัวต่อเนื่อง ฉุดการฟื้นตัวต่อเศรษฐกิจ</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/tt/87/g9y3tt878f/MicrosoftTeams-image-%285%29.png" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Fri, 20 May 2022 11:26:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>EIC Infographic: 5 ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อคุณภาพทางการศึกษา</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7723</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7723</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7723">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <br /><a href="https://social-plugins.line.me/lineit/share?url=https://www.scbeic.com/th/detail/product/7723?utm_source=shareline&amp;utm_medium=Link&amp;utm_campaign=shareline_infographic_05082021"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/lp/7f/g14slp7f8h/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29.jpg" alt="LINE_sharebutton[1]-(1).jpg" width="150" height="60" /></a><br /><br />
<div style="text-align: left;">&nbsp;</div>
<img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/su/fx/g14ssufx5b/AW_FB_Education_Disruption-01.jpg" alt="AW_FB_Education_Disruption-01.jpg" width="2501" height="1667" /><br /><br />5 ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อคุณภาพทางการศึกษา<br />.<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/sx/mj/g14ssxmjdv/AW_FB_Education_Disruption-02.jpg" alt="AW_FB_Education_Disruption-02.jpg" width="2168" height="2167" /><br /><br />ข้อที่ 1.ความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์การเรียน เช่น คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ซึ่งบางครอบครัวโดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยสัดส่วนครัวเรือนไทยที่พร้อมต่อการเรียนออนไลน์ค่อนข้างต่ำ <br />.<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/t0/rw/g14st0rwbs/AW_FB_Education_Disruption-03.jpg" alt="AW_FB_Education_Disruption-03.jpg" width="2167" height="2167" /><br /><br />ข้อที่ 2.สภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวยต่อการศึกษา เนื่องจากการเรียนทางไกลเป็นรูปแบบการเรียนใหม่ นักเรียนนักศึกษาอาจไม่สามารถปรับตัวได้ทันและเกิดอาการท้อแท้หมดกำลังใจในการเรียน ซึ่งอาจกระทบต่อผลการศึกษาได้<br />.<br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/t4/1j/g14st41jo6/AW_FB_Education_Disruption_Artboard-4.jpg" alt="AW_FB_Education_Disruption_Artboard-4.jpg" width="2167" height="2167" /><br /><br />ข้อที่ 3.การได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากวิกฤต COVID-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกหดตัว และหลายครอบครัวมีรายได้ที่ลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อศักยภาพในการจ่ายค่าเล่าเรียนและการซื้ออุปกรณ์การเรียน <br />.<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/t7/g8/g14st7g825/AW_FB_Education_Disruption_Artboard-5.jpg" alt="AW_FB_Education_Disruption_Artboard-5.jpg" width="2168" height="2167" /><br /><br />ข้อที่ 4.การขาดการสนับสนุนด้านอื่นจากโรงเรียน&nbsp; เช่น ด้านโภชนาการ การปรึกษา การพยาบาล และอุปกรณ์การกีฬา ซึ่งการขาดการสนับสนุนเหล่านี้นอกจากจะทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองสูงขึ้นแล้ว ก็ยังส่งผลต่อสภาพแวดล้อมการเรียนที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพการศึกษาได้ โดยเฉพาะกับครอบครัวที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสวัสดิการสังคมอยู่แล้ว<br />.<br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ta/pt/g14stapt7e/AW_FB_Education_Disruption_Artboard-6.jpg" alt="AW_FB_Education_Disruption_Artboard-6.jpg" width="2167" height="2167" /><br /><br />ข้อที่ 5.งบประมาณสำหรับการศึกษาที่น้อยลง เนื่องจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากวิกฤต COVID-19 ส่งผลให้ภาครัฐต้องเร่งเยียวยาประชาชนเป็นจำนวนมาก ขณะที่การจัดเก็บรายได้ภาครัฐลดลง ทำให้รัฐบาลอาจจำเป็นต้องลดการจัดสรรงบประมาณสำหรับการศึกษาไปส่วนอื่น ๆ ซึ่งอาจกระทบต่อการสร้างและพัฒนาโรงเรียน การจ้างครูอาจารย์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการเรียนออนไลน์ในระยะต่อไป<br /><br />.<br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/te/r7/g14ster76g/AW_FB_Education_Disruption_Artboard-7.jpg" alt="AW_FB_Education_Disruption_Artboard-7.jpg" width="2167" height="2167" /><br /><br />คุณภาพการศึกษาที่ลดลงกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ ทั้งด้านผลกระทบต่อรายได้ในอนาคตจากผลิตภาพแรงงานที่อาจลดลง และด้านผลกระทบต่อการทำงานของผู้ปกครองที่ประสิทธิภาพการทำงานอาจลดลงเนื่องจากต้องแบ่งเวลาดูแลบุตรหลาน<br /><br />.<br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ti/4g/g14sti4g7i/AW_FB_Education_Disruption_Artboard-8.jpg" alt="AW_FB_Education_Disruption_Artboard-8.jpg" width="2168" height="2167" /><br /><br />ภาครัฐควรพัฒนาช่องทางการเรียนออนไลน์ที่มีอยู่เดิมให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาในมิติอื่น ๆ ทั้งการเร่งฉีดวัคซีน, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม, การจัดหาอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตให้ครอบครัวนักเรียนที่ขาดแคลน, การปรับหลักสูตรการเรียนให้เหมาะสม, การจัดคอร์สเรียนเสริม และการพิจารณาลดค่าเล่าเรียน <br /><br /><br />อ่านเพิ่มเติมได้ที่ <span style="text-decoration: underline;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7695">EIC In the news: COVID-19 Education Disruption: นัยต่อสังคมและเศรษฐกิจเมื่อโลกเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์</a></span>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>การระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 อยู่เรื่อย ๆ ทำให้ภาครัฐยังคงมีมาตรการควบคุม อย่างมาตรการปิดโรงเรียนและการเรียนออนไลน์</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/me/ll/g14smellxx/AW_FB_Education_Disruption-01.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Thu, 05 Aug 2021 16:53:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>EIC Infographic: ความมั่นคงที่เริ่มสั่นคลอนของมนุษย์เงินเดือนยุคโควิด</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7683</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7683</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7683">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <br /><a href="https://social-plugins.line.me/lineit/share?url=https://www.scbeic.com/th/detail/product/7683?utm_source=shareline&amp;utm_medium=Link&amp;utm_campaign=shareline_infographic_13072021" target="_blank" rel="noopener"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/r9/gj/g0f3r9gjmo/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29.jpg" alt="LINE_sharebutton[1]-(1).jpg" width="150" height="60" /></a><br /><br />
<div style="text-align: left;">&nbsp;</div>
<img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ed/tb/g0f3edtboc/salaryman-01.jpg" alt="salaryman-01.jpg" width="1200" height="800" /><br /><br />ความมั่นคงที่เริ่มสั่นคลอนของมนุษย์เงินเดือนยุคโควิด <br />.<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ef/vf/g0f3efvfsp/salaryman-02.jpg" alt="salaryman-02.jpg" width="1040" height="1040" /><br /><br />มนุษย์เงินเดือน มักมีรายได้ที่แน่นอนจาก เงินเดือน และสวัสดิการต่าง ๆ ต่างจากคนทำงานรายวัน หรือคนทำงานอิสระ แต่ด้วยผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่รุนแรงจากวิกฤตโควิดที่เกิดขึ้น ทำให้ความมั่นคงของรายได้มนุษย์เงินเดือนสั่นคลอนไม่น้อย<br />.<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/eh/w3/g0f3ehw39t/salaryman-03.jpg" alt="salaryman-03.jpg" width="1040" height="1040" /><br /><br />รายได้ของมนุษย์เงินเดือนไทย (เฉพาะที่ทำงานในภาคเอกชน) ซึ่งประกอบไปด้วย เงินเดือน ค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) และโบนัส ในปี 2020 ที่ผ่านมา ในภาพรวมยังคงเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย ซึ่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้ในส่วนของเงินเดือนยังคงปรับเพิ่มขึ้น คาดว่าเป็นเพราะหลายบริษัทได้ทำการปรับเงินเดือนกันแบบปีต่อปีในช่วงต้นปี โดยอ้างอิงกับผลประกอบการปีก่อนหน้าและไม่ใช่ทุกบริษัทที่มีการปรับเงินเดือนกันในระหว่างปี ในขณะที่รายได้เฉพาะแค่ในส่วน โอที และโบนัส มีการลดลงแล้ว<br />.<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/ek/0g/g0f3ek0gie/salaryman-04.jpg" alt="salaryman-04.jpg" width="1040" height="1040" /><br /><br />เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 2021 สถานการณ์ยังคงแย่ลงต่อเนื่องสำหรับเหล่ามนุษย์เงินเดือนจากวิกฤตโควิดที่เริ่มส่งผลกระทบอย่างเต็มที่ต่อรายได้ แม้กระทั่งในส่วนของเงินเดือนที่ไม่เคยปรับลดลงติดต่อกันมาเป็นเวลา 12 ไตรมาส ก็ปรับลดลงในไตรมาสแรกของปีนี้ <br />.<br /><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/em/eb/g0f3emebk0/salaryman-05.jpg" alt="salaryman-05.jpg" width="1040" height="1040" /><br /><br />วิกฤตโควิดได้เร่งให้ 2 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าตอบแทนของแรงงานในระยะยาวมีความเด่นชัดมากขึ้น ได้แก่ 1.ปัจจัยด้านความสามารถของแรงงาน (productivity) และ 2.ปัจจัยด้านความสำคัญ (relevance) ของประเภทงานที่ทำเป็นหลัก สะท้อนถึงเทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำหรับแรงงานที่ยังขาดทักษะ<br />.<br /><br /><br />อ่านเพิ่มเติมได้ที่ <span style="text-decoration: underline;"><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7652" target="_blank" rel="noopener">EIC In the news:&nbsp;ความมั่นคงที่เริ่มสั่นคลอนของมนุษย์เงินเดือนยุคโควิด</a></span>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่รุนแรงก็ได้ทำให้ความมั่นคงของมนุษย์เงินเดือนนั้นถูกสั่นคลอนไปไม่น้อย</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/j6/ng/g0f4j6ng8f/salaryman-00.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Tue, 13 Jul 2021 09:11:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>EIC Data Analytics : มองเทรนด์ท่องเที่ยวไทยช่วงส่งท้ายปี : “เราเที่ยวด้วยกัน” ประชัน COVID-19 ระลอกใหม่</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7297</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7297</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7297">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <strong><a href="https://bit.ly/3mQaMHz"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/xo/pr/fuapxoprut/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29.JPG" alt="LINE_sharebutton[1]-(1).JPG" width="150" height="60" /></a><br /><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/3l/dl/fuaq3ldlox/Data_Infographic_travel-01.jpg" alt="Data_Infographic_travel-01.jpg" width="2481" height="5237" /><br /><br /></strong>
<div><span style="color: #4f2a81;"><strong>EIC วิเคราะห์ว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จะได้รับผลกระทบเพิ่มเติมที่รุนแรงจากการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 แม้ปัจจัยสนับสนุนอย่างมาตรการ &ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&rdquo; จะได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงที่ผ่านมา <br /><br />ภาคการท่องเที่ยวของไทยในช่วงที่ผ่านมามีการทยอยฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวของคนไทยด้วยกันเอง แต่ทั้งจำนวนและรายได้ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า ขณะที่การฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมายังไม่ทั่วถึง โดยจังหวัดที่คนไทยนิยมท่องเที่ยวอยู่แล้วในอดีตยังเป็นกลุ่มที่สามารถฟื้นตัวได้ดีกว่า </strong></span></div>
<div>&nbsp;</div>
<ul>
<li>ภาคการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ที่ทรุดหนักจากการหายไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เริ่มปรับตัวผ่านพ้นจุดต่ำสุดจากในช่วงล็อกดาวน์ หลังคนไทยเริ่มออกมาท่องเที่ยวในประเทศกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวในประเทศโดยคนไทยก็ยังกลับมาไม่เท่ากับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยในช่วงเดือนตุลาคม ยังต่ำกว่าในช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าถึง -34.5%YOY (หดตัวน้อยลงจาก -38.1%YOY ในไตรมาส 3) ขณะที่รายได้ที่มาจากนักท่องเที่ยวคนไทยก็ต่ำกว่าอยู่ถึง -49.2%YOY (หดตัวน้อยลงจาก -57.2%YOY ในไตรมาส 3) ซึ่งการที่รายได้มีการหดตัวมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวนั้นหมายความว่า <strong>นอกจากคนไทยจะเดินทางท่องเที่ยวน้อยลงแล้ว ยังใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ยลดลงอีกด้วย</strong> ถือเป็นการสะดุดลงของแนวโน้มการขยายตัวของการท่องเที่ยวโดยคนไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558-2562) โดยจากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของภาคครัวเรือนไทยของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ครัวเรือนไทยใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3.9% ต่อปี แม้การใช้จ่ายในภาพรวมจะชะลอลง -0.5% ต่อปี <br /><br /></li>
<li>ทั้งนี้แม้จะเริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในเดือนตุลาคม แต่ก็ยังเป็นจำนวนที่น้อยมากเพียง 1,201 คนเท่านั้น หรือคิดเป็นเพียง 0.04% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมในเดือนเดียวกันของปีก่อน <br /><br /></li>
<li>ในภาวะที่ซบเซานี้ การมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการ &ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&rdquo; ถือว่ามีส่วนช่วยภาคการท่องเที่ยวในประเทศ โดย ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2563 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการแล้ว 6.4 ล้านคน และมีผู้ใช้สิทธิ์จองที่พักที่ชำระเงินแล้วจำนวน 4 ล้านสิทธิ์ จาก 5 ล้านสิทธิ์ คิดเป็นมูลค่าห้องพักที่จอง 10,961 ล้านบาท อย่างไรก็ดี <strong>การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศมีลักษณะที่ไม่ทั่วถึง ซึ่งจังหวัดที่มีการฟื้นตัวได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยมักเป็นจังหวัดยอดนิยมของคนไทยอยู่แล้ว</strong> โดยเฉลี่ยในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม (ข้อมูลล่าสุด) จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเฉลี่ยหดตัวที่ -37.0%YOY จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่จังหวัดยอดนิยม (ประเมินจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยสะสมในช่วง ก.ค.-ต.ค. 62) เช่น เชียงใหม่ หดตัวเพียง -11.4%YOY เช่นเดียวกันกับ ประจวบคีรีขันธ์ (-11.4%YOY) ชลบุรี (-12.4%YOY) กาญจนบุรี (-14.0%YOY) และเพชรบุรี (-16.6%YOY) <strong>ขณะที่จังหวัดในภาคใต้ที่เคยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (ประเมินจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติสะสมในช่วง ก.ค.-ต.ค. 62) ฟื้นตัวได้ช้ากว่า</strong> เช่น ภูเก็ต ที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยรวมในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง -51.3%YOY เช่นเดียวกันกับ สุราษฎร์ธานี (-42.9%YOY) และกระบี่ (-63.0%YOY) โดยคาดว่าสาเหตุที่คนไทยไปเที่ยวจังหวัดเหล่านี้ลดลงมากกว่าอาจมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งค่าใช้จ่ายในการเที่ยวที่สูงกว่า ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยตามสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ระยะการเดินทางที่ไกลจากภาคอื่น ๆ สอดคล้องกับผลสำรวจของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งพบว่า คนไทยนิยมเที่ยวใกล้บ้านมากขึ้น ประกอบกับยังมีผลกระทบจากพายุที่ส่งผลให้มีน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ในภาคใต้ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม &nbsp;&nbsp;&nbsp;<br /><br /></li>
<li><strong>ในช่วงต้นไตรมาสที่ 4 ทิศทางการฟื้นตัวของจังหวัดท่องเที่ยวที่ไกลจากกรุงเทพฯ เริ่มปรับดีขึ้น</strong> หลังนักท่องเที่ยวเริ่มมีความเชื่อมั่นในการโดยสารด้วยเครื่องบินมากขึ้น ทำให้จังหวัดท่องเที่ยวที่อยู่ไกลกรุงเทพฯ (มีระยะเดินทางด้วยรถยนต์เกิน 4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ) เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เริ่มปรับตัวในทิศทางดีขึ้น ต่างจากในช่วงหลังคลายล็อกดาวน์ในไตรมาสที่ 3 ที่การท่องเที่ยวในประเทศจะเริ่มฟื้นตัวในกลุ่มจังหวัดที่ใกล้กรุงเทพฯ ก่อน อย่างไรก็ดีกลุ่มจังหวัดไกลกรุงเทพฯ ที่ปรับตัวดีขึ้นก็ยังคงเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมไปอยู่ก่อนแล้ว<br /><br /></li>
</ul>
<div><strong>ความกังวลต่อการแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นปัจจัยที่ส่งผลอย่างรวดเร็วต่อการท่องเที่ยวของคนไทย</strong> หลังจากที่ไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงและส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ใน State Quarantine แต่เมื่อไทยมีเหตุการณ์การพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ส่งผลต่อกิจกรรมการเดินทางซึ่งรวมถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วยกัน 2 เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ได้แก่ เหตุการณ์ในจังหวัดระยอง ณ วันที่ 10 กรกฎาคม และจังหวัดเชียงราย ณ วันที่ 2 ธันวาคม ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ กิจกรรมการเดินทางในทั้ง 2 จังหวัดดังกล่าวได้ลดลงในทันที สะท้อนจากข้อมูลการเดินทางของ Facebook (Facebook Movement Range) โดยสำหรับเหตุการณ์ในระยอง ใช้เวลาประมาณ 22 วันในการกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่เหตุการณ์ในเชียงรายเกิดการลดลงของปริมาณการเดินทางอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั้งหมดในประเทศและส่งผลลบต่อการท่องเที่ยวของเชียงรายในช่วงหน้าหนาวซึ่งเป็น high season ของทุกปี อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 เหตุการณ์มีผลค่อนข้างจำกัดในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด โดยในกรณีของจังหวัดระยองนั้น ข้อมูลการเดินทางของ Facebook ในจังหวัดใกล้เคียงอย่างชลบุรีและฉะเชิงเทราไม่ได้ชะลอตัวลงตามจังหวัดระยอง คล้ายคลึงกับกรณีของจังหวัดเชียงรายที่ข้อมูลการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับที่พัก (Google Trends) และข้อมูลการเดินทางของ Facebook ในจังหวัดใกล้เคียงอย่างเชียงใหม่ ที่แม้จะมีแนวโน้มชะลอตัวลงบ้างแต่ไม่ได้มากเท่าเชียงรายและไม่ได้ชะลอตัวลงในทันทีที่พบผู้ติดเชื้อในเชียงราย อาจเพราะจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้สูงมากและสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อไม่ใช่ศูนย์กลางของการสัญจรระหว่างจังหวัด ทั้งนี้ทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญถึงความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ<br /><br /><strong>การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่มีแนวโน้มกลับมาส่งผลต่อการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง</strong> สำหรับเหตุการณ์การแพร่ระบาดล่าสุดที่จังหวัดสมุทรสาครตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม ซึ่งพบผู้ติดเชื้อสะสมสูงถึง 1,356 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ธันวาคม) นั้น ข้อมูลการเดินทางของ Facebook ก็ลดลงทันทีเช่นกัน โดย 1 วันหลังการแพร่ระบาด ข้อมูลการเดินทางของ Facebook ของสมุทรสาครลดลงมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 23.9 percentage point ซึ่งสูงกว่ากรณีของระยอง (ลดลงมากกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ 2.0 percentage point) และเชียงราย (ลดลงมากกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ 0.4 percentage point) และการแพร่ระบาดครั้งนี้อาจมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อจังหวัดใกล้เคียงมากกว่ากรณีของระยองและเชียงราย เนื่องจาก (1) มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบเป็นจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการติดตามและควบคุม (2) มีการเกี่ยวข้องกับตลาดค้าส่งอาหาร ซึ่งทำให้การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีการขยายตัวเป็นวงกว้างในหลายจังหวัด และ (3) อาจส่งผลต่อภาคการผลิตอื่น ๆ นอกจากภาคการท่องเที่ยว เช่น ภาคการผลิตอาหาร ภาคการก่อสร้าง และการค้าชายแดน ดังนั้น การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่นี้จึงมีความรุนแรงมากกว่า 2 เหตุการณ์ที่ผ่านมา <br /><br /><strong>ความกังวลต่อการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้คนไทยมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยวช่วงส่งท้ายปี</strong> ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,277 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 4-10 ธันวาคม 2563 เรื่อง &ldquo;คนไทยกับการท่องเที่ยวส่งท้าย ปี 2563&rdquo; โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พบว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดในปี 2563 &nbsp;ได้แก่ การท่องเที่ยวอย่างระมัดระวัง ไม่ไปเที่ยวในที่คนพลุกพล่าน เลือกสถานที่ท่องเที่ยวมากขึ้น การท่องเที่ยวในสถานที่ใกล้บ้าน และเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับมากขึ้น นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะยังเป็นสถานการณ์ที่จะกระทบกับการวางแผนการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ของคนไทยมากที่สุด โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ <strong>เหตุการณ์ความกังวลต่อการแพร่ระบาดในเชียงรายที่ยังอาจมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงการตัดสินใจไปเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปีในจังหวัดดังกล่าว</strong> สะท้อนจากข้อมูลการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับที่พักในจังหวัดเชียงรายบน Google ที่ลดลงหลังพบผู้ติดเชื้อนอก State Quarantine เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน และผู้ติดเชื้อภายในประเทศเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม โดยดัชนี Google Trends ลดลงต่ำสุดในช่วงวันที่ 13-19 ธันวาคม ที่ -46.9% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2560-2562 <strong>ขณะที่เหตุการณ์ในจังหวัดสมุทรสาครมีผลโดยตรงต่อการท่องเที่ยวช่วงปลายปี</strong> เนื่องจากเริ่มมีการล็อกดาวน์ในหลายจังหวัดที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการควบคุมโรคของภาครัฐเริ่มลดลง รวมถึงการที่ห้างสรรพสินค้าและภาคเอกชนในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดเริ่มประกาศงดกิจกรรมต่าง ๆ ช่วงปลายปี นอกจากนี้ การพบผู้ติดเชื้อที่กระจายอยู่ในหลายจังหวัดอาจส่งผลให้ประชาชนบางส่วนตัดสินใจเลื่อนทริปท่องเที่ยวช่วงปลายปีจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดในสถานที่ต่าง ๆ และการขาดความมั่นใจในการเดินทางด้วยเครื่องบินและการขนส่งสาธารณะภาคพื้นดิน</div>
<div>&nbsp;</div>
<div><strong>EIC มองว่าธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยในปี 2564 ยังมีอีกหลายความท้าทาย</strong> อันประกอบไปด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้</div>
<ul>
<li><strong>ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของ COVID-19 :</strong> เป็นความท้าทายที่จะยังมีอยู่จนกว่าการได้รับวัคซีนจะเกิดขึ้นในวงกว้าง EIC ประเมินว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะได้รับวัคซีนเป็นวงกว้างและเข้าสู่ภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd immunity) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ขณะที่ไทยน่าจะมีการเริ่มฉีดในช่วงกลางปีหน้า และจะเข้าสู่ภาวะคุ้มกันหมู่ได้ภายในครึ่งแรกของปี 2565 โดยประเด็นการได้รับวัคซีนนี้จะมีผลต่อการเดินทางเข้ามายังไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการตัดสินใจเปิดประเทศของบ้านเราด้วยเช่นกัน ทุกภาคส่วนจึงควรยังต้องมีความระมัดระวังในระดับสูงเพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวสามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาด ทั้งนี้ EIC คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 จะอยู่ที่ราว 8.5 ล้านคน โดยส่วนใหญ่จะเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง <strong>EIC มองว่า ถึงแม้จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่ไทยจะได้รับวัคซีน แต่ภาครัฐและผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวก็ควรมีการเตรียมพร้อมสำหรับการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เนิ่น ๆ</strong> ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนจัดสรรวัคซีนให้ทั่วถึงแก่บุคลากรภาคการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนและสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงการวางระบบตรวจสอบข้อมูลด้านสุขอนามัยและข้อมูลการฉีดวัคซีนที่อาจจำเป็นมากขึ้นในการท่องเที่ยวในช่วงหลังจากนี้<br /><br /></li>
<li><strong>กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวที่ซบเซา :</strong> เป็นปัจจัยที่เกิดจากผลกระทบของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการประคับประคองการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวไปอีกระยะหนึ่ง การขยายระยะเวลาของโครงการ &ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&rdquo; หรือการออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวใหม่ ๆ จึงมีส่วนสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงต้นปีหน้า ภายใต้สมมติฐานว่า ไทยจะสามารถควบคุมการระบาดระลอกใหม่นี้ได้<br /><br /></li>
<li><strong>การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว :</strong> เช่น ความระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยที่เพิ่มมากขึ้น การหลีกเลี่ยงสถานที่ที่แออัด การมองหาโปรโมชันที่จูงใจ คุ้มค่ากับราคาในภาวะที่กำลังซื้อมีจำกัด <br /><br /></li>
<li><strong>ภาวะการแข่งขันระหว่างธุรกิจท่องเที่ยวด้วยกันที่รุนแรงมากขึ้น :</strong> ทั้งในด้านการลดราคาและการนำเสนอโปรโมชันจูงใจต่าง ๆ ที่น่าจะยังมีอยู่ต่อไปในภาวะที่อุปสงค์การเข้าพักต่ำลงจากการหายไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในขณะที่อุปทานห้องพักมีเท่าเดิม จนกว่าจะเริ่มมีปัจจัยสนับสนุนด้านความต้องการเข้าพักจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา</li>
</ul>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>EIC Data Infographic : EIC วิเคราะห์ว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จะได้รับผลกระทบเพิ่มเติมที่รุนแรง</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/2x/zm/fuaq2xzmeh/Data_Infographic_travel-03.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Fri, 25 Dec 2020 12:12:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>EIC Data Analytics : กรุงเทพฯ กลับมาเผชิญรถติด-มลพิษ แม้วิกฤติ COVID-19 ยังไม่คลี่คลาย</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7246</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7246</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7246">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <strong><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/dc/kj/ftnsdckju3/TH_Data_Infographic_traffic-01.jpg" alt="TH_Data_Infographic_traffic-01.jpg" width="200" height="200" /><br /><br /></strong>
<div><span style="color: #4f2a81;"><strong>EIC วิเคราะห์ข้อมูลดัชนีรถติด ข้อมูลดาวเทียมจาก Google Earth Engine และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ พบว่า หลังผ่านพ้นช่วง lockdown กรุงเทพฯ กลับมามีปัญหารถติดและมลพิษสูงใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แม้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา </strong></span><br /><br /><strong>คนกรุงเทพฯ กลับมาเผชิญปัญหารถติดหลังคลาย lockdown แม้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ</strong> จากข้อมูลดัชนีรถติด Longdo ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสภาพความติดขัดของการจราจรบนท้องถนน พบว่าแม้การจราจรในกรุงเทพฯ ช่วง lockdown (ปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2563) จะเบาบางลงอย่างมีนัยสำคัญถึง -18.9%YOY แต่การจราจรก็ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังผ่อนคลาย lockdown ในเดือนกรกฎาคม โดยล่าสุดดัชนีรถติดในเดือนตุลาคมกลับมาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 3.8%YOY แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในไทยในเดือนเดียวกันจะยังไม่กลับมา (-100%YOY) เช่นเดียวกันกับจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยที่เข้ามาในกรุงเทพฯ ที่ก็ยังน้อยกว่าเดือนเดียวกันในปีก่อนถึง -48.7%YOY ทั้งนี้<strong>ในช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ถือได้ว่าเป็นเมืองรถติดสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก</strong> จากข้อมูลของ TomTom บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลจราจรและแผนที่ ในปี 2562 กรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับว่ารถติดสูงเป็นอันดับที่ 11 จากทั้งหมด 416 เมืองทั่วโลก แม้อันดับโลกของกรุงเทพฯ จะดีขึ้นจากปี 2561 ซึ่งอยู่อันดับที่ 8 แต่ปริมาณรถติดยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผลกระทบจากการจราจรที่ติดขัดก่อให้เกิดต้นทุนที่สูญเสียไปทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะต้นทุนด้านเวลา โดยในปี 2562 คนที่ใช้ถนนในกรุงเทพฯ ต้องใช้เวลาบนท้องถนนเพิ่มจากเวลาที่ใช้เดินทางปกติสูงถึง 207 ชั่วโมง (หรือ 8 วัน 15 ชั่วโมง) ต่อปี ซึ่งเวลาดังกล่าวเทียบเท่ากับการดูฟุตบอล 138 คู่ติดต่อกัน หรือการดูภาพยนตร์ Harry Potter ทั้ง 7 ภาคจบ 9 รอบติดต่อกัน <br /><br /><strong>ข้อมูลระดับมลพิษและข้อมูลดาวเทียมบ่งชี้ว่ามลพิษทางอากาศก็กลับมาเป็นปัญหาสำหรับคนกรุงเทพฯ เช่นกัน</strong> ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกายและสุขภาพของคนโดยตรง และก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคภัยต่าง ๆ ในระยะยาวได้ EIC ได้ใช้ข้อมูลดาวเทียมจาก Google Earth Engine ร่วมกับข้อมูลมลพิษทางอากาศระดับพื้นดินจาก OpenAQ มาวิเคราะห์แนวโน้มและการกระจายตัวของมลพิษทางอากาศ ได้แก่ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ และฝุ่นละออง PM ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีข้อค้นพบดังนี้<br /><br /></div>
<div>&nbsp;</div>
<ul>
<li><strong>ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO<sub>2</sub>) :</strong> ส่วนใหญ่ก๊าซ NO<sub>2</sub> จะเกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์จากโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน และการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ โดย<strong>ในช่วง lockdown เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2563 ความหนาแน่นของ NO<sub>2</sub> ได้ลดลงต่ำกว่าปีก่อนหน้าถึง -24.7%YOY แต่หลังจากผ่อนคลายมาตรการ lockdown ความหนาแน่นของ NO<sub>2</sub> ในเดือนสิงหาคมก็เพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกับปี 2562</strong> โดยค่าความหนาแน่นของ NO<sub>2</sub> เฉลี่ยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณสูงกว่าเกณฑ์ที่ WHO แนะนำที่เฉลี่ยไม่ควรเกิน 40 &mu;g/m3 ต่อปี และเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ พบว่าปริมาณ NO<sub>2</sub> ในกรุงเทพฯ สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 และเป็นจังหวัดเดียวที่สูงเกินเกณฑ์แนะนำของ WHO ทั้งนี้<strong>หากพิจารณาจากข้อมูลดาวเทียมพบว่าความหนาแน่นของ NO<sub>2</sub> ในพื้นที่กรุงเทพฯ เกิดขึ้นจากในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในมากกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอก</strong> สอดคล้องกับอันดับถนนที่รถติด 10 อันดับแรกของกรุงเทพฯ ในปี 2563 อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เขตชั้นในถึง 9 แห่ง <br /><br /></li>
<li><strong>ฝุ่นละออง PM :</strong> สาเหตุของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทั้ง PM2.5 และ PM10 เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดหลายแหล่ง เช่น การปล่อยควันไอเสียจากรถยนต์ การก่อสร้าง ควันจากการเผาป่า โรงงานอุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้า <strong>โดยช่วง lockdown ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ความหนาแน่นของฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 ได้ลดลง -15.9%YOY และ -17.6%YOY และหลังจากช่วง lockdown ความหนาแน่นของของฝุ่นละออง PM10 เริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น แม้ว่ายังต่ำกว่าปีก่อนหน้าอยู่ที่ -12.9%YOY และ -13.2%YOY ตามลำดับ แต่ก็ยังสูงกว่าเกณฑ์ที่ WHO แนะนำที่ไม่ควรเกิน 10 &mu;g/m3 และ 20 &mu;g/m3 ต่อปีตามลำดับ</strong> อย่างไรก็ดี ปริมาณความหนาแน่นของฝุ่นละออง PM ยังขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วยเช่นกัน โดยปริมาณฝุ่นละอองมักจะสูงขึ้นในช่วงที่เปลี่ยนผ่านฤดูกาลช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ของปีในลักษณะเช่นเดียวกับก๊าซ NO<sub>2</sub> ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นและทำให้คุณภาพอากาศโดยรวมแย่ลง ทั้งนี้หากพิจารณาความหนาแน่นของฝุ่นละอองที่วัดได้จากดาวเทียมพบว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในมีความหนาแน่นของฝุ่นละอองที่สูงกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอก คล้ายกันกับลักษณะการกระจายตัวของก๊าซ NO<sub>2</sub><br /><br /></li>
</ul>
<div><strong>ปัญหารถติด-มลพิษในกรุงเทพฯ เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคนกรุงเทพฯ โดยตรง รวมถึงอาจส่งผลทางอ้อมไปยังปัญหาอื่น</strong> สำหรับผลกระทบทางตรง ปัญหาจราจรอาจทำให้เกิดความเครียดจากสภาพการจราจรติดขัด ขณะที่ปัญหามลพิษทางอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ยกตัวอย่างเช่น จากรายงานการศึกษาของ WHO<sup>[1]</sup> ในอเมริกาเหนือและยุโรปพบว่าอาการหลอดลมอักเสบของเด็กที่เป็นโรคหอบหืดมีความสัมพันธ์กับความเข้มข้นของก๊าซ NO<sub>2</sub> ซึ่งทำให้การทำงานของปอดในเด็กแย่ลง เป็นต้น นอกจากนี้ ปัญหารถติด-มลพิษในกรุงเทพฯ ยังส่งผลต่อผลิตภาพแรงงานของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะงานกลางแจ้งจากปริมาณมลพิษที่อยู่ในระดับสูง และความน่าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการพำนักระยะยาว (long stay) ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาจราจรและมลพิษทางอากาศ ซึ่งนำไปสู่การแก้ไขปัญหา เช่น การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด การสนับสนุนพาหนะพลังงานสะอาด การจัดวางผังเมืองที่เอื้อต่อการเดินทางเท้า และการออกแบบระบบขนส่งสาธารณะให้มีความครอบคุลมและเชื่อมต่อถึงที่หมายเพื่อลดการใช้ยานพาหนะหลายต่อ เป็นต้น<br /><br /><br />[1] WHO (2005), WHO Air quarlity guidelines for particulate matter, ozone, nitrogen dioxide and sulfur dioxide</div>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>EIC Data Infographic : EIC วิเคราะห์ข้อมูลดัชนีรถติด ข้อมูลดาวเทียมจาก Google Earth Engine และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/9n/9t/ftns9n9t30/TH_Data_Infographic_traffic-03.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Fri, 04 Dec 2020 16:51:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>EIC Data Analytics : วิเคราะห์ปัญหาภาระหนี้ครัวเรือนด้วย Machine Learning</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7231</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7231</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7231">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <strong><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/fb/fb/ftfwfbfbf0/Data_Infographic_HHdebt-01.jpg" alt="Data_Infographic_HHdebt-01.jpg" width="780" height="1421" /><br /><br /></strong>
<div><span style="color: #4f2a81;"><strong>EIC ใช้ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของภาคครัวเรือนไทยในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เพื่อค้นหาปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสการเป็นครัวเรือนหนี้สูง พบว่า ระดับและประเภทของรายได้ครัวเรือน มูลค่ารถ-บ้าน และการใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว-บันเทิง นับเป็นลักษณะสำคัญที่สามารถอธิบายโอกาสการเป็นครัวเรือนหนี้สูงได้</strong> </span><br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>หนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา</strong></span> จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของสำนักงานสถิติแห่งชาติ แนวโน้มของสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ครัวเรือนมีการขยายตัวที่ต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยหนี้สินเฉลี่ยของครัวเรือนไทย (เฉพาะครัวเรือนที่มีหนี้) ในปี 2562 อยู่ที่ 3.6 แสนบาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 5.1% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงกว่ารายได้ของครัวเรือน (ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 3.3%) <strong>ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ทั้งปีของครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาเป็น 98.6% ในปี 2562</strong> จาก 83.2% ในปี 2552 <br /><br /><span style="color: #4f2a81;"><strong>ครัวเรือนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเปราะบางจากภาระหนี้ต่อเดือนที่สูง</strong> </span>ในปี 2562 ครัวเรือนไทยโดยเฉลี่ยมีรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ต่อรายได้ในแต่ละเดือน (Debt Service Ratio หรือ DSR) อยู่ที่ 23.5% ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 53.4% ของการชำระหนี้ต่อเดือนเป็นการชำระหนี้เพื่อการบริโภค (รวมยานพาหนะ) และรองลงมาเป็นการชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยซึ่งมีสัดส่วนที่ 18.8% ทั้งนี้<strong>กลุ่มครัวเรือนที่มีภาระหนี้ต่อเดือนมากที่สุด 15% แรกของครัวเรือนกลุ่มที่มีหนี้ หรือจำนวนราว 1.5 ล้านครัวเรือน ซึ่งจากการศึกษาของ EIC ในอดีต พบว่า เป็นจุดที่จะทำให้ครัวเรือนเริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญต่อการประสบปัญหาทางการเงิน เช่น การผิดนัดชำระหนี้ หรือการที่ไม่สามารถชำระค่าสาธารณูปโภคได้ตรงกำหนด เป็นต้น โดยครัวเรือนที่มี DSR สูงสุด 15% แรก (กลุ่มเปราะบาง) มี DSR เฉลี่ยถึง 75.4%</strong> ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่สูงมากเพราะนั่นหมายความว่าครัวเรือนกลุ่มดังกล่าวเหลือเงินเพื่อการบริโภคหลังจากหักการชำระหนี้เพียงราว 1 ใน 4 ของรายได้เท่านั้น<strong> <br /><br /><span style="color: #4f2a81;">EIC ใช้ Machine Learning แบบ Decision Trees เพื่อวิเคราะห์ถึงปัจจัยต่อการมีภาระหนี้สูงของครัวเรือนไทย และบ่งชี้โอกาสในการเป็นครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง</span></strong> (กลุ่มที่มีภาระหนี้ต่อเดือนหรือ DSR สูง 15% แรก) ด้วยลักษณะต่าง ๆ ของครัวเรือน เช่น รายได้ ขนาดครัวเรือน อายุหัวหน้าครัวเรือน จังหวัดที่อยู่ พฤติกรรมการใช้จ่าย ฯลฯ โดยการทำ Decision Trees เป็นการประมวลผลหาปัจจัยที่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อโอกาสการเป็นหนี้สูงแล้วนำมาแบ่งแยกกลุ่มครัวเรือนอย่างเป็นลำดับขั้นตอนเหมือนการแตกกิ่งของต้นไม้ EIC ทำการวิเคราะห์ดังกล่าวกับข้อมูลของครัวเรือนตัวอย่างจำนวนราว 1.5 แสนครัวเรือน จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในช่วงปี 2556-2562 <strong>โดยผลการวิเคราะห์หลัก ๆ เกี่ยวกับลักษณะของครัวเรือนที่สามารถบ่งชี้ถึงโอกาสที่ครัวเรือนจะอยู่ในกลุ่มที่มี DSR สูงสุด 15% แรก หรือ มี DSR อยู่ในกลุ่มเปราะบาง สามารถสรุปได้ดังนี้<br /><br />1) รายได้ยิ่งน้อยยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นกลุ่มเปราะบาง และโอกาสจะเพิ่มขึ้นหากเป็นครัวเรือนพึ่งพารายได้จากการทำการเกษตร</strong> รายได้ครัวเรือนทั้งจากการทำงาน การลงทุน และรายได้อื่น ๆ เป็นปัจจัยสำคัญในการบ่งชี้โอกาสในการเป็นกลุ่มเปราะบางหรือการมี DSR สูงเป็น 15% แรก โดยครัวเรือนที่มีรายได้น้อยจะมีโอกาสเป็นครัวเรือนที่มี DSR อยู่ในกลุ่มเปราะบางมากกว่าครัวเรือนที่มีรายได้สูง โดยอาจมาจากการมีรายได้ไม่เพียงพอต่อความจำเป็นทั้งเพื่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ จึงนำไปสู่การกู้ยืมซึ่งสร้างภาระในการผ่อนชำระที่สูงตามมา ทั้งนี้<strong>เมื่อควบคุมปัจจัยด้านรายได้แล้ว EIC พบว่า ครัวเรือนที่มีรายได้หลักจากการทำการเกษตรจะมีโอกาสที่จะมี DSR อยู่ในกลุ่มเปราะบางสูงกว่าครัวเรือนอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาหนี้ของครัวเรือนในภาคเกษตร</strong> โดยในปี 2562 ครัวเรือนที่มีรายได้หลักจากการทำเกษตรมีการผ่อนชำระหนี้ที่ใช้ในการทำการเกษตรเฉลี่ยเกินครึ่ง (52.0%) ของภาระการผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนทั้งหมด <br /><br /><strong>2) การมีรถและบ้านที่แพงเกินไปเพิ่มโอกาสการเป็นกลุ่มเปราะบาง</strong> จากการวิเคราะห์พบว่ามูลค่ารถและบ้าน (ประเมินโดยผู้ตอบแบบสำรวจฯ) ต่อสมาชิก 1 คนของครัวเรือนมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับโอกาสที่ครัวเรือนจะมี DSR อยู่ในกลุ่มเปราะบาง โดยครัวเรือนที่มีมูลค่ารถและ/หรือบ้านต่อสมาชิก 1 คนของครัวเรือนมากกว่าค่าเฉลี่ยมีแนวโน้มที่จะเป็นครัวเรือนในกลุ่มที่มี DSR อยู่ในกลุ่มเปราะบางมากกว่า สอดคล้องกับการที่ทั้งรถและบ้านเป็นสินทรัพย์หลักที่มีมูลค่าสูงกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ ของหลายครัวเรือนและมักอาศัยการกู้ยืม ทั้งนี้ EIC พบว่า กลุ่มครัวเรือนเปราะบางมีแนวโน้มที่จะมีสัดส่วนหนี้บ้านต่อมูลค่าบ้าน (Loan-to-Value ratio หรือ LTV) ที่สูงกว่า ซึ่งหมายความว่ากลุ่มเปราะบางมีแนวโน้มในการซื้อบ้านด้วยการก่อหนี้ในสัดส่วนที่สูงกว่าในภาพรวม นอกจากนี้ การมีรถและบ้านที่แพงยังอาจสะท้อนถึงแนวโน้มในการใช้จ่ายสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่สูงตามไปด้วย เช่น การมีรถมูลค่าสูงย่อมตามมาด้วยค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูง หรือการมีบ้านหลังใหญ่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคที่สูงกว่า เป็นต้น ซึ่งรายจ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อภาระหนี้ ทั้งนี้โดยเฉลี่ยครัวเรือนในกลุ่มเปราะบางที่มีหนี้บ้านมีสัดส่วนการชำระหนี้บ้านต่อเดือนเฉลี่ยที่ 35.2% ของรายได้ ซึ่งสูงกว่าครัวเรือนที่มีหนี้บ้านในภาพรวมที่มีสัดส่วนดังกล่าวเฉลี่ยที่ 19.6% <br /><br /><strong>3) การใช้จ่ายท่องเที่ยว-บันเทิงต่อรายได้ที่สูง เพิ่มโอกาสการมีปัญหาหนี้สูง โดยเฉพาะสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย</strong> ผลการวิเคราะห์พบว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสันทนาการ ซึ่งประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความบันเทิง การพนัน (รวมสลากกินแบ่งรัฐบาล) และการทำบุญ มีผลอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2562 กลุ่มครัวเรือนที่เปราะบางมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว-บันเทิงต่อรายได้เฉลี่ยที่ 8.5% ทั้งนี้กลุ่มครัวเรือนที่เปราะบางและมีรายได้น้อยกว่า 1 หมื่นบาทต่อเดือน จะมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว-บันเทิงต่อรายได้เฉลี่ยที่สูงถึง 11.6% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของครัวเรือนทั้งหมด (7.1%) ก็จะมีแนวโน้มที่จะเป็นครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง โดยปัจจัยนี้จะยิ่งมีนัยสำคัญสำหรับกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อย <strong>นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์ยังพบอีกว่าในกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อย (ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 25% แรก) พฤติกรรมการพนันจะมีผลมากเป็นพิเศษต่อโอกาสที่ครัวเรือนจะมี DSR อยู่ในกลุ่มเปราะบาง</strong> <br /><br />4) นอกจาก 3 ปัจจัยหลักข้างต้นแล้ว ผลการวิเคราะห์ยังพบอีกด้วยว่า <strong>อัตราการออมจะช่วยลดโอกาสการเป็นกลุ่มเปราะบาง</strong> จากข้อมูลการสำรวจฯ พบว่า ในปี 2562 ครัวเรือนกลุ่มเปราะบางมีสัดส่วนสูงถึง 50.5% ที่ไม่มีการเก็บออมในแต่ละเดือน ขณะที่สัดส่วนของครัวเรือนไทยโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่เพียง 27.4% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังพบอีกด้วยว่า<strong>หากครัวเรือนมีอัตราส่วนการพึ่งพา (dependency ratio) ที่สูง</strong> เช่น หากครัวเรือนมีสมาชิก 3 คนแต่มีคนทำงานหารายได้คนเดียว <strong>ก็เสี่ยงที่จะเป็นกลุ่มเปราะบางได้เช่นกัน</strong> <br /><br />&nbsp;<br /><strong><span style="color: #4f2a81;">จากผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบ่งชี้การเป็นหนี้สูงข้างต้น ครัวเรือนสามารถปรับตัวเพื่อลดโอกาสในการประสบปัญหาภาระหนี้สูงได้ดังต่อไปนี้</span></strong><br /><br />1. <strong>เพิ่มรายได้</strong> แม้จะเป็นเรื่องที่ท้าทายในยุค COVID-19 แต่การเพิ่มรายได้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดในการสร้างความสามารถในการชำระหนี้ โดยสำหรับครัวเรือนที่ทำการเกษตรหรือทำธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการก่อหนี้ในการสร้างรายได้ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงแนวโน้มธุรกิจและกลยุทธ์การบริหารสภาพคล่องในระยะข้างหน้า เพื่อลดความเสี่ยงในการประสบปัญหาในการชำระหนี้ <strong>ทั้งนี้ในระยะต่อไปการเพิ่มรายได้จะยิ่งมีความสำคัญสำหรับครัวเรือนไทยเนื่องจากไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ</strong> ซึ่งทำให้การพึ่งพาคนทำงานหารายได้จะมีมากขึ้นกว่าในอดีต (dependency ratio สูงขึ้น) ครัวเรือนเองจึงจำเป็นต้องเร่งยกระดับความสามารถในการหารายได้ รวมถึงภาครัฐอาจต้องมีมาตรการเพื่อรับมือกับแนวโน้มเชิงโครงสร้างนี้ เช่น มาตรการยกระดับทักษะแรงงาน การขยายอายุเกษียณ การสนับสนุนการจ้างงานผู้สูงอายุหรือคนพิการที่ยังสามารถทำงานได้ ฯลฯ เพื่อช่วยเสริมความสามารถในการหารายได้ของครัวเรือน<br /><br />2. <strong>ลดรายจ่ายไม่จำเป็น</strong> เช่น การลดรายจ่ายด้านสันทนาการ หรือการชะลอการซื้อสินค้าที่ยังไม่มีความจำเป็น จะสามารถช่วยลดภาระหนี้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรายจ่ายท่องเที่ยว-บันเทิงที่ถูกบ่งชี้จากผลการวิเคราะห์ว่ามีผลในการลดโอกาสการเป็นหนี้สูงโดยเฉพาะสำหรับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย<br /><br />3. <strong>เพิ่มสัดส่วนการเก็บออม</strong> ส่วนเกินที่เกิดจากการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายควรนำมาสร้างกันชนทางการเงินเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในระยะสั้น รวมถึงความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวผ่านการออมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนในการช่วยลดโอกาสการเป็นครัวเรือนกลุ่มเปราะบางได้ดี <br /><br />4. <strong>สำรวจความพร้อมก่อนก่อหนี้มูลค่าสูงก้อนใหม่</strong> โดยเฉพาะการซื้อบ้านหรือรถยนต์ แม้ในปัจจุบันทั้งบ้านและรถจะมีการลดราคาและมีโปรโมชันจูงใจออกมามากมายจนหลายคนมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการซื้อ แต่หากเป็นการซื้อด้วยการกู้ยืมเป็นสัดส่วนใหญ่ ครัวเรือนจะต้องมีการสำรวจความพร้อมทางการเงิน (เช่น การตรวจสอบเงินออมที่มีอยู่) &nbsp;และควรชำระเงินดาวน์ในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อลดภาระหนี้ นอกจากนี้ครัวเรือนควรประเมินความสามารถในการชำระของตนเอง เช่น ระดับรายได้และความมั่นคงเทียบกับภาระที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว อย่างรอบคอบ เพราะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่เปลี่ยนคนหนี้น้อยให้กลายเป็นคนหนี้สูงได้ และยังเป็นภาระผูกพันในระยะยาว <strong>นอกจากนี้ครัวเรือนยังควรพิจารณาถึงการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระ</strong> โดยอาจปรึกษากับสถาบันการเงินหรือเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ&nbsp; ต่าง ๆ เพื่อลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือนลง เช่น การขอ refinance สินเชื่อบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ย หรือการขอยืดหนี้เพื่อลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน เป็นต้น<strong><br /></strong><br />
<div><a src="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/7231/ftfwv1z3tm/EIC_Press-Release-Data-Analytics_ML-debt_20201127.pdf"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/lb/1p/ftfvlb1psq/Button-01-%281%29.jpg" alt="Button-01-(1).jpg" width="230" height="59" /></a></div>
</div>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>EIC Data Infographic : EIC ใช้ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของภาคครัวเรือนไทยในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/47/x8/ftfw47x8my/Data_Infographic_HHdebt_6-%281%29-03.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Fri, 27 Nov 2020 12:44:00 +0700</pubDate>
				</item>
				<item>
					<title>EIC Data Analytics : เทรนด์คนไทยหลัง COVID-19 วิถีชีวิตที่ (ไม่) เหมือนเดิม</title>
					<guid isPermaLink="true">https://www.scbeic.com/th/detail/product/7078</guid>
					<link>https://www.scbeic.com/th/detail/product/7078</link>
					<content:encoded><![CDATA[ <!doctype html>
					<html lang="en" prefix="op: http://media.facebook.com/op#">
					  <head>
					    <meta charset="utf-8">
					    <link rel="canonical" href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/7078">
					    <meta property="op:markup_version" content="v1.0">
					  </head>
					  <body>
					    <article>
					      <header></header>
					      <strong><a href="https://bit.ly/33XRJDN"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/tq/am/frimtqam3p/LINE_sharebutton%5B1%5D-%281%29.JPG" alt="LINE_sharebutton[1]-(1).JPG" width="150" height="60" /></a><br /><br /></strong><br /><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/33/ol/frin33olgf/TH_Data_Infographic_trend-01.jpg" alt="TH_Data_Infographic_trend-01.jpg" width="2482" height="5319" /><br /><br /><span style="color: #000000;"><strong>EIC วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยหลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยใช้ข้อมูล Google Trends ซึ่งเป็นข้อมูลแนวโน้มการค้นหาคำต่าง ๆ ผ่าน Google Search พบว่า พฤติกรรมยอดฮิตของผู้บริโภคหลายประเภทในช่วงล็อกดาวน์ยังคงได้รับความนิยมสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มเป็นพฤติกรรม New normal ของคนไทย เช่น food delivery, e-commerce และการประชุมออนไลน์ เป็นต้น</strong> </span><br /><br />การแพร่ระบาดของ COVID-19 กระตุ้นให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ทั้งจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสและมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563 ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้คนหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกนอกบ้าน แต่หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดสามารถควบคุมได้ดีระดับหนึ่ง รัฐบาลจึงเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทำให้ผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลและปรับพฤติกรรมการบริโภคอีกครั้ง โดย EIC มีข้อค้นพบจากการวิเคราะห์ข้อมูล Google Trends ที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสนใจของผู้บริโภคคนไทยในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดังนี้<br /><br />
<ul>
<li><strong>คนไทยกลับมาสนใจกิจกรรมนอกบ้านเพิ่มขึ้นหลังคลายช่วงล็อกดาวน์ :</strong> แม้ว่าในช่วงที่รัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์ในเดือนเมษายน คนไทยจะสนใจกิจกรรมนอกบ้านลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ความสนใจกิจกรรมนอกบ้านก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากการค้นหาคำว่า &ldquo;โรงแรม&rdquo; และ &ldquo;อาหารบุฟเฟต์&rdquo; ที่ในเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2563 มีจำนวนการค้นหาสูงกว่าช่วงล็อกดาวน์ (เดือนเมษายน-พฤษภาคม) ถึง 470% และ 232% ตามลำดับ และความสนใจต่อทั้ง 2 กิจกรรมยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอีกด้วย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความต้องการที่สะสมมาจากช่วงล็อกดาวน์ (pent-up demand) การมีช่วงวันหยุดยาวพิเศษ และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ<strong> อย่างไรก็ดี ความสนใจที่เพิ่มขึ้นผ่าน Google Search ไม่ได้หมายถึงการใช้จ่ายที่กลับมาในระดับเดียวกัน</strong> สะท้อนจากทั้งการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคและปริมาณการท่องเที่ยวในประเทศที่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้กิจกรรมนอกบ้าน อาทิ การไปโรงภาพยนตร์ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าช่วงปกติ สะท้อนจากจำนวนการค้นหาชื่อเครือโรงภาพยนตร์ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2563 ที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงเดียวกันระหว่างปี 2560-2562 ถึง 44%<br /><br /></li>
<li><strong>กิจกรรมภายในบ้านในช่วงกักตัวยังคงได้รับความนิยมสูงกว่าในอดีต แม้ความนิยมจะเริ่มลดลงบ้างเมื่อเทียบกับช่วงที่ยังมีการล็อกดาวน์ :</strong> ในช่วงกักตัวอยู่บ้าน ผู้คนเริ่มหากิจกรรมในบ้านชดเชยการออกนอกบ้าน จึงเกิดกระแสกิจกรรมภายในบ้านหลากหลายประเภท เช่น <strong>1) การทำอาหารที่บ้าน</strong> สะท้อนจากคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เครื่องครัว อาทิ &ldquo;หม้อทอดไร้น้ำมัน&rdquo; และ &ldquo;เตาอบ&rdquo; ได้รับความนิยมสูงสุดในเดือนพฤษภาคม โดยคำค้นหาอุปกรณ์เครื่องครัวสูงสุดถึง 474% เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีในช่วงเวลาเดียวกัน <strong>2) การปลูกผักและต้นไม้</strong> จากยอดค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับการปลูกผักและต้นไม้สูงสุดในเดือนมิถุนายนสูงถึง 49% เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีในช่วงเวลาเดียวกัน <strong>3) การออกกำลังกายในบ้าน</strong> จากคำค้นหาวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายใน Youtube เพิ่มขึ้นสูงสุดในเดือนพฤษภาคมถึง 122% เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีในช่วงเวลาเดียวกัน และ <strong>4) การทำงานที่บ้าน</strong> สะท้อนจากความสนใจอุปกรณ์สำหรับการทำงานที่บ้าน เช่น โต๊ะทำงาน เก้าอี้ คีย์บอร์ดและเมาส์ เป็นต้น ซึ่งสูงสุดในเดือนมิถุนายนถึง 30% เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีในช่วงเวลาเดียวกัน <strong>ทั้งนี้กิจกรรมภายในบ้านที่กล่าวมาข้างต้นได้รับความสนใจลดลง หลังจากที่เริ่มสามารถออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านได้</strong> สะท้อนจากคำค้นหาตามคีย์เวิร์ดดังกล่าวที่มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่เริ่มมีมาตรการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ และอาจรวมไปถึงการที่คีย์เวิร์ดบางคำเป็นเพียงการค้นหาที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time search) เช่น การค้นหา &ldquo;โต๊ะทำงาน&rdquo; ที่เมื่อซื้อมาแล้วทำให้ไม่จำเป็นต้องค้นหาอีก และจากข้อมูลดัชนี Google Mobility หมวดที่พักอาศัยยังแสดงให้เห็นว่าคนยังคงอยู่ในบ้านมากกว่าช่วงก่อน COVID-19 <strong>อย่างไรก็ตาม การค้นหาคำเกี่ยวกับเทรนด์ต่าง ๆ ข้างต้นก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังซึ่งบ่งชี้พฤติกรรม New normal</strong> โดยอาจมาจากการที่หลายคนได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาเป็นการทำงานที่บ้าน (work from home) ในสัดส่วนที่มากขึ้น ความนิยมสำหรับกิจกรรมในบ้านจึงมีมากกว่าในอดีตช่วงก่อน COVID-19<br /><br /></li>
<li><strong>COVID-19 เร่งให้แพลตฟอร์มออนไลน์ได้รับความนิยมสูงกว่าแนวโน้มปกติ :</strong> ในช่วงก่อนสถานการณ์ COVID-19คนไทยมีแนวโน้มปรับตัวมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากแนวโน้มการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับบริการออนไลน์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง <strong>โดย COVID-19 ได้ช่วยเร่งกระแสการปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้น สะท้อนจากปริมาณการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับบริการออนไลน์ต่าง ๆ ที่เร่งตัวจากแนวโน้มปกติอย่างเห็นได้ชัด</strong> จากความจำเป็นในการเข้าถึงสินค้าและบริการในช่วงที่ช่องทางเดิมมีข้อจำกัดในการใช้บริการ เช่น การซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มe-commerce ทดแทนการไปห้างสรรพสินค้า การใช้บริการ food delivery ทดแทนการรับประทานอาหารที่ร้านการประชุมทางไกลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทดแทนการประชุมแบบปกติ หรือการดูภาพยนตร์ผ่านแอปพลิเคชันดูหนังออนไลน์ต่าง ๆ แทนการออกไปโรงภาพยนตร์ อย่างไรก็ดี <strong>ปริมาณการค้นหาสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ลดลงจากช่วงล็อกดาวน์เช่นกัน ซึ่งเหตุผลน่าจะมาจากการค้นหาส่วนใหญ่เป็นแบบ one-time search กล่าวคือ หลังจากการค้นหาในครั้งแรก ๆ แล้ว ผู้ใช้อาจใช้งานจากแพลตฟอร์มโดยตรงในครั้งถัดไป</strong> ซึ่งจากข้อมูลของแพลตฟอร์มออนไลน์พบว่า แม้ปริมาณการค้นหาบน Google จะลดน้อยลง แต่กิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงบนแพลตฟอร์มยังมีการเติบโตที่ค่อนข้างสูง เช่น ในระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2563 จำนวนผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Lazada ประเทศไทยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า<br /><br /></li>
</ul>
<strong>EIC มองว่าหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ภายในประเทศผ่อนคลาย หลายกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในช่วงการล็อกดาวน์อาจกลายเป็น New normal</strong> บางพฤติกรรมของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจอาจไม่ได้กลับไปเหมือนเดิมก่อนช่วง COVID-19 เช่น หลายบริษัทในเมืองได้มีการปรับตัวด้านรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานทางไกล (remote work) มากขึ้น ทำให้มีการทำงานที่บ้านมากขึ้น ซึ่งได้ส่งผลต่อเนื่องไปถึงการใช้ชีวิตในหลายด้านของคนจำนวนไม่น้อย ทั้งการใช้เวลา การใช้พื้นที่ และรูปแบบการใช้จ่าย พฤติกรรมการค้นหาบน Google ล่าสุดเป็นตัวสะท้อนได้ดีถึงแนวโน้มดังกล่าว โดยได้บ่งชี้ว่าพฤติกรรมหลายอย่างที่ฮิตในช่วงล็อกดาวน์ยังคงสูงกว่าในอดีตช่วงก่อน COVID-19 <br /><br />สำหรับพฤติกรรมการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เร่งตัวสูงจากความจำเป็นในช่วง COVID-19 นั้น EIC มองว่าเป็นตัวเร่งการปรับตัวระยะยาวที่สำคัญของทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค โดยเฉพาะหากบริการออนไลน์นั้นสามารถเข้ามาทดแทนรูปแบบการใช้จ่ายเดิม ๆ ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า ให้บริการที่ดีกว่าและเร็วกว่าได้ <strong>การขยายตัวของออนไลน์แพลตฟอร์มจึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบถึงธุรกิจเดิมในอุตสาหกรรมเดียวกัน</strong> เช่น การขยายตัวของ e-commerce ที่กระทบต่อยอดขายค้าปลีกช่องทางออฟไลน์, แพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ที่อาจแย่งกลุ่มลูกค้ากับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (commercial real-estate) ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำนักงาน co-working space หรือพื้นที่ให้เช่าสำหรับการจัดประชุม-สัมมนา, แพลตฟอร์มดูหนังออนไลน์ที่ดึงกำลังซื้อบางส่วนจากโรงภาพยนตร์หรือบริการ food delivery ที่เข้ามาทดแทนการทานอาหารที่ร้าน เป็นต้น แนวโน้มดังกล่าวนี้จึงมีนัยต่อการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ โดยหากธุรกิจไม่ปรับตัวไปกับ New normal นอกจากจะต้องเผชิญกับผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจแล้ว ยังอาจต้องเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอีกด้วย <br /><strong><br /></strong><strong><br /></strong><br />
<div><a href="https://bit.ly/2HqGhZD"><img style="border: 0px solid #000000;" src="https://www.scbeic.com/stocks/product/o0x0/tq/aw/frimtqawmi/Button-01-%281%29.jpg" alt="Button-01-(1).jpg" width="230" height="59" /></a></div>
					      <footer></footer>
					    </article>
					  </body>
					</html> ]]></content:encoded>
					<description>EIC Data Infographic : EIC วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยหลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยใช้ข้อมูล Google Trends</description>
					<enclosure length="0" url="https://www.scbeic.com/stocks/product/d200x200/3e/wn/frin3ewnbz/TH_Data_Infographic_trend-03.jpg" type="image/jpeg"/>
					<pubDate>Fri, 25 Sep 2020 17:35:00 +0700</pubDate>
				</item></channel></rss>