Houseview (28 กุมภาพันธ์ 2013)
โดย: ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ
วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2556
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ที่มา: SCBEIC; NESDB; Bank of Thailand
|
|
อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) |
|
เงินเฟ้อ |
|
|
คาด GDP ปี 2013 ขยายตัว 4.9% จากเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง อุปสงค์ในประเทศของไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนที่สูงถึง 6.6% ในปี 2012 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มจะยังขยายตัวได้ดีในปี 2013 โดยมีแรงสนับสนุนจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และการสั่งซื้อรถยนต์ในโครงการรถคันแรกช่วงปลายปี 2012 จะทำให้มีการส่งมอบรถอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2013 การส่งออกยังฟื้นตัวช้า มูลค่าการส่งออกล่าสุดของเดือนมกราคมอยู่ที่ 18.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แทบไม่ต่างจากเดือนก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อจากต่างประเทศยังค่อนข้างอ่อนแอ
ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกลดลง แม้ว่ายุโรปจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจหดตัว แต่ความมั่นใจในเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ประกอบกับความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนลดลง ความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจโลกในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้ามาจากการเจรจาในเรื่องการตัดลดค่าใช้จ่าย (sequestration) ของสหรัฐฯ ซึ่งหากเจรจาไม่สำเร็จจะทำให้แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลดลง อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมมีค่อนข้างน้อย |
คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2013 เฉลี่ยอยู่ที่ราว 3. 0% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.8% ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent น่าจะมีค่าเฉลี่ยสำหรับปี 2013 ที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ไม่ต่างจากปี 2012 ที่มีค่าเฉลี่ยที่ 111 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ดังนั้น ความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อจากราคาพลังงานจึงมีค่อนข้างน้อย
ราคาพลังงานในประเทศขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล โดยต้องติดตามนโยบายที่ได้มีการประกาศก่อนหน้านี้คือ การทยอยปรับขึ้นราคาแก๊ส LPG และ NGV ทั้งนี้ ผลกระทบจากการทยอยปรับขึ้นราคาแก๊สต่อเงินเฟ้อทั่วไปมีไม่มากนัก ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มทรงตัว และยังอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 0.5%-3% |
|||
|
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย |
|
เงินบาท |
|
|
คาดอัตราดอกเบี้ยนโยบายคงที่ที่ 2.75
% ในปี 2013
เศรษฐกิจโลกยังชะลอแต่เศรษฐกิจในประเทศแข็งแกร่งกว่าที่คาด แม้ว่าการส่งออกจะฟื้นตัวช้า แต่การใช้จ่ายในประเทศโดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือนสามารถขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ ทำให้ความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยมีค่อนข้างต่ำ จับตาความเสี่ยงเงินทุนเคลื่อนย้าย เงินทุนไหลเข้าลดความร้อนแรงลงในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่มีเงินทุนไหลเข้าจำนวนมากสู่ตลาดพันธบัตรระยะสั้นในเดือนมกราคม อย่างไรก็ดี สภาพคล่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเข้าสู่ตลาดเงินอย่างต่อเนื่องประมาณ 85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือนในปี 2013 ซึ่งมากกว่าเม็ดเงินของ QE2 นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเงินเพิ่มเติมจากธนาคารกลางของญี่ปุ่น ดังนั้น ความเสี่ยงจากเงินทุนเคลื่อนย้ายยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป |
เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากปัจจัยเงินทุนเคลื่อนย้าย จับตาเงินทุนเคลื่อนย้ายและนโยบายของ ธปท. ปริมาณเงินจำนวนมากจากธนาคารกลางของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่จะเข้าสู่ตลาดเงินในปี 2013 จะส่งผลให้ค่าเงินสกุลเอเชียแข็งค่าขึ้น โดยในเบื้องต้น คงต้องพิจารณาว่านโยบายต่างๆ ของ ธปท. เช่น การส่งเสริมให้นำเงินไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นจะช่วยสร้างสมดุลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและลดผลกระทบบนค่าเงินได้หรือไม่ ความผันผวนของเงินบาทในระยะสั้นยังมีอยู่ ซึ่งปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าคือการเจรจาในเรื่องการตัดลดค่าใช้จ่าย (sequestration) ของสหรัฐฯ และการคาดการณ์ของนักลงทุนเกี่ยวกับการจะหยุดใช้มาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ |
|||
|
Houseview: ฉบับภาษาไทย |
|


















FOLLOW US
SCB's Facbook SCB's Twitter